สรุปข่าว
- ข้อเสนอของฝ่ายบริหารทรัมป์ที่จะเปิดให้นำคริปโตและหุ้นนอกตลาด (private equity) เข้าไปในแผนเกษียณอายุ 401(k) ผ่านการทบทวนของสำนักงานข้อมูลและกิจการกำกับดูแล (OIRA) ของทำเนียบขาวแล้ว
- ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหาร “Democratizing Access to Alternative Assets for 401(k) Investors” เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 โดยสั่งการให้กระทรวงแรงงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ และกระทรวงการคลัง ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- คาดว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเผยแพร่กฎระเบียบที่เสนอในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจเปิดประตูให้เม็ดเงินจากแผน 401(k) มูลค่ากว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การเปิดให้แผน 401(k) มูลค่ากว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์สามารถลงทุนในคริปโตได้ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการที่ใหญ่ที่สุดในแง่ของเงินสถาบันที่อาจไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต แม้กฎระเบียบสุดท้ายยังไม่ออกมา แต่โมเมนตัมทางการเมืองจากฝ่ายบริหารทรัมป์ส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจนต่อตลาด
ตามรายงานจาก Cointelegraph ข้อเสนอของฝ่ายบริหารทรัมป์ที่จะเปิดให้นำคริปโตและหุ้นนอกตลาด (private equity) เข้าไปในแผนการเกษียณอายุ 401(k) ได้ผ่านการทบทวนจากสำนักงานข้อมูลและกิจการกำกับดูแล (OIRA) ซึ่งเป็นหน่วยงานในทำเนียบขาวเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 โดยคาดว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะประกาศกฎระเบียบที่เป็นรูปธรรมออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การเดินหน้าครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคำสั่งบริหารที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามไว้เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ภายใต้ชื่อ “Democratizing Access to Alternative Assets for 401(k) Investors” หรือการทำให้การเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกในแผน 401(k) เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งหากสำเร็จจะส่งผลต่อตลาดแผนเกษียณอายุมูลค่าราว 12 ล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ
คำสั่งบริหารทรัมป์และสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
คำสั่งบริหารที่ทรัมป์ลงนามในเดือนสิงหาคม 2568 สั่งการให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางหลายแห่ง ได้แก่ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ (DOL), ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และกระทรวงการคลัง ทบทวนและปรับแก้กฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการรวมสินทรัพย์ทางเลือก เช่น คริปโต หุ้นนอกตลาด และอสังหาริมทรัพย์ เข้าไปในแผน 401(k) โดยเฉพาะแบบที่ผู้ร่วมแผนสามารถเลือกการลงทุนเองได้
การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการพลิกนโยบายจากยุคบริหารของไบเดนอย่างสิ้นเชิง เพราะในปี 2565 กระทรวงแรงงานสมัยไบเดนได้ออกแนวทางปฏิบัติที่ไม่สนับสนุนให้ผู้ดูแลแผน (fiduciary) นำคริปโตเข้าไปในแผน 401(k) โดยระบุให้ใช้ “ความระมัดระวังอย่างยิ่ง” เหตุจากความผันผวนและความเสี่ยงอื่นๆ คำสั่งบริหารของทรัมป์มีเป้าหมายชัดเจนที่จะยกเลิกแนวทางดังกล่าว
เม็ดเงิน 12 ล้านล้านดอลลาร์กับโอกาสที่รอคริปโต
ตลาดแผน 401(k) ในสหรัฐฯ มีมูลค่าอยู่ราว 12 ถึง 12.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหากเพียงบางส่วนของเงินนี้ไหลเข้าสู่คริปโตได้ ผลกระทบต่อตลาดย่อมมีนัยสำคัญมาก เหตุผลที่ฝ่ายบริหารทรัมป์ให้ไว้คือต้องการ “ทำให้เป็นประชาธิปไตยในการเข้าถึง” สินทรัพย์ทางเลือกที่ปกติมีให้เฉพาะนักลงทุนสถาบัน เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสูงและกระจายความเสี่ยงให้กับผู้ออมเพื่อเกษียณอายุทั่วไป
อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์จากฝ่ายที่กังวลเรื่องความเสี่ยงต่อผู้ออมเกษียณ โดยอ้างถึงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น การขาดความโปร่งใสและสภาพคล่อง รวมถึงความเสี่ยงที่ผู้ออมเกษียณจะสูญเสียเงินก้อนใหญ่หากมูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้ร่วงลงอย่างรุนแรง ซึ่งกฎระเบียบที่กระทรวงแรงงานจะประกาศออกมาในอีกไม่กี่สัปดาห์จะเป็นตัวกำหนดรายละเอียดและขอบเขตที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นหนึ่งในพัฒนาการเชิงนโยบายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคริปโตในปีนี้ เพราะการพูดถึงเงินสถาบันหรือ ETF มักมีขนาดหลักร้อยล้านถึงหลักพันล้านดอลลาร์ แต่แผน 401(k) คือเงินออมของคนธรรมดาหลายสิบล้านคนรวมกันถึง 12 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้าแม้แต่ 1% ของเงินก้อนนี้ไหลเข้าคริปโต นั่นคือ 1.2 แสนล้านดอลลาร์ที่อาจเข้าตลาด จุดที่ต้องจับตาตอนนี้คือรายละเอียดของกฎระเบียบที่กระทรวงแรงงานจะประกาศออกมา ว่าจะมีเงื่อนไขจำกัดสัดส่วนการลงทุนในคริปโตไว้เท่าไหร่ และสินทรัพย์คริปโตประเภทใดบ้างที่จะได้รับอนุมัติ ซึ่งนั่นจะเป็นตัวบอกว่าโอกาสนี้ยิ่งใหญ่แค่ไหนในทางปฏิบัติจริงๆ
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
