สรุปข่าว
- สำนักงานประกันเงินฝากแห่งสหรัฐฯ (FDIC) อยู่ระหว่างพิจารณากฎเกณฑ์ใหม่เพื่อบังคับใช้กฎหมาย GENIUS Act กำหนดมาตรฐานสำหรับผู้ออก Stablecoin ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคาร
- กฎที่เสนอจะยืนยันว่า Tokenized Deposit ยังคงสถานะเป็น “เงินฝาก” ตามกฎหมายเหมือนเดิม โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ไม่เปลี่ยนสถานะทางกฎหมาย
- ข้อเสนอนี้เปิดรับความเห็นใน 144 ประเด็น รวมถึงการห้ามจ่ายดอกเบี้ยบน Stablecoin และการประกันเงินฝากผ่านระบบ ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางของตลาด Stablecoin ในสหรัฐฯ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ความชัดเจนด้านกฎระเบียบสำหรับ Stablecoin และ Tokenized Deposit ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับตลาดคริปโต เพราะลดความไม่แน่นอนที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการนำสถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นอาจมีจำกัด เนื่องจากเป็นกระบวนการออกกฎที่ต้องใช้เวลา
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย ประธาน FDIC (สำนักงานประกันเงินฝากแห่งสหรัฐฯ) Travis Hill ได้ออกแถลงการณ์ขณะที่คณะกรรมการ FDIC กำลังพิจารณากฎเกณฑ์ที่เสนอขึ้นเพื่อบังคับใช้บทบัญญัติหลายข้อของกฎหมาย GENIUS Act ตามรายงานจาก Cointelegraph ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งกำหนดข้อกำหนดเชิงกำกับดูแลสำหรับผู้ออก Stablecoin ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับของ FDIC ครอบคลุมเรื่องสินทรัพย์สำรอง การไถ่ถอน กิจกรรมที่อนุญาต และเงินทุน นอกจากนี้ ข้อเสนอยังยืนยันอีกครั้งในระดับกฎหมายว่า เงินฝากในรูปแบบ Tokenized Deposit ยังคงถือเป็น “เงินฝาก” ตามพระราชบัญญัติประกันเงินฝากของรัฐบาลกลาง (Federal Deposit Insurance Act) โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
GENIUS Act คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
กฎหมาย GENIUS Act หรือชื่อเต็มว่า “Guiding and Establishing National Innovation for U.S. Stablecoins Act” ถูกลงนามโดยประธานาธิบดี Donald Trump เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2568 กฎหมายฉบับนี้สร้างกรอบกฎระเบียบระดับรัฐบาลกลางสำหรับ Stablecoin ในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก โดยกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องสำรองสินทรัพย์แบบ 1 ต่อ 1 ด้วยเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และเปิดเผยโครงสร้างสำรองทุกเดือน นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนในรูปแบบใดก็ตามให้กับผู้ถือ ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากผลิตภัณฑ์การเงินประเภทอื่น
ประเด็นสำคัญอีกข้อหนึ่งคือ Stablecoin ตามที่กฎหมาย GENIUS Act กำหนดนั้น ไม่ได้รับการประกันเงินฝากจากรัฐบาลกลาง และไม่ถือเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ขณะที่ Tokenized Deposit ซึ่งเป็นคนละผลิตภัณฑ์กัน จะได้รับการคุ้มครองเหมือนเงินฝากปกติ หากตรงตามนิยามทางกฎหมาย
144 คำถามที่รอคำตอบจากภาคอุตสาหกรรม
ข้อเสนอของ FDIC ในครั้งนี้เปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะและภาคอุตสาหกรรมใน 144 ประเด็นเฉพาะ ครอบคลุมเรื่องกิจกรรมที่อนุญาต ข้อกำหนดด้านเงินทุน การประกันเงินฝากแบบ Pass-Through และการห้ามจ่ายผลตอบแทนบน Stablecoin ซึ่งกระบวนการนี้สะท้อนให้เห็นว่า FDIC ต้องการได้รับข้อมูลจากทุกฝ่ายก่อนจะออกกฎขั้นสุดท้าย โดยกฎหมาย GENIUS Act กำหนดให้มีการบังคับใช้เต็มรูปแบบภายใน 18 เดือนหลังลงนาม (ราวเดือน ม.ค. 2570) หรือ 120 วันหลังหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องออกกฎขั้นสุดท้าย
น่าสังเกตว่าสำนักงานผู้ตรวจการธนาคาร (OCC) ก็ได้เสนอกฎเกณฑ์ในแนวทางเดียวกันเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลหลักของสหรัฐฯ ในการวางกรอบให้กับตลาด Stablecoin และ Tokenized Deposit ในระยะต่อไป
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ FDIC เดินหน้าออกกฎเกณฑ์อย่างจริงจังครั้งนี้เป็นเรื่องดีในระยะยาว เพราะตลาด Stablecoin ในสหรัฐฯ มานานแล้วที่ขาดความชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ไหนจัดอยู่ในหมวดไหน การแยกแยะ Stablecoin ออกจาก Tokenized Deposit อย่างชัดเจนตามกฎหมายจะช่วยให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่กล้าเข้ามาลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือรายละเอียดของการห้ามจ่ายดอกเบี้ยบน Stablecoin ซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าสนใจของ Stablecoin เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์การเงินดิจิทัลประเภทอื่นในอนาคต
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
