สรุปข่าว
- Apple ถอดแอป Bitchat ออกจาก App Store ในจีน ตามคำสั่งของทางการจีน
- Bitchat ใช้เทคโนโลยี Bluetooth Mesh แชทได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต แถมมีการเข้ารหัสแบบลับสุดยอดคล้ายกับ Bitcoin จนทางการจีนตรวจสอบไม่ได้
- แม้จะโดนแบนในจีน แต่ทั่วโลกมียอดดาวน์โหลดทะลุ 3 ล้านครั้งไปแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตถูกปิดกั้น
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
รัฐบาลจีนสั่งถอดแอป Bitchat ของ Jack Dorsey จาก App Store โดยอ้างกฎหมายควบคุมมวลชน แต่สาเหตุเบื้องลึกคือ ตัวแอปใช้เทคโนโลยี Bluetooth Mesh ที่ทำให้ผู้ใช้ส่งข้อความได้แบบออฟไลน์ แถมยังมีการเข้ารหัสลับสุดยอดจนทางการสอดแนมไม่ได้ แม้จะโดนแบนในจีน แต่แอปกลับมียอดดาวน์โหลดทั่วโลกทะลุ 3 ล้านครั้ง โดยเฉพาะในประเทศที่มักมีปัญหาถูกตัดอินเทอร์เน็ต
รัฐบาลจีนสั่ง Apple ถอดแอปพลิเคชัน “Bitchat” ของ Jack Dorsey อดีตผู้สร้าง Twitter ออกจาก App Store ในประเทศจีน ตามคำสั่งด่วนจากหน่วยงานบริหารจัดการไซเบอร์ (CAC)
ชนวนเหตุสำคัญมาจากข้ออ้างของทางการจีนที่ระบุว่า Bitchat ละเมิดกฎระเบียบปี 2018 ว่าด้วยการควบคุมแพลตฟอร์มที่สามารถชี้นำความคิดเห็นสาธารณะและการระดมมวลชน
สิ่งที่ทำให้รัฐบาลจีนยอมไม่ได้จนต้องสั่งแบน Bitchat คือ เทคโนโลยีการสื่อสารที่ฉีกกฎเดิมๆ โดยแอปนี้ทำงานผ่านเครือข่าย Bluetooth Mesh ทำให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความแบบ “Peer-to-Peer” ส่งต่อข้ามอุปกรณ์กันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์กลาง
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวแอปยังมีระบบเข้ารหัสลับแบบ End-to-End Encryption (E2EE) ซึ่งระบบความปลอดภัยขั้นสูงนี้เองที่ทำให้หน่วยงานรัฐไม่สามารถเจาะเข้ามาสอดแนมหรือตรวจสอบเนื้อหาการสนทนาได้เลย
ประสิทธิภาพของ Bitchat ถูกพิสูจน์มาแล้วในหลายพื้นที่วิกฤตอย่างอิหร่าน ยูกันดา และมาดากัสการ์ ซึ่งมักประสบปัญหาการถูกสั่งตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมฝูงชน
ปัจจุบันยอดดาวน์โหลดแอป Bitchat ทั่วโลกพุ่งทะยานทะลุ 3 ล้านครั้งอย่างรวดเร็ว โดยมียอดผู้ใช้งานผ่านระบบ Android เกินกว่า 1 ล้านราย สะท้อนถึงความโหยหาเสรีภาพและการสื่อสารที่ปลอดภัยจากการถูกแทรกแซงของผู้คน
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แอปของ Jack Dorsey โดนรับน้องในแผ่นดินจีน เพราะหากย้อนกลับไปในปี 2023 แอปพลิเคชันอย่าง Damus ที่รันบนโปรโตคอล Nostr ก็เคยโดนสั่งถอดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงที่คล้ายกันมาแล้ว
การสั่งถอดแอป Bitchat ในครั้งนี้ ตอกย้ำแนวทางที่รัฐบาลจีนต้องการควบคุมการสนทนาของประชาชนให้อยู่ภายใต้การสอดส่องอย่างเข้มงวด เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับแพลตฟอร์มกระแสหลักอย่าง WeChat ซึ่งมีผู้ใช้งานมหาศาลแต่ต้องแลกมาด้วยการเปิดเผยความเป็นส่วนตัวให้รัฐรับรู้
มุมมองผู้เขียน: ในระยะสั้น ภาพลักษณ์ของแอปแชตสาย Privacy อาจจะดูเหมือนถูกสั่นคลอนจากการใช้อำนาจรัฐปราบปราม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นว่า เทคโนโลยีไร้ศูนย์กลางนี้คือ “ของจริง” จนทำให้แม้แต่รัฐบาลมหาอำนาจอย่างจีนยังต้องหาทางสกัดกั้น ยิ่งรัฐพยายามปิดกั้นมากเท่าไหร่ ความพยายามของผู้คนในการเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นตามไปเท่านั้น
ที่มา:coinedition
