สรุปข่าว
- Paul Atkins ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าข้อยกเว้นด้านนวัตกรรม Tokenization สำหรับบริษัทคริปโตอาจพร้อมใช้งานภายในไม่กี่สัปดาห์
- ข้อยกเว้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Project Crypto ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC โดยจะเปิด sandbox ให้บริษัทที่เข้าเกณฑ์สามารถออกและซื้อขายโทเคนได้นาน 12-36 เดือนโดยไม่ต้องลงทะเบียนเต็มรูปแบบ
- Atkins ตั้งเป้าวางรากฐานที่มั่นคงให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสหรัฐฯ ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2026 พร้อมนำ taxonomy ใหม่แยกประเภทสินทรัพย์คริปโตออกเป็น 5 ประเภท
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ข้อยกเว้นด้านนวัตกรรม Tokenization ที่อาจมาถึงในเร็ว ๆ นี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกชัดเจนสำหรับตลาดคริปโต เพราะเปิดทางให้สถาบันการเงินและบริษัทที่สนใจทดสอบผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงเรื่องกฎระเบียบ ความชัดเจนของกรอบกฎหมายใหม่นี้คาดว่าจะดึงดูดเงินทุนสถาบันเข้าสู่ตลาด RWA (Real World Assets) และ tokenized securities มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตามรายงานจาก Watcher.Guru เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 Paul Atkins ประธานคนที่ 34 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (ก.ล.ต. สหรัฐฯ) ได้ส่งสัญญาณว่าข้อยกเว้นด้านนวัตกรรม Tokenization สำหรับบริษัทในวงการคริปโตอาจพร้อมบังคับใช้ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า นับเป็นก้าวสำคัญที่สุดของการปฏิรูปกรอบกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ ในยุคของ Atkins ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 หลังได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี Donald Trump และได้รับการยืนยันจากวุฒิสภาเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ปีเดียวกัน ท่าทีล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในการเปลี่ยนจากการใช้กฎหมายบังคับใช้เชิงลงโทษ มาสู่การให้แนวทางและกรอบกฎหมายที่ชัดเจนแทน
Project Crypto และ Sandbox สำหรับโทเคนไนเซชัน
ข้อยกเว้นที่ Atkins กล่าวถึงเป็นส่วนหนึ่งของ Project Crypto ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ และ CFTC (Commodity Futures Trading Commission) ที่เริ่มต้นขึ้นในเดือน ม.ค. 2569 มีเป้าหมายเพื่อประสานมาตรฐานการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับรัฐบาลกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองหน่วยงานมักมีข้อขัดแย้งด้านเขตอำนาจซ้ำซ้อน
ข้อยกเว้นนี้ถูกออกแบบให้เปิด sandbox ชั่วคราวด้านกฎระเบียบ โดยบริษัทที่เข้าเกณฑ์จะสามารถออกและซื้อขายโทเคนได้เป็นระยะเวลา 12-36 เดือน โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการจดทะเบียนกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงการลดภาระด้านการปฏิบัติตามกฎหมายสำหรับบริษัทที่ต้องการสำรวจผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชนอย่างมีนัยสำคัญ
กรอบกฎหมายใหม่ครอบคลุมกว่าเดิม พร้อม taxonomy 5 ประเภท
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 Atkins ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน DC Blockchain Summit ในหัวข้อ “Regulation Crypto Assets: A Token Safe Harbor” โดยนำเสนอกรอบกฎหมายใหม่ที่ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ “startup exemption” ที่จะให้นักพัฒนาระดมทุนได้สูงสุดถึง 5 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาสูงสุด 4 ปี และ “fundraising exemption” ที่จะอนุญาตให้ระดมทุนได้ถึง 75 ล้านดอลลาร์ภายใน 12 เดือน
นอกจากนี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ภายใต้การนำของ Atkins ยังได้นำ taxonomy ใหม่สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ โภคภัณฑ์ดิจิทัล, NFT, เครื่องมือดิจิทัล, Stablecoin และหลักทรัพย์ดิจิทัล โดยกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางจะบังคับใช้กับหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมที่ถูก tokenize เป็นหลัก การออก taxonomy ชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ รู้ว่าสินทรัพย์ของตนจัดอยู่ในประเภทไหนและต้องปฏิบัติตามกฎหมายชุดใด
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดตัวกฎใหม่ ให้ 3 เส้นทางสำหรับนักพัฒนาคริปโต จากสุนทรพจน์ของ Atkins ในงานเดียวกัน และก่อนหน้านั้น ก.ล.ต. สหรัฐฯ โหวตหนุนหุ้นบนบล็อกเชน สัญญาณบวกชัดสำหรับวงการ RWA รวมถึง ประธาน CFTC ประกาศแผนหลายปี ดันกฎหมายคริปโตให้ชัดและยุติศึกแย่งอำนาจกับ SEC ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระแสปฏิรูปกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณเชิงกฎระเบียบที่แข็งแกร่งที่สุดที่เห็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะแทนที่จะแค่พูดถึงนโยบายในระดับนามธรรม Atkins ระบุกรอบเวลาชัดเจนว่า “ไม่กี่สัปดาห์” ซึ่งถ้าเป็นจริง โอกาสที่สถาบันการเงินใหญ่ ๆ จะเร่งโครงการ tokenization ของตัวเองออกมาเต็มสูบมีสูงมาก สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือรายละเอียดของข้อยกเว้นว่าบริษัทแบบไหนจะเข้าเกณฑ์ได้บ้าง และระยะเวลา sandbox 12-36 เดือนจะเพียงพอสำหรับการพิสูจน์โมเดลธุรกิจหรือไม่ หากกรอบกฎหมายนี้ออกมาได้ตามกำหนด เชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งสำคัญสำหรับตลาด RWA ในปีนี้แน่นอน
เครดิตภาพจาก @cryptogoos
