bitkub-banner

เก้าอี้ยังเหนียว! CEO Bithumb ถูกเสนอให้โหวตอยู่ต่ออีกวาระ เมินปมระบบรวน 4 หมื่นล้านดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บอร์ดบริหารของ Bithumb กระดานเทรดเบอร์ 2 ของเกาหลีใต้ เตรียมเสนอชื่อ Lee Jae-won ให้ดำรงตำแหน่ง CEO ต่อไปอีก 2 ปี ท่ามกลางวิกฤต
  • บริษัทเกิดความผิดพลาดร้ายแรงจากการแจกรางวัลพลาดจนตลาดปั่นป่วน นอกจากนี้ยังถูกสั่งปรับเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน 
  • CEO จะถูกรัฐลงโทษภาคทัณฑ์ แต่เนื่องจากธุรกิจคริปโตยังไม่ถูกจัดเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายเกาหลีใต้ เขาจึงไม่ต้องถูกบังคับให้ลาออก

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Bithumb เตรียมเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นโหวตต่ออายุการทำงานของ CEO Lee Jae-won ออกไปอีก 2 ปี แม้บริษัทจะเพิ่งประสบกับวิกฤตความผิดพลาดของระบบหลังบ้านครั้งใหญ่ ทั้งการแจกรางวัลผิดพลาดมหาศาลถึง 620,000 และการถูกหน่วยงานรัฐสั่งปรับเงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 24 ล้านดอลลาร์ จากข้อหาละเมิดกฎหมายฟอกเงิน และการตัดสินใจรั้งตัวหัวเรือคนเดิมไว้กำลังเป็นที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก

Bithumb กระดานเทรดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นลำดับ 2 ของเกาหลีใต้ได้กลายมาเป็นที่ฮือฮาของสังคมอีกครั้ง กำลังจะมีแผนเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ Lee Jae-won ดำรงตำแหน่ง CEO ต่อไปอีกเป็นเวลา 2 ปี แม้บริษัทกำลังเกิดวิกฤตภายใต้การนำของเขา

การตัดสินใจดังกล่าวในการคงไว้ ซึ่งหัวเรือเดิมแสดงให้เห็นว่าทาง Bithumb ให้ความสำคัญกับการเร่งเดินหน้ากลับมาให้บริการตามเดิม มากกว่าการล้างระบบใหม่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

จุดเริ่มต้นของปัญหา

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ Bithumb ได้เกิดข้อผิดพลาดรุนแรงในแคมเปญการตลาดของพวกเขาจากเดิมที่จะให้รางวัลตอบแทนเป็นเงินวอนเล็กๆ น้อยๆ กลับกลายเป็นการแจกบิทคอยน์รวมทั้งหมด 620,000 BTC ให้กับผู้ใช้งาน 695 ราย ซึ่งคิดเป็นจำนวน 15 เท่าของมูลค่าการถือครองจริงของกระดานเทรดที่ 42,000 BTC 

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลทำให้ผู้โชคดีเร่งทำการขาย Bitcoin ออกไปสร้างความเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า $125-135 ล้านดอลลาร์ ส่งผลทำให้ราคา Bitcoin ในกระดานร่วงกว่า 17% แต่โชคยังดีที่ตลาดภายนอกไม่ได้รับผลใดๆ และต่อมาทาง Bithumb ก็ได้กู้คืนเงินมาได้กว่า 99.7% 

ผู้ที่ได้รับความเสียหายในเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับเงินชดเชย 110% ของมูลค่าความเสียหาย และไม่มีลูกค้ารายไหนสูญเงินไปจริงๆ แต่เหตุการณ์นั้นได้ทำให้ Bithumb ตกเป็นเป้าการสอบสวนโดยหน่วยงานของภาครัฐ

ถัดมา Lee ได้ยอมรับระหว่างการไต่สวนของรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ว่า ทางกระดานเทรดทำการตรวจสอบยอดบัญชีภายใน ให้ตรงกับสินทรัพย์ที่ถือครองจริง เพียงแค่หนึ่งครั้งในทุก ๆ 24 ชั่วโมงเท่านั้น และก่อนหน้านี้เคยเกิดข้อผิดพลาดขนาดเล็กมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ชื่อเสียงของทาง Bithumb เริ่มสั่นคลอน

