สรุปข่าว
- ส.ส. นิวยอร์ก เสนอนโยบายเงินปันผล AI หรือ “AI Dividend” โดยจะนำเงินจากการเก็บภาษีใช้งาน AI และสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท AI มาแจกจ่ายให้พลเมืองสหรัฐฯ
- นโยบายนี้ ไม่ใช่การขัดขวางนวัตกรรม แต่เป็นเหมือน “ประกันภัย” ที่จะเริ่มจ่ายเงินชดเชย หากระบบ AI เข้ามาแย่งงานมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ
- Goldman Sachs ชี้ AI ทำคนตกงานแล้ว 16,000 ตำแหน่ง/เดือน แต่ Morgan Stanley แย้งว่าผลกระทบยังน้อย และเทคโนโลยีมักจะสร้างงานใหม่ ๆ เสมอ แม้ AI อาจจะเป็นข้อยกเว้นก็ตาม
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Alex Bores ส.ส. นิวยอร์ก เสนอไอเดียผ่านนโยบายเงินปันผล AI เพื่อเป็นเบาะรองรับพลเมืองชาวอเมริกันจากวิกฤต AI แย่งงาน โดยเล็งเก็บภาษีและขอเข้าถือหุ้นจากบริษัท AI เพื่อนำมาจ่ายเป็นเงินเยียวยาให้แรงงาน แนวคิดนี้ไม่ใช่การขัดขวางเทคโนโลยี แต่เป็น “หลักประกัน” ให้ทุกคนได้ส่วนแบ่งความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม ท่ามกลางคลื่นการปลดพนักงานของกลุ่มบริษัทบิ๊กเทคฯ
Alex Bores ส.ส.นิวยอร์กและผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภาคองเกรส เสนอนโยบายเงินปันผลจาก AI หรือ “AI Dividend” เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาการเลิกจ้างงานครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นจากการมาของเทคโนโลยี AI
นโยบายใหม่นี้จะมุ่งเป้าจัดเก็บภาษีการใช้งานและขอเข้าถือหุ้นในบริษัทผู้พัฒนา AI ชั้นนำ เพื่อนำรายได้มาจ่ายเป็นเงินสดโดยตรงให้กับพลเมืองชาวอเมริกัน หากประเมินแล้วพบว่า ระบบอัตโนมัติได้เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ
ไม่ใช่การขัดขวางนวัตกรรม แต่คือหลักประกันของประชาชน
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา Bores ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า แผนการดังกล่าวไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฉุดรั้งการพัฒนาของนวัตกรรม แต่เปรียบเสมือนหลักประกันความเสี่ยงให้กับชาวอเมริกัน
Alex เน้นย้ำว่า หาก AI สามารถเพิ่มผลผลิตอย่างก้าวกระโดดและทำให้เกิดการกระจุกตัวของความมั่งคั่ง ประชาชนก็สมควรมีส่วนได้ส่วนเสียในผลกำไรเหล่านั้น
นอกจากเป้าหมายในการจ่ายเงินเยียวยาแล้ว กองทุนส่วนหนึ่งจะถูกนำไปต่อยอดเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของแรงงาน การศึกษา การฝึกอบรมทักษะใหม่ รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยของ AI
อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ถูกใช้เป็นวาระสำคัญในการรณรงค์หาเสียง ซึ่งความสำเร็จในการผลักดันให้เกิดผลบังคับใช้จริง จะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในระยะต่อไป
มุมมองผู้เขียน: ประเด็นนี้เป็นเพียงการเสนอนโยบายเพื่อหาเสียงชิงตำแหน่งในสภาคองเกรส ยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายใด ๆ ในระยะสั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นกลุ่มเทคฯ แต่ในระยะยาว หากมีการผลักดันนโยบายเก็บภาษีบริษัท AI สำเร็จ อาจสร้างแรงกดดันต่อกำไรของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้
- ที่มาข่าว:cointelegraph
- ที่มาภาพ:transparencycoalation
