bitkub-banner

ตำรวจไอร์แลนด์เจาะกระเป๋า Bitcoin ค้ายาได้สำเร็จ กู้คืน 500 BTC มูลค่ากว่า $32 ล้าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตำรวจไอร์แลนด์ (Gardaí) และหน่วยงาน CAB สามารถเจาะเข้าถึงกระเป๋า Bitcoin 1 ใน 12 ใบของ Clifton Collins นักค้ายาชาวไอริช กู้คืนได้ 500 BTC มูลค่าประมาณ $32 ล้าน
  • Collins สะสม Bitcoin 6,000 เหรียญระหว่างปี 2554-2555 จากรายได้ค้ากัญชา แต่เขียน Private Key ลงกระดาษซ่อนในกล่องคันเบ็ดก่อนถูกทิ้งไปที่หลุมขยะหลังถูกจับ
  • Bitcoin อีก 5,500 เหรียญ มูลค่าประมาณ $390-400 ล้าน ยังคงเข้าไม่ถึง เจ้าหน้าที่กำลังพยายามเจาะกระเป๋าที่เหลืออีก 11 ใบ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เป็นเรื่องราวของการบังคับใช้กฎหมายและการยึดทรัพย์สินจากการค้ายา ไม่ใช่การเคลื่อนไหวของตลาดโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่สามารถเจาะกระเป๋าที่เหลือและนำ Bitcoin ออกมาขายได้ทั้งหมด อาจสร้างแรงขายในตลาดได้บ้าง แต่ปัจจุบันยังเป็นแค่ความเป็นไปได้ในอนาคต

ตำรวจไอร์แลนด์และหน่วยงานยึดทรัพย์สินทางอาญา (Criminal Assets Bureau หรือ CAB) ประสบความสำเร็จในการเจาะเข้าถึงกระเป๋า Bitcoin 1 ใน 12 ใบของ Clifton Collins นักค้ายาชาวไอริชวัย 55 ปี กู้คืน Bitcoin ได้ 500 BTC มูลค่าประมาณ $32 ล้าน (ราว 30 ล้านยูโร) ตามรายงานจาก Lookonchain ที่เผยแพร่เมื่อช่วงที่ผ่านมา เรื่องราวนี้กลายเป็นกรณีศึกษาสุดน่าทึ่งในวงการ Bitcoin เมื่อ Private Key มูลค่ามหาศาลถูกซ่อนไว้ในกล่องคันเบ็ดก่อนจะถูกทิ้งลงหลุมขยะ การกู้คืนครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าครั้งแรกนับตั้งแต่ศาลสูงไอร์แลนด์สั่งริบ Bitcoin ทั้ง 6,000 เหรียญนี้เป็นของรัฐในปี 2563

บันทึกการทำธุรกรรมจาก Arkham แสดงการโอน 500 BTC ไปยังบัญชี Coinbase Prime Deposit เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
บันทึกการทำธุรกรรมจาก Arkham แสดงการโอน 500 BTC ไปยังบัญชี Coinbase Prime Deposit เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว (ภาพจาก: @Lookonchain)

จากกัญชาสู่ Bitcoin 6,000 เหรียญ เรื่องราวสุดพิสดารของ Clifton Collins

Clifton Collins สะสม Bitcoin ประมาณ 6,000 เหรียญในช่วงปลายปี 2554 ถึงต้นปี 2555 โดยใช้รายได้จากการปลูกและจำหน่ายกัญชา ในปี 2560 เขาเกิดกังวลเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สินจึงโอน Bitcoin กระจายไปยังกระเป๋าใหม่ 12 ใบ ใบละ 500 BTC แล้วพิมพ์ Private Key ของทั้ง 12 กระเป๋าลงบนกระดาษแผ่นเดียว จากนั้นซ่อนกระดาษแผ่นนั้นไว้ในฝาอลูมิเนียมของกล่องคันเบ็ดที่ทรัพย์สินที่เขาเช่าอยู่ในเขต Farnaught, Cornamona มณฑล Galway ประเทศไอร์แลนด์

ชีวิตพลิกผันเมื่อ Collins ถูกจับในปี 2560 ในข้อหาค้ายาและถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ระหว่างที่เขาอยู่ในคุก เจ้าของบ้านได้เคลียร์ของในห้องเช่า และกล่องคันเบ็ดที่ซ่อน Private Key ก็ถูกนำไปทิ้งที่หลุมขยะในท้องถิ่น ขยะจากหลุมดังกล่าวมักถูกส่งต่อไปเผาที่เตาเผาในเยอรมนีหรือจีน ทำให้ทุกฝ่ายเชื่อว่ากระดาษแผ่นนั้นสูญหายตลอดกาล ในปี 2562-2563 หน่วยงาน CAB ยึด Bitcoin ทั้ง 6,000 เหรียญนี้เป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย และศาลสูงสั่งให้ตกเป็นของรัฐในปี 2563 แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะไม่มี Private Key

เจาะได้แค่หนึ่งกระเป๋า Bitcoin อีก 5,500 เหรียญยังล็อคอยู่

ความคืบหน้าล่าสุดในเดือนมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ Gardaí และ CAB สามารถเจาะเข้าถึงกระเป๋าหนึ่งในสิบสองใบได้สำเร็จ กู้คืน Bitcoin มาได้ 500 เหรียญ มูลค่าราว $32 ล้าน อย่างไรก็ตาม Bitcoin อีก 5,500 เหรียญที่อยู่ในกระเป๋าที่เหลืออีก 11 ใบ ยังคงเข้าไม่ถึง โดยมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 360-370 ล้านยูโร หรือราว $390-400 ล้าน ตามราคาตลาดปัจจุบันที่ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ $70,567 ต่อเหรียญ

ส่วน Collins เองตามรายงานระบุว่าเขายอมรับสถานการณ์ได้แล้ว โดยมองว่าการสูญเสีย Bitcoin จำนวนนี้เป็นผลของความ “โง่เขลา” ของตัวเอง คดีนี้โด่งดังในวงการ Bitcoin มาหลายปีในฐานะตัวอย่างสุดขีดของอันตรายจากการเก็บ Private Key ไว้บนกระดาษเพียงชิ้นเดียว ไม่มีสำรอง และแทบไม่มีใครคิดว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าถึง Bitcoin ที่ “หาย” ไปนี้ได้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญสองเรื่องในคราวเดียว เรื่องแรกคือความปลอดภัยของ Private Key ที่ไม่ควรไว้วางใจกับกระดาษแผ่นเดียวโดยไม่มีสำรอง และเรื่องที่สองคือฝีมือของเจ้าหน้าที่ที่พัฒนาขึ้นมากในการกู้คืน Bitcoin จากคดีอาชญากรรม ทั้งที่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ น่าจับตาว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถเจาะกระเป๋าที่เหลืออีก 11 ใบได้หรือไม่ ถ้าทำได้ทั้งหมด รัฐไอร์แลนด์อาจได้ Bitcoin กลับมาอีกกว่า $390 ล้าน ซึ่งคงเป็นหนึ่งในคดียึดทรัพย์คริปโตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป

ภาพจาก AI