สรุปข่าว
- ตลอดเส้นทางของ Bitcoin ตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน มีการประกาศว่า Bitcoin “ตาย” หรือ “จบแล้ว” รวมทั้งหมด 472 ครั้ง จากทั้งสื่อ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ และนักลงทุนชื่อดัง
- หากลงทุน 100 บาททุกครั้งที่มีการประกาศว่า Bitcoin ตาย จะใช้เงินรวม 47,200 บาทและมูลค่าพอร์ตในปัจจุบันจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 7,500,000 บาทหรือเติบโตถึงประมาณ 158 เท่า
- ตัวเลขนี้สะท้อน Narrative สำคัญของ Bitcoin ที่มักฟื้นตัวได้ทุกครั้งหลังถูกมองว่า “จบแล้ว” และในช่วงที่ตลาดกำลังซบเซา เรื่องราวลักษณะนี้กำลังกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ชุดนี้ถือเป็นข้อมูลเชิงบวก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะความกลัว เพราะสถิติ 472 ครั้งที่ Bitcoin ถูกมองว่าตาย แต่ยังคงอยู่รอดมาจนถึงวันนี้ เป็นการเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี Bitcoin ถูกประกาศว่า “ตาย” ไปแล้วถึง 472 ครั้ง จากบุคคลหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ผู้กำหนดนโยบายการเงิน ผู้บริหารสถาบันการเงินขนาดใหญ่ นักวิชาการ และสื่อทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หากนักลงทุนเลือก “สวนกระแส” ด้วยการซื้อทุกครั้งที่มีการประกาศดังกล่าว ผลลัพธ์ในวันนี้จะกลายเป็นพอร์ตมูลค่ามากกว่า 7.5 ล้านบาท
Bitcoin ถูกประกาศว่าตายอย่างไรบ้าง?
การประกาศว่า Bitcoin “ตาย” เกิดขึ้นในหลายบริบท ตั้งแต่งานวิจัยที่ตั้งข้อสงสัยต่อมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ ไปจนถึงเหตุการณ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม เช่น การล่มสลายของ Mt. Gox ในปี 2014 ที่ทำให้หลายสำนักข่าวฟันธงว่า Bitcoin สิ้นสุดลง
รวมถึงการแบนคริปโตหลายระลอกจากจีน และเหตุการณ์ FTX ล่มในปี 2022 ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดจบของความเชื่อมั่นในตลาดคริปโต แต่ในทุกครั้ง Bitcoin กลับฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในเวลาต่อมา
ทำไม 100 บาททุกครั้งถึงสร้างเงิน 7.5 ล้านบาท?
เบื้องหลังตัวเลขนี้คือพฤติกรรมของตลาดที่มักเกิดความกลัวสูงสุดในช่วงราคาต่ำสุด โดยการที่ Bitcoin ถูกประกาศว่า “ตาย” มักเกิดขึ้นในช่วงตลาดขาลงหนัก
นั่นหมายความว่าการเข้าซื้อในจังหวะดังกล่าวเทียบเท่ากับการสะสมใกล้จุดต่ำของรอบ ซึ่งเป็นช่วงที่ให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว หลักการนี้สอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนแบบ DCA โดยเฉพาะเมื่อเน้นการลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความกลัวสูง
ครั้งที่ 473 กำลังจะมาไหม?
ในปัจจุบัน Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค ทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน การเจรจาที่ล้มเหลว รวมถึงราคาที่ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดประมาณ 40% ขณะที่ดัชนี Fear & Greed อยู่ในระดับ Extreme Fear ต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เสียงที่บอกว่า “Bitcoin จบแล้ว” เริ่มกลับมาอีกครั้ง ซึ่งหากอิงจากประวัติศาสตร์ นี่อาจเป็นสัญญาณที่ควรพิจารณาในมุมตรงข้าม
ผู้เขียนมองว่าตัวเลข 472 ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจ แต่เป็นหนึ่งในหลักฐานเชิงพฤติกรรมที่สะท้อนรูปแบบซ้ำของตลาดได้อย่างชัดเจน ตลอดอดีต ผู้ที่ตัดสินใจขายในช่วงความกลัวมักเป็นฝ่ายพลาดโอกาส ขณะที่ผู้ถือระยะยาวกลับได้รับผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม แม้อดีตจะไม่สามารถการันตีอนาคตได้ แต่ในช่วงเวลาที่ความกลัวครอบงำตลาด การย้อนดูสถิตินี้อาจช่วยให้ตัดสินใจได้มีเหตุผลมากขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
