สรุปข่าว
- Legal & General Asset Management (L&G) ประกาศนำกองทุนสภาพคล่องมูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านปอนด์เข้าสู่เครือข่ายโทเค็นของ Calastone เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569
- กองทุนในรูปแบบโทเค็นจะพร้อมใช้งานบน Ethereum และบล็อกเชนที่รองรับ EVM อื่น ๆ โดยคาดว่าจะขยายไปยังเครือข่ายเพิ่มเติมในอนาคต
- การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนแนวโน้มที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มนำโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนมาปรับใช้กับกองทุนดั้งเดิมมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่สถาบันขนาดใหญ่อย่าง L&G นำสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลมาอยู่บนบล็อกเชนถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนในระดับสถาบัน แม้จะไม่มีผลต่อราคาโทเค็นใดโดยตรงในทันที แต่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบนิเวศโดยรวม โดยเฉพาะ Ethereum ที่เป็นเครือข่ายหลักที่เลือกใช้
เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 Legal & General Asset Management (L&G) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ประกาศว่ากองทุนสภาพคล่องของบริษัทมูลค่ารวมกว่า 5 หมื่นล้านปอนด์ได้เริ่มใช้งานบนเครือข่ายโทเค็น (Tokenised Distribution Network) ของ Calastone อย่างเป็นทางการแล้ว ตามรายงานจาก Cointelegraph การเปิดตัวครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงและโอนหน่วยกองทุนของ L&G ผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแทนระบบเดิม โดยในเบื้องต้นจะรองรับ Ethereum และบล็อกเชนที่เข้ากันได้กับ EVM อื่น ๆ และคาดว่าจะขยายไปยังเครือข่ายเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ L&G มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 1.118 ล้านล้านปอนด์ ณ สิ้นปี 2567
Calastone และ L&G ร่วมยกระดับการจัดจำหน่ายกองทุนด้วยบล็อกเชน
Calastone ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ SS&C Technologies เป็นเครือข่ายกองทุนระดับโลกที่ให้บริการเทคโนโลยีสำหรับการสร้างโทเค็น การกำหนดเส้นทางคำสั่งซื้อ การรวมการซื้อขาย การกระทบยอด และการชำระบัญชีบนบล็อกเชน Simon Keefe หัวหน้าฝ่ายโซลูชันดิจิทัลของ Calastone กล่าวว่า การเปิดตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการแปลงเป็นโทเค็นสามารถนำไปใช้กับโครงสร้างกองทุนที่มีอยู่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และขยายการเข้าถึงภายในกรอบการกำกับดูแลที่ควบคุมได้
Ross McDonald ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนสภาพคล่องที่ L&G ระบุว่า การเปิดตัวนี้เป็นก้าวสำคัญในแนวทางด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท โดยมุ่งขยายช่องทางให้นักลงทุนเข้าถึงกลยุทธ์ของ L&G ได้กว้างขึ้น ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 L&G เคยร่วมมือกับ Archax ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายที่ได้รับการกำกับดูแลในสหราชอาณาจักร เพื่อนำกองทุนเดียวกันนี้มาทำเป็นโทเค็นสำหรับนักลงทุนมืออาชีพและสถาบัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า L&G มีแผนระยะยาวในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านบล็อกเชนอย่างต่อเนื่อง
กองทุนโทเค็นและแนวโน้มสถาบันที่เร่งตัวขึ้น
การเคลื่อนไหวของ L&G สอดคล้องกับแนวโน้มที่กำลังเร่งตัวในวงการการเงินแบบดั้งเดิม ที่ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่หันมาทดสอบและนำบล็อกเชนมาใช้ในโครงสร้างพื้นฐานกองทุน ประโยชน์หลักที่ได้รับ ได้แก่ การชำระบัญชีที่รวดเร็วขึ้น ต้นทุนที่ลดลง และการเข้าถึงนักลงทุนในวงกว้างขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางหลายชั้นแบบเดิม
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า RWA โทเค็นทะลุ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่รายย่อยถูกกันออกจากระบบทั้งหมด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้ตลาดสินทรัพย์โทเค็นจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การเข้าถึงยังคงถูกจำกัดไว้สำหรับนักลงทุนสถาบันและผู้มีคุณสมบัติตามกฎหมายเป็นหลัก การที่ L&G เลือกทำงานร่วมกับ Calastone บนเครือข่ายที่มีกรอบการกำกับดูแลชัดเจนก็สะท้อนแนวทางเดียวกัน นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 Calastone ยังได้เพิ่ม Polygon เข้ามาเป็นชั้นบล็อกเชนเพื่อรองรับการออกและจัดจำหน่ายกองทุนในรูปแบบโทเค็น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีแผนขยายการรองรับหลายเครือข่ายในอนาคต
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ไม่ใช่แค่การประกาศทั่วไป แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการจัดการสินทรัพย์ระดับโลก เมื่อบริษัทที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1 ล้านล้านปอนด์เริ่มนำบล็อกเชนมาใช้ในระบบจัดจำหน่ายจริง ไม่ใช่แค่ทดลองในแล็บ มันบอกว่าเทคโนโลยีนี้ผ่านช่วงพิสูจน์ตัวมาแล้ว สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่า Calastone จะขยายการรองรับไปยังเครือข่ายใดบ้าง และจะมีผู้จัดการสินทรัพย์รายอื่นเข้าร่วมเครือข่ายนี้อีกหรือเปล่า ถ้าเทรนด์นี้เร่งตัวขึ้น ก็น่าจะเป็นสัญญาณบวกต่อ Ethereum และเครือข่ายที่เป็นมาตรฐานในวงการสถาบันในระยะยาว
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
