สรุปข่าว
- ผู้ใช้ Reddit ชื่อ “ailovershoyab” อ้างว่าใช้ AI agent ถ่วงเวลามิจฉาชีพที่พยายามหลอกให้ซื้อบัตรของขวัญมูลค่า $500 ได้นานถึง 14 ชั่วโมง โดยใช้ค่า API เพียง $1.42
- AI สร้างบทสนทนาตลกขบขัน เช่น อ้างว่ากำลังขับรถไปร้าน Target แต่เจอกระรอกหล่อบนฟุตบาท หรือลืมกระเป๋าแล้วกลับบ้านผิดหลัง และยังหลอกให้มิจฉาชีพทำ CAPTCHA แทนด้วย
- บทความยังชี้ให้เห็น “ข้อบกพร่องล้างรถ” ของ AI ที่ ChatGPT และโมเดลดังหลายตัวยังตอบผิด สะท้อนข้อจำกัดในการทำความเข้าใจบริบทของ AI ในปัจจุบัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้เป็นเนื้อหาไวรัลที่น่าขบขันและไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ช่วยสะท้อนให้เห็นทั้งศักยภาพและข้อจำกัดของ AI ในชีวิตจริง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นระยะยาวต่อเทคโนโลยี AI ที่วงการ Web3 กำลังนำมาใช้งาน
ตามรายงานจาก Cointelegraph ผู้ใช้ Reddit ชื่อ “ailovershoyab” โพสต์เล่าประสบการณ์ลงในซับเรดดิต r/AI_Agents เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ว่าตนเองได้นำ AI agent มาใช้ถ่วงเวลามิจฉาชีพที่พยายามหลอกให้ซื้อบัตรของขวัญมูลค่า $500 ได้นานถึง 14 ชั่วโมง โดยตลอดการสนทนา AI สามารถหลอก โกหก และสร้างบทสนทนาที่ไร้สาระจนมิจฉาชีพเบื่อหน่ายและยอมแพ้ในที่สุด และที่น่าทึ่งคือค่าใช้จ่าย API ทั้งหมดอยู่ที่แค่ $1.42 เท่านั้น บทความฉบับเต็มยังนำเสนอกรณีศึกษา “คำถามล้างรถ” ที่เผยให้เห็นข้อบกพร่องในการให้เหตุผลของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่แพร่หลายในปัจจุบัน

AI ถ่วงเวลามิจฉาชีพด้วยบทสนทนาไร้สาระได้อย่างไร
เรื่องราวที่ไวรัลบน Reddit เล่าว่า AI agent ทำงานโดยแกล้งทำเป็นเหยื่อที่ตกลงใจจะซื้อบัตรของขวัญตามที่มิจฉาชีพต้องการ จากนั้นก็สร้างบทสนทนาชวนหัวที่ยาวนานโดยอ้างว่ากำลังขับรถไปซื้อที่ร้าน Target พร้อมกับรายงานสถานการณ์แบบไม่สมเหตุสมผล เช่น “ตอนนี้ติดไฟแดงอยู่ มีกระรอกหล่อมากตัวหนึ่งยืนอยู่ที่ทางเท้า คิดว่าเขาแต่งงานแล้วหรือยัง?” หรือ “ลืมกระเป๋าเงินไว้บ้าน ต้องกลับไปเอาก่อน แต่เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่บ้านเรา”
ไม่เพียงแค่นั้น AI ยังหลอกให้มิจฉาชีพทำ CAPTCHA แทนด้วย โดยอ้างว่าตาฝ้าฟางมองปุ่มโอนเงินไม่เห็น ซึ่งมิจฉาชีพก็หลงเชื่อและทำตาม ในท้ายที่สุดมิจฉาชีพรายหนึ่งยอมแพ้ด้วยข้อความว่า “ได้โปรดหยุดพูดได้แล้ว ไม่ต้องการเงินแล้ว ขอพระเจ้าอวยพร แต่ขอร้องเถอะ อยู่ห่างๆ ฉันที” ซึ่งชาวเน็ตต่างพากันขำและชื่นชมความสามารถของ AI ในการทำให้มิจฉาชีพเสียเวลาไปเปล่าๆ โดยไม่ทำให้เหยื่อจริงต้องเสียหายแม้แต่บาทเดียว
ข้อบกพร่องล้างรถ สัญญาณเตือนเรื่องข้อจำกัดของ AI
ขณะที่กรณีของ AI agent ต่อต้านมิจฉาชีพดูน่าประทับใจ บทความจาก Cointelegraph Magazine ยังชี้ให้เห็นข้อบกพร่องที่ยังคงหลอกหลอนวงการ AI นั่นคือ “คำถามล้างรถ” ซึ่งเป็นโจทย์ง่ายๆ ที่ถามว่า หากร้านล้างรถอยู่ห่างออกไปแค่ 40-100 เมตร ควรเดินหรือขับรถไป โมเดลภาษาขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ทั้ง ChatGPT, Claude, Grok และ Gemini มักตอบผิดโดยแนะนำให้เดินไปด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือการประหยัดเวลา โดยลืมความจริงพื้นฐานที่ว่ารถต้องอยู่ที่ร้านล้างรถด้วยเพื่อให้ล้างได้
นักวิจัยอธิบายว่าปัญหานี้เกิดจาก AI ให้ความสำคัญกับคำว่า “รถ” และ “ล้างรถ” ในแง่ของการเดินทาง แทนที่จะเข้าใจว่ารถเองต้องเดินทางไปยังจุดหมาย ซึ่งเป็นปัญหาด้านการให้ความสำคัญกับข้อมูลในโครงสร้างของโมเดล transformer การทดสอบกับ 12 โมเดลพบว่ามีเพียง 3 ตัวเท่านั้นที่ผ่านการทดสอบเมื่อเปิดใช้การค้นหาบนเว็บ และ 5 ตัวเมื่อปิดการค้นหา ความล้มเหลวนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงในวงการว่า AI พร้อมแค่ไหนสำหรับการทำงานอัตโนมัติที่ต้องใช้การให้เหตุผลเชิงบริบทในชีวิตจริง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้มันฮามากจริงๆ ความคิดที่จะให้ AI ไปถ่วงเวลาพวกมิจฉาชีพแทนเราเป็นการใช้เทคโนโลยีที่ฉลาดมาก เพราะแทนที่จะปล่อยให้มิจฉาชีพเหล่านี้ไปหลอกคนอื่น การดึงเวลาของพวกเขาไว้ถือเป็นการช่วยสังคมทางอ้อมด้วย แต่ในขณะเดียวกัน กรณีคำถามล้างรถก็เตือนใจว่าเราไม่ควรเชื่อ AI 100% โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องใช้ common sense หรือบริบทในโลกจริง ถ้าใครในวงการ Web3 กำลังคิดจะนำ AI agent มาใช้งานในระบบที่สำคัญ ควรทดสอบให้ครอบคลุมก่อน เพราะโมเดลที่เก่งในบางด้านอาจพลาดในจุดที่เราคาดไม่ถึงได้เสมอ
ภาพจาก AI