โทษที่ได้รับ

ผลพวงจากข้อผิดพลาดดังกล่าวได้ส่งผลทำให้​​หน่วยงานข่าวกรองทางการเงิน (FIU) สั่งลงโทษปรับเป็นจำนวนเงินที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับกระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลในเกาหลีใต้

สำนักข่าวท้องถิ่น Yonhap ระบุว่า Bithumb ถูกสั่งปรับเป็นจำนวนกว่า 3.68 หมื่นล้านวอน ($24 ล้าน) อันมีสาเหตุมาจากการตรวจพบการละเมิดกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน (AML) ถึง 6.59 ล้านกรณี ระหว่างการตรวจสอบในปี 2025 นอกจากนี้ Bithumb ยังได้รับบทลงโทษเพิ่มเติม ดังนี้:

  • สั่งพักการดำเนินธุรกิจบางส่วนเป็นเวลา 6 เดือน
  • ภาคทัณฑ์และตำหนิโทษตัว CEO 
  • พักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานเป็นเวลา 6 เดือน

นอกจากนี้ ยังมีการสอบสวนอีก 2 กรณีที่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน (FSS) กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ในการละเมิด กฎหมายคุ้มครองผู้ใช้สินทรัพย์เสมือน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระบบขัดข้องเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แถมการตรวจสอบอีกคดีของ FIU ยังพบว่าสมุดคำสั่งซื้อขาย (order book) ของทาง Bithumb ยังได้มีการใช้งานร่วมกับ Stellar ซึ่งเป็นกระดานเทรดสัญชาติออสเตรีเลียที่ไม่ได้มีการจดทะเบียน

จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

สำหรับธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในเกาหลีใต้จะไม่ถือว่าได้สถานะในการเป็นสถาบันการเงิน ส่งผลทำให้การภาคทัณฑ์ CEO ไม่สามารถนำมาบังคับให้ต้องลงจากตำแหน่งตามกฎหมาย 

อย่างไรก็ดี ทาง Dunamu บริษัทแม่ของ Upbit คู่แข่งหลักของ Bithumb เคยได้ประสบกับการแทรกแซงของ FIU เช่นกันในปีที่ผ่านมา และ Lee Sirgoo ซีอีโอในขณะนั้นได้ตัดสินใจลงจากตำแหน่งภายในระยะเวลา 3 เดือน และไปอยู่ฝ่ายให้คำปรึกษาแทน

สุดท้ายนี้ไม่ว่า Lee จะรอดพ้นจากการโหวตหรือไม่ การตรวจสอบจะยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่ทว่าสาธารณชนจะได้รับรู้กันอย่างชัดเจนว่าบอร์ดและผู้ถือหุ้นจะให้ความสำคัญกับประเด็นไหนมากกว่ากัน และการดำรงตำแหน่งอย่างต่อเนื่องของซีอีโอรายนี้เป็น จุดแข็ง หรือ ภาระ กันแน่ เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ความเชื่อมั่นต่อระบบภายในของกระดานเทรดแห่งนี้ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูให้กลับคืนมาดังเดิม


มุมมองผู้เขียน : การที่บอร์ดบริหารยังคงดันทุรังเสนอชื่อ Lee Jae-won ให้นั่งตำแหน่ง CEO ต่อไป แม้จะเทียบกับคู่แข่งอย่าง Upbit ที่ผู้บริหารยอมแสดงสปิริตลาออกนั้น สามารถวิเคราะห์ได้ 2 มุม เพราะการเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกที่บริษัทกำลังโดนรัฐบาลสอบสวนหนักอาจทำให้เสียรูปขบวน และ CEO คนปัจจุบันอาจมีคอนเน็กชันหรือรู้วิธีเจรจากับหน่วยงานรัฐดีที่สุด แต่ในอีกมุมหนึ่ง บริษัทอาจกำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ธุรกิจคริปโต แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร Bithumb น่าจะประสบกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างเลี่ยงไม่ได้