สรุปข่าว
- มิจฉาชีพสร้างกลโกงรูปแบบ Suicide Liquidation บนกระดานเทรด Hyperliquid โดยการโอนเงินเข้ามาเปิดโพสิชัน Long 15 ล้านดอลลาร์ในเหรียญ Fartcoin
- แต่แทนที่จะปั่นแล้วขายทำกำไร กลับจงใจปล่อยให้พอร์ตตัวเองโดนบังคับล้างโพสิชันทำให้ระบบ ADL ต้องบังคับปิดโพสิชัน Short ของคนอื่นเพื่อมาชดเชยหนี้เสีย
- ข้อมูลบนเครือข่ายระบุว่าผู้บงการยอมขาดทุนไปถึง 3 ล้านดอลลาร์บน Hyperliquid แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก Peckshield วิเคราะห์ว่านี่คือการยอมสละเบี้ยเพื่อกินขุน
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
กระดานเทรด Hyperliquid DEX สูญเงินหลักล้านดอลลาร์จากการตกเป็นเหยื่อกลโกงรูปแบบ Suicide Liquidation โดยมิจฉาชีพได้เปิดโพสิชัน Long เหรียญ Fartcoin มูลค่ากว่า 15 ล้านดอลลาร์เพื่อปั่นราคาให้สูงขึ้นในตลาดที่สภาพคล่องต่ำ จากนั้นจึงดึงคำสั่งซื้อออกและปล่อยให้พอร์ตถูกล้างอย่างกะทันหัน แรงเทขายมหาศาลนี้ทำให้ตลาดรองรับไม่ทัน ส่งผลให้กลไก Auto-Deleveraging ต้องทำงาน และผลักภาระหนี้เสียทั้งหมดไปให้กองทุน HLP Vault ของแพลตฟอร์มเป็นผู้รับเคราะห์ แม้มิจฉาชีพจะดูเหมือนขาดทุนไป 3 ล้านดอลลาร์บน Hyperliquid แต่แท้จริงแล้วนี่คือแผนการยอมเจ็บตัวเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้ราคาดิ่งลงอย่างรุนแรง และกวาดกำไรก้อนใหญ่กว่าจากโพสิชัน Short ที่แอบไปดักรอไว้ในกระดานเทรดอื่น
เมื่อไม่นานมานี้กระดานเทรด Hyperliquid DEX ได้เผชิญหน้ากับกลโกงของมิจฉาชีพในรูปแบบประหลาดที่ถูกเรียกว่า “Suicide Liquidation” หรือการโดนล้างพอร์ตแบบฆ่าตัวตาย ส่งผลทำให้สูญเงินไปเป็นจำนวนหลายล้านดอลลาร์ แต่นักเทรดสังสัยไหมว่าการโดนล้างพอร์ตทำไมกระดานถึงเป็นฝ่ายเสียหาย บทความนี้จะพาไปดูกัน
เกิดอะไรขึ้น?
อ้างอิงข้อมูลจาก Lookonchain และ Peckshield ตรวจพบว่ามี ผู้ไม่ประสงค์ดีทำการเปิดโพสิชัน Long มูลค่ากว่า $15 ล้านดอลลาร์ในเหรียญ Fartcoin บนกระดานเทรด Hyperliquid โดยมีการโอนเงินมาจาก 4 บัญชีที่มาจาก Binance และ Bybit
พวกเขาเลือกที่จะใช้ Hypeliquid เป็นแพลตฟอร์มในการก่อเหตุเพราะมีสภาพคล่องต่ำทำให้ง่ายต่อการที่จะปั่นราคา ซึ่งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ก็สามารถปั่นราคา Fartcoin ทะยานขึ้นไปได้สูงถึง 20% มีกำไรที่ไม่เกิดขึ้นจริงกว่า $1.3 ล้าน
แต่แทนที่มิจฉาชีพกลุ่มนี้จะทำการเทขายเหมือนการปั่นราคาทั่วไป พวกเขาก็ทำการดึงคำสั่งซื้อออกและปล่อยให้โพสิชันเหล่านั้นถูกล้างโดยการบังคับขาย เพื่อเป็นการเปิดใช้งานกับดักที่เล็งมาแล้วตั้งแต่ต้น โดยทาง Peckshield ตั้งชื่อกลยุทธ์นี้ว่า Suicide Liquidation
ทำไมต้องทำ Suicide Liquidation
เจตนาที่แท้จริงของแผนการครั้งนี้ คือการกระตุ้นให้กลไกการลดระดับเลเวอเรจโดยอัตโนมัติ (Auto-Deleveraging หรือ ADL) ของแพลตฟอร์มทำงาน ซึ่งกลไกนี้จะบังคับปิดโพสิชันของฝั่งตรงข้ามในสถานการณ์ที่รุนแรงเพื่อชดเชยผลขาดทุนที่เกิดขึ้น
เพื่ออธิบายให้เห็นภาพ เมื่อ Long ถึงจุดโดนล้างพอร์ตแล้วแต่ตลาดไม่มีคนรับฝั่งตรงข้าม ระบบ ADL จะทำงานอัตโนมัติและบังคับปิดตำแหน่ง Short ที่กำลังกำไรเพื่อนำเงินมาชดเชยโปะให้กับ Long ที่ล้ม ส่วนที่เหลือระบบโยน “โพสิชันพิษ”ให้ HLP Vault กองทุน liquidity ของ Hyperliquid เป็นผู้รับความเสียหาย หรือก็คือยอมแบกหนี้แทน
การประเมินจาก Peckshield และ Lookonchain ระบุว่า ผู้บงการรายนี้ขาดทุนไปถึง 3 ล้านดอลลาร์ ภายหลังจากการล้างพอร์ตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม Peckshield ตั้งข้อสังเกตว่า พวกเขาอาจจะไปกอบโกยกำไรจากช่องทางอื่นมาทดแทนแล้ว
สรุปคือมิจฉาชีพรายดังกล่าวจงใจยอมให้ตนเองขาดทุนในแพลตฟอร์มหนึ่งเพื่อที่จะได้ทำกำไรในโพสิชันที่ใหญ่กว่าในอีกแพลตฟอร์มหนึ่งนั่นเอง
ที่มา : Cryptopotato
มุมมองผู้เขียน : เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่มิจฉาชีพในโลกคริปโตทำงานกันเป็นองค์กร พวกเขาไม่ได้ทำกำไรแบบเส้นตรงบนกระดานเดียวอีกต่อไป แต่ใช้กลยุทธ์ปั่นกระดาน A เพื่อให้กลไกพังพินาศ แล้วไปรับผลประโยชน์บนกระดาน B หรือ C คล้ายการทำ Arbitrage เชิงลบ สิ่งนี้ทำให้การติดตามตัวหรืออายัดเงินทำได้ยากขึ้นมาก และเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งนักวิเคราะห์ On-chain และทีมรักษาความปลอดภัยของทุกกระดาน
