สรุปข่าว
- ประธานาธิบดี Trump โพสต์ผ่าน Truth Social วิจารณ์ศาลสูงสหรัฐฯ อีกครั้ง ระบุคำตัดสินเรื่องภาษีอาจบังคับให้รัฐบาลคืนเงินราว $1.6 แสนล้านแก่บริษัทและประเทศต่างๆ
- ศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินเมื่อ 20 ก.พ. 2569 ว่ากฎหมาย IEEPA ไม่ให้อำนาจประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีนำเข้า ส่งผลให้ภาษีที่ Trump ประกาศใช้ถูกตีตกไปจำนวนมาก
- ความไม่แน่นอนทางนโยบายการค้ายังคงดำเนินต่อ หลัง Trump ลงนามคำสั่งบริหารเก็บภาษีชุดใหม่ภายใต้กฎหมาย Section 122 แทน และยังส่งสัญญาณกดดันบริษัทอเมริกันที่เลือกขอคืนภาษี
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ความไม่แน่นอนทางนโยบายการค้าและความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับตุลาการสหรัฐฯ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวม ซึ่งโดยทั่วไปมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตด้วย อย่างไรก็ตาม ผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโตในระยะสั้นยังมีจำกัด
เมื่อวันศุกร์ที่ 25 เม.ย. 2569 ตามเวลาไทย ประธานาธิบดี Donald Trump ออกมาวิจารณ์ศาลสูงสหรัฐฯ อีกครั้งผ่านโพสต์บน Truth Social โดยระบุว่าคำตัดสินเรื่องภาษีนำเข้าอาจบังคับให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินราว $1.6 แสนล้านแก่บริษัทและประเทศต่างๆ ตามรายงานจาก Cointelegraph Trump กล่าวว่าสหรัฐฯ จะ “รวยกว่านี้ $1.6 แสนล้าน” หากศาลสูงเพิ่มเพียงประโยคสั้นๆ ระบุว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องคืนเงินที่เก็บไปแล้ว ทั้งนี้ การวิจารณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคำตัดสินที่ออกตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งถือเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างฝ่ายบริหารและตุลาการในประเด็นนโยบายการค้า
ศาลสูงตีตกภาษี IEEPA รัฐบาลเสี่ยงต้องคืนเงินมหาศาล
ต้นเรื่องทั้งหมดเริ่มจากวันที่ 20 ก.พ. 2569 เมื่อศาลสูงสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ในคดี Learning Resources Inc. v. Trump และ V.O.S. Selections v. United States ตัดสินว่ากฎหมายว่าด้วยอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีนำเข้า คำตัดสินดังกล่าวส่งผลให้ภาษีนำเข้าจำนวนมากที่ Trump ประกาศใช้อ้างอิง IEEPA ถูกตีตกไป และนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะต้องคืนเงินที่เก็บไปแล้วประมาณ $1.6 แสนล้าน
Trump แสดงความไม่พอใจทันทีหลังคำตัดสินออกมา โดยเรียกว่าเป็นเรื่อง “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และ “น่าอับอาย” ก่อนที่จะลงนามคำสั่งบริหารเรียกเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% ชุดใหม่ภายใต้ Section 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 แทน ซึ่งอนุญาตให้เก็บภาษีชั่วคราวได้นาน 150 วัน และต่อมาในวันที่ 21 ก.พ. ก็ปรับขึ้นเป็น 15%
Trump กดดันบริษัทอเมริกันที่ขอคืนภาษี พร้อมเปิดช่องทางรับคำร้อง
ในช่วงกลางเดือนเมษายน 2569 หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ได้เปิดระบบรับคำร้องขอคืนภาษีที่ชื่อว่า CAPE (Consolidated Administration and Processing of Entries) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถยื่นขอเงินคืนสำหรับภาษีที่ถูกตีตกได้ โดย FedEx เป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่ยื่นคำร้อง อย่างไรก็ตาม Trump ให้สัมภาษณ์ทาง CNBC ว่าจะ “จดจำ” บริษัทอเมริกันที่เลือกขอเงินคืน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกดดันภาคธุรกิจให้ไม่ยื่นคำร้อง
นอกจากนี้ เมื่อวันพุธที่ 23 เม.ย. Trump ยังโพสต์วิจารณ์คำตัดสินของศาลสูงว่าเป็น “เรื่องน่าขยะแขยง” และ “ตบหน้า” พร้อมโจมตี “ผู้พิพากษาพรรครีพับลิกันบางคน” ที่ไม่ยอมระงับการจ่ายเงินคืนก้อนใหญ่ดังกล่าว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งเชิงสถาบันที่ยังไม่มีข้อยุติ และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนโยบายการค้าสหรัฐฯ ในระยะยาว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้น่าติดตามมากๆ ครับ เพราะมันไม่ได้เป็นแค่เรื่องภาษีธรรมดา แต่เป็นการปะทะกันระหว่างฝ่ายบริหารกับตุลาการในระดับสูงสุด ถ้าท้ายที่สุดรัฐบาลถูกบังคับให้คืนเงิน $1.6 แสนล้านจริงๆ มันจะเป็นแรงกดดันด้านการคลังที่ไม่เล็กน้อยเลย สิ่งที่ต้องจับตาคือว่า Trump จะหาทางออกทางกฎหมายอื่นมาใช้อีกหรือเปล่า และภาคธุรกิจที่ถูกกดดันให้ไม่ขอคืนภาษีจะกล้าสู้หรือยอมก้มหัวตามแรงกดดันการเมือง ผลลัพธ์จะเป็นสัญญาณสำคัญว่านักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงนโยบายการค้าสหรัฐฯ ต่อไปอย่างไร
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph
