สรุปข่าว
- ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ยังคงจมดิ่งในโซน Extreme Fear ที่ระดับ 11 ต่อเนื่องนานถึง 12 วัน และอยู่ในสภาวะกลัวสุดขีดมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม สะท้อนความกังวลจากปัจจัยสงครามและดอกเบี้ยสหรัฐฯ
- ข้อมูลบนบล็อกเชน เผยสัญญาณกลับตัวที่น่าสนใจ เมื่อสัดส่วนนักลงทุนระยะสั้นลดลงต่ำกว่า 4% และ Whale Ratio บนกระดานเทรดพุ่งสูงเกิน 60% ซึ่งตามสถิติรอบ 10 ปี มักเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึง “จุดต่ำสุด” ของรอบตลาด
- แม้ราคา Bitcoin จะพยายามดีดตัวทดสอบระดับ $76,000 เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาแต่ก็ล้มเหลว เนื่องจากขาดแรงสนับสนุนจากนักลงทุนรายย่อย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
แม้ดัชนีความกลัวจะอยู่ในระดับวิกฤต และ Bitcoin แสดงผลงานได้แย่กว่าตลาดหุ้น S&P 500 อย่างชัดเจนในปี 2026 นี้ แต่พฤติกรรมของเจ้ามือที่เข้าครอบคลุมตลาดสูงสุดในรอบทศวรรษ สวนทางกับรายย่อยที่หายออกไปจากระบบ
ตลาดในระยะสั้นอาจยังคงซึมตัวหรือเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพื่อรอปัจจัยบวกใหม่ แต่เบื้องหลังกำลังเข้าสู่ช่วงการสะสมพลังเงียบ ๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นก่อนการกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหญ่
บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเข้าสู่สภาวะตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังจากดัชนี Crypto Fear & Greed Index ยังคงติดหล่มอยู่ในโซน Extreme Fear หรือกลัวสุดขีดที่ระดับ 11 มานานกว่า 12 วันติดต่อกัน

แม้ในช่วงวันที่ 17-18 มีนาคมที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการฟื้นตัวสั้น ๆ แต่ภาพรวมความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับยังไม่กระเตื้องขึ้น นับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ปัจจัยลบจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ประกอบกับความกังวลเรื่องการคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ กลายเป็นกำแพงหนา ที่กั้นเม็ดเงินลงทุนใหม่ไม่ให้ไหลเข้าสู่ตลาดในเวลานี้
ความกลัวพุ่งสูง แต่แรงขาย Bitcoin กลับนิ่งสนิท
สิ่งที่น่าประหลาดใจท่ามกลางบรรยากาศที่เลวร้ายคือ ความไม่สอดคล้องกันระหว่างอารมณ์ของนักลงทุน และพฤติกรรมการซื้อขายจริง นักวิเคราะห์จาก Rand Group ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ดัชนีความกลัวจะค้างเติ่งอยู่ในระดับวิกฤต แต่แรงเทขาย Bitcoin กลับไม่ได้พุ่งสูงขึ้นตามความกังวลเหล่านั้น
ข้อมูลนี้อาจตีความได้ว่า เป็นสัญญาณบวกเงียบ ๆ ที่บ่งบอกว่า ผู้ที่ต้องการขาย Bitcoin ได้ระบายของออกไปหมดแล้ว และผู้ที่เหลืออยู่ในตลาดคือ กลุ่มที่มีความอดทนสูง ซึ่งไม่หวั่นไหวต่อข่าวลือรอบด้าน
สัญญาณตลาดใกล้ถึงจุดต่ำสุด
ตามข้อมูลบนบล็อกเชน จากนักวิเคราะห์ MAC_D และ CW8900 เผยให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดในปัจจุบัน โดยพบว่า สัดส่วนนักลงทุนระยะสั้นที่ถือครองเหรียญเพียง 1 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน ลดลงเหลือเพียง 3.98% ซึ่งในอดีตทุกครั้งที่ตัวเลขนี้ต่ำกว่า 4% มักจะเป็นช่วงที่ตลาดใกล้ถึงจุดต่ำสุดเต็มที
มูลค่าตลาดที่แท้จริงของ Bitcoin: ช่วงอายุของ UTXO แหล่งที่มา: CryptoQuant
ยิ่งไปกว่านั้น ค่า Whale Ratio บนเว็บเทรดได้พุ่งทะลุ 60% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยลดลงต่ำสุดในรอบทศวรรษเช่นกัน

อัตราส่วนเจ้ามือในตลาดซื้อขาย Bitcoin แหล่งที่มา: CryptoQuant
สถานการณ์ที่เจ้ามือครองตลาดเบ็ดเสร็จ ขณะที่รายย่อยถอดใจหนี มักเป็นสัญญาณของช่วงการสะสม ก่อนที่ราคาจะดีดกลับอย่างรุนแรง
บททดสอบความแกร่งปี 2026
แม้สัญญาณเบื้องลึกจะดูมีความหวัง แต่หากเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ดั้งเดิม Bitcoin ในปี 2026 กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังกว่าตลาดหุ้น S&P 500 อย่างเห็นได้ชัด
Axel Adler Jr. นักวิจัย Bitcoin ระบุว่า ความสัมพันธ์ในระยะสั้นระหว่าง Bitcoin และหุ้นเริ่มแยกออกจากกัน โดยค่า Correlation 13 สัปดาห์ลดลงต่ำกว่า 0 สะท้อนว่า Bitcoin ถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าและผันผวนรุนแรงกว่าหุ้นในช่วงนี้

อัตราส่วน BTC/S&P 500 แหล่งที่มา: Axel Adler Jr.
การที่ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ $76,000 แล้วล้มเหลวในช่วงกลางเดือนมีนาคมตอกย้ำว่าตลาดยังขาดแรงเก็งกำไรจากมหาชน ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนสายสวนกระแส ที่มองหาจังหวะ Buy the dip ในช่วงที่ความกลัวปกคลุมไปทั่วตลาด
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : สภาวะ “กลัวสุดขีด” ที่ลากยาวขนาดนี้คือ ถือเป็นบททดสอบจิตวิทยาที่คัดคนไม่ไหวให้ออกจากตลาดไป ซึ่งการที่รายย่อยหายไปจากตลาดและเจ้ามือเข้ามาคุมเกมกว่า 60% มันคือสัญญาณเตือนว่า “พายุกำลังจะสงบ”
เพราะตามธรรมชาติของโลกคริปโต ในนาทีที่ทุกคนตะโกนว่า ตลาดพังและถอดใจทิ้งของ คือจังหวะเดียวกับที่เจ้ามือกำลังแอบกวาดซื้อเหรียญเข้ากระเป๋าแบบเงียบๆที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรอบวิ่งครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง
