bitkub-banner

เทียบกราฟ Bitcoin ส่อเค้าซ้ำรอยวิกฤตน้ำมันเบนซินปี 2021

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักวิเคราะห์ตรวจพบรูปแบบราคา แบบ Fractal ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2021 ระหว่าง Bitcoin และสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันเบนซิน RBOB ซึ่งชี้ว่า ราคาอาจมีการปรับฐานลงทำจุดต่ำสุดใหม่ ก่อนจะเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหญ่
  • สภาพคล่องโลกกำลังส่งสัญญาณอันตราย หลังปริมาณเงินทั่วโลก (Global M2) หดตัวลงกว่า 4.7 แสนล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทไม่เว้นแม้แต่ทองคำที่มูลค่าตลาดหายไปมหาศาล
  • แม้ปัจจัยลบจะรุมเร้า แต่มูลค่า Stablecoin ในระบบกลับทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 3.16 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนว่า เม็ดเงินไม่ได้ไหลออกจากคริปโตเพียงแต่ย้ายไปพักเงินเพื่อรอจังหวะช้อนซื้อรอบใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ภาพรวมตลาดในขณะนี้อยู่ในสภาวะเลือกข้างอย่างชัดเจน แม้แรงกดดันจากปัจจัยมหภาค และรูปแบบราคาในอดีตจะชี้นำไปในทางลบในระยะสั้น แต่การที่อุปทาน Stablecoin พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ถือเป็น “กระสุน” ชั้นดีที่จะช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงหนักจนเกินไป 

หาก Bitcoin สามารถสร้างฐานราคาได้มั่นคงตามโมเดลปี 2021 การปรับฐานรอบนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสะสมพลัง เพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดกระทิงที่รุนแรงกว่าเดิมในระยะยาว

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง Bitcoin ยังคงแสดงความแข็งแกร่งด้วยราคาที่ยืนเหนือระดับ 70,000 ดอลลาร์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตลาดคริปโตดูเหมือนจะรับแรงกดดันได้ดีกว่าเหตุการณ์การล้างพอร์ตครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา 

แต่ภายใต้ความสงบนิ่งนี้กลับมีสัญญาณเตือนภัยบางอย่างที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เมื่อข้อมูลทางเทคนิคเริ่มเผยให้เห็นโครงสร้างราคาที่คล้ายคลึงกับวิกฤตการณ์น้ำมันเบนซินในปี 2021 อย่างน่าประหลาดใจ

สัญญาณ Fractal ปี 2021 ซ้ำรอย กลับมาหลอนตลาดอีกครั้ง

ความวุ่นวายในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงความเชื่อมั่น แต่มันลามไปถึงตลาดพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ และโรงกลั่นน้ำมันที่หยุดดำเนินการทำให้อุปทานน้ำมันเบนซินตึงตัวจนราคาพุ่งสูงขึ้น 

สิ่งที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมราคาของ Bitcoin ในขณะนี้ กำลังทำรูปแบบซ้ำรอยกับสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันเบนซิน RBOB ในปี 2021 โดยราคา Bitcoin เริ่มถูกปฏิเสธจากแนวต้านสำคัญ และทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง ซึ่งตามสถิติแล้วนี่คือ โครงสร้างที่มักจะเกิดขึ้นก่อนการปรับฐานครั้งใหญ่ เพื่อสร้างฐานราคาใหม่ก่อนเข้าสู่รอบขาขึ้นระยะยาว

สภาพคล่องโลกหดตัว ภัยเงียบที่ลามไปถึงทองคำ

ปัจจัยลบที่ซ้ำเติมตลาดคือ การลดลงของปริมาณเงินทั่วโลกหรือ Global M2 ที่หายไปกว่า 4.7 แสนล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว เมื่อเงินใหม่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงน้อยลง แรงกดดันจึงตกมาอยู่ที่ Bitcoin โดยตรง แม้แต่ทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลักยังต้องเผชิญกับขาลงครั้งแรกในรอบหลายเดือน โดยมูลค่าตลาดหายไปถึง 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขนี้ใหญ่กว่ามูลค่าตลาดของ Bitcoin ถึง 4.6 เท่า ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า เม็ดเงินกำลังถูกดึงออกจากระบบการเงินโลกอย่างแท้จริง

Stablecoin พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รอจังหวะพายุสงบ

จุดที่ทำให้นักลงทุนยังคงมีความหวังคือ ข้อมูลจาก DeFiLlama ที่ระบุว่า อุปทาน Stablecoin ทั่วโลกพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ 3.16 แสนล้านดอลลาร์ ข้อมูลนี้แปลตรงตัวว่า นักลงทุนไม่ได้ถอนเงินออกจากระบบนิเวศคริปโต เพียงแค่เปลี่ยนจากเหรียญที่มีความผันผวนไปถือครองเหรียญคงที่ เพื่อรอจังหวะเข้าซื้อที่ปลอดภัยกว่าเดิม ซึ่งสภาวะ “เงินเต็มกระเป๋า แต่ยังไม่กล้าซื้อ” นี้เองที่อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต เมื่อความชัดเจนของตลาดกลับมาอีกครั้ง

สรุปภาพรวมในปัจจุบัน Bitcoin กำลังเผชิญกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดระดับโลก และสภาพคล่องที่หายไป แต่หากประวัติศาสตร์ปี 2021 ซ้ำรอยจริง การที่ราคาค่อยๆ ไหลลงเพื่อสร้างฐานอาจไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับนักสะสม ก่อนที่ตลาดกระทิงจะวนกลับมาอีกรอบ 

ที่มา : ambcrypto


มุมมองผู้เขียน : เรากำลังเห็นพฤติกรรมราคาที่ซ้ำรอยเดิมกับ ปี 2021 (Fractal Pattern) ซึ่งส่งสัญญาณเตือนว่า เราอาจยังไม่เจอ “จุดต่ำสุด” ของรอบนี้ แต่สิ่งที่ช่วยให้เบาใจได้คือ ปริมาณเงินใน Stablecoin ยังคงหนาแน่นมากในระบบ  สิ่งนี้บอกเราว่านักลงทุนไม่ได้ถอนเงินออกจากตลาดคริปโตอย่างถาวร แต่แค่พักเงิน ไว้ชั่วคราวเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม