สรุปข่าว
- Michael Saylor ทำนายที่งาน BTC Prague 2025 ว่า Bitcoin จะแตะราคา $21 ล้านต่อเหรียญภายในปี 2046 หรืออีก 21 ปีข้างหน้า
- Saylor ผูกตัวเลข 21 เข้ากับ Bitcoin อย่างเจตนา ทั้งจำนวนเหรียญสูงสุด 21 ล้านดอลลาร์ กรอบเวลา 21 ปี และอัตราเติบโตทบต้น 21% ต่อปี โดยเพิ่มขึ้นจากคำทำนายก่อนหน้าที่ $13 ล้านในปี 2024
- ปัจจัยสนับสนุนที่ Saylor อ้างถึง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ กฎหมาย Bitcoin ของสหรัฐฯ และการที่ทำเนียบขาวให้การสนับสนุน พร้อมชี้ว่า Bitcoin ถึง “จุดวิกฤต” แล้ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
คำทำนายของ Saylor ในฐานะผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลกมีน้ำหนักทางจิตวิทยาสูงต่อตลาด แม้จะเป็นการมองระยะยาวมาก แต่การที่เขาเพิ่มเป้าจาก $13 ล้านเป็น $21 ล้านสะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นแรงซื้อสะสมในระยะสั้นได้
เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา Michael Saylor ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ Strategy (เดิมคือ MicroStrategy) ได้ขึ้นเวทีงาน BTC Prague 2025 และประกาศคำทำนายครั้งใหม่ว่า Bitcoin จะมีราคาแตะ $21 ล้านต่อเหรียญภายในปี 2589 หรืออีก 21 ปีข้างหน้า โดยมูลค่าตลาดรวมอาจสูงถึงหลายร้อยล้านล้านดอลลาร์ ตามรายงานจาก Crypto Rover ที่เผยแพร่คำทำนายดังกล่าวอีกครั้ง คำทำนายนี้เป็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเป้าหมายเดิมที่ $13 ล้านต่อเหรียญภายในปี 2588 ซึ่ง Saylor ประกาศไว้ที่งาน Bitcoin 2024 ในเมืองแนชวิลล์
ปริศนาตัวเลข 21 ที่ Saylor เจตนาผูกไว้
ไม่ใช่แค่ตัวเลขสุ่ม Saylor เลือกเป้าหมาย $21 ล้านอย่างมีเจตนา โดยผูกกับสาม “21” ที่เขามองว่าเป็นหัวใจของ Bitcoin ได้แก่ จำนวนเหรียญสูงสุดที่จะมีอยู่ในโลกทั้งหมด 21 ล้านดอลลาร์ กรอบเวลา 21 ปีในการเติบโตถึงเป้า และอัตราเติบโตแบบทบต้น 21% ต่อปีในระยะยาว (โดยในช่วงแรกคาดอัตราเติบโตอยู่ที่ 28.5% ก่อนจะลดลงมา) นอกจากนี้เขายังเคยพูดถึงศักยภาพของ Bitcoin ที่อาจมีมูลค่าตลาดสูงถึง 500 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหากคำนวณจากจำนวนเหรียญทั้งหมดจะเท่ากับราคาประมาณ $23.8 ล้านต่อเหรียญ
Saylor ยังระบุว่า Bitcoin ได้เข้าสู่สภาวะ “criticality” หรือจุดวิกฤตที่ไม่สามารถหยุดยั้งการเติบโตได้แล้ว พร้อมใช้คำว่า “escape velocity” เพื่อสื่อว่า Bitcoin มีแรงส่งเพียงพอที่จะพ้นจากแรงดึงของความสงสัยและการต่อต้านจากโลกการเงินแบบเดิม
ปัจจัยที่ Saylor มองว่าจะผลักดัน Bitcoin สู่เป้าหมาย
Saylor อ้างถึงพัฒนาการหลายอย่างที่ทำให้เขาเพิ่มเป้าหมายราคา ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ Bitcoin มีบทบาทสำคัญขึ้น การที่ทำเนียบขาวให้การสนับสนุน Bitcoin อย่างเป็นทางการ และกฎหมาย Bitcoin ฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ที่เปิดทางให้สถาบันการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องได้มากขึ้น รวมถึงการเร่งตัวของการยอมรับในวงกว้างทั้งจากภาครัฐและเอกชน เขามองว่าปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้ Bitcoin กำลังแทนที่สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำในฐานะที่เก็บมูลค่าหลักของโลก
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าคำทำนายระยะ 21 ปีเช่นนี้มีความไม่แน่นอนสูงมาก ตัวแปรที่ส่งผลได้แก่ อัตราการยอมรับในอนาคต สภาพแวดล้อมกฎหมายในแต่ละประเทศ ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และพัฒนาการทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ต้องไม่ลืมว่า Saylor เองเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ผ่านบริษัท Strategy ซึ่งถือ Bitcoin อยู่กว่า 700,000 เหรียญ ทำให้มุมมองของเขาย่อมเอนเอียงไปในทางบวกตามธรรมชาติ
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Saylor ชี้ Bitcoin โตแค่ 2% ต่อปี Strategy ก็จ่ายปันผล STRC ได้ตลอดไป และ Saylor ชี้ Bitcoin น่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว มองความเสี่ยง Quantum เกินจริง สะท้อนให้เห็นว่า Saylor ยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกต่อ Bitcoin อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ราคา Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ $71,477 หรือเพิ่มขึ้น 0.80% ในรอบ 24 ชั่วโมง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำทำนายของ Saylor น่าสนใจในเชิงกรอบความคิดมากกว่าเชิงตัวเลข การที่เขาเพิ่มเป้าจาก $13 ล้านเป็น $21 ล้านในเวลาเพียงปีเดียวสะท้อนว่าเขามองสภาพแวดล้อมของ Bitcoin ดีขึ้นมากจริงๆ แต่ก็ต้องจำไว้ว่าเขามีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรงในฐานะผู้ถือ Bitcoin มูลค่ามหาศาล สิ่งที่น่าจับตาคือการที่ทำเนียบขาวและกฎหมายสหรัฐฯ จะเดินหน้าสนับสนุน Bitcoin ได้จริงแค่ไหนในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ถ้านโยบายเหล่านั้นเป็นจริง ก็ไม่แปลกที่ราคาจะวิ่งแรงกว่าที่ใครๆ คาดไว้
ที่มา: @cryptorover
เครดิตภาพจาก @BetterCallSkan
