สรุปข่าว
- ผลสำรวจจาก CEX.IO พบว่า นักเทรดคริปโตในสหรัฐฯ กว่า 36% ต้องลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากพอร์ตการลงทุนติดลบหนักจากสภาวะตลาดขาลงที่ลากยาวมาตั้งแต่ปลายปี 2025
- นักลงทุนจำนวนมากตัดสินใจเลื่อน หรือยกเลิกการซื้อสินทรัพย์ชิ้นใหญ่ เช่น บ้าน รถยนต์ หรือการรีโนเวทที่พักอาศัย โดยมีถึง 25% ที่ต้องควักเงินเก็บสำรองออกมาประทังชีวิต และ 12% เริ่มมีปัญหาค้างชำระค่าใช้จ่ายรายเดือน
- แม้จะเผชิญมรสุมการเงินอย่างหนัก แต่สาย HODL ยังคงเหนียวแน่น โดย 79% ยืนยันว่า จะถือเหรียญต่อไปหรือหาจังหวะซื้อเพิ่ม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวที่ยังไม่เสื่อมคลายแม้ในวันที่ต้องรัดเข็มขัด
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish
ข้อมูลนี้สะท้อนถึงภาวะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงในระดับภาคครัวเรือนของผู้ลงทุนรายย่อย การที่นักเทรดต้องนำเงินเก็บออกมาใช้และลดการบริโภคลง บ่งบอกว่า “แรงซื้อใหม่” จากฝั่งรายย่อยจะยังไม่กลับมาในเร็ว ๆ นี้ ตลาดอาจต้องเผชิญกับสภาวะซึมหรือการปรับฐานต่อไป จนกว่าแรงขายจากผู้ที่ทนถือไม่ไหวจะหมดไป
นักเทรดคริปโตชาวอเมริกันมากกว่า 1 ใน 3 ได้ลดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลงโดยตรงจากผลกระทบของตลาดขาลงในปัจจุบัน ข้อมูลนี้มาจากผลสำรวจผู้ใช้งานคริปโตจำนวน 1,100 คนในสหรัฐฯ โดย CEX.IO ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แรงกดดันทางการเงินไม่ได้อยู่แค่ในพอร์ตการลงทุนเท่านั้น แต่กำลังส่งผลกระทบไปถึงระดับครัวเรือน
จากผู้ตอบแบบสอบถาม 36 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า พวกเขาต้องลดค่าใช้จ่ายรายวันเนื่องจากสภาพตลาด โดยในกลุ่มนี้ 10 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่า เป็นการเสียสละครั้งใหญ่เพื่อให้สามารถถือครองเหรียญต่อไปได้
นอกจากนี้อีก 37 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า พวกเขาได้ชะลอหรือยกเลิกการซื้อสินค้าออกไป ซึ่งรวมถึง 21 เปอร์เซ็นต์ที่ตัดสินใจเลื่อนแผนการเงินครั้งใหญ่ เช่น การซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ หรือการปรับปรุงบ้าน
ปัจจุบันราคา Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 อยู่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เหล่านักลงทุนรายย่อยจำนวนมากต้องแบกรับผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม CEX.IO ตั้งข้อสังเกตว่า วัฏจักรรอบนี้ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดความโกลาหลในระบบเหมือนปี 2022 ที่ราคา Bitcoin ร่วงลงไปถึง 75 เปอร์เซ็นต์ แต่บริษัทมองว่าผลกระทบในรอบนี้ปรากฏให้เห็นในรูปแบบที่เงียบกว่าและส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ภายในครัวเรือน
ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 38 เปอร์เซ็นต์รายงานว่า ได้รับผลกระทบทางการเงินนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 โดย 1 ใน 4 ระบุว่า ต้องดึงเงินออมออกมาใช้เพื่อให้สถานะการเงินยังคงมั่นคง ในขณะที่ 12 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่า พลาดการชำระเงินหรือต้องเลื่อนการชำระออกไป แต่มี 77 เปอร์เซ็นต์ที่ยืนยันว่า ไม่ได้ก่อหนี้เพิ่มเติมจากการถือครองคริปโต
นอกจากนี้ นักเทรดส่วนใหญ่ยังคงปิดบังเรื่องการลงทุนเป็นความลับ โดยมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เปิดเผยเรื่องมูลค่าและสถานะการลงทุนของตนกับผู้อื่น สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่เลือกที่จะจัดการกับภาวะตลาดขาลงด้วยตนเอง
แม้จะประสบปัญหาทางการเงิน แต่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในระยะยาว โดยเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่า ยังมีสัดส่วนการลงทุนในคริปโตเกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด นอกจากนี้ 79 เปอร์เซ็นต์ยังวางแผนที่จะถือครองต่อไปหรือเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในช่วง 6 เดือนข้างหน้า และ 73 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า วิธีหาเงินของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจจาก Borse Stuttgart Digital ซึ่งได้สอบถามนักลงทุนประมาณ 6,000 คนทั่วเยอรมนี อิตาลี สเปน และฝรั่งเศส เกี่ยวกับความต้องการใช้บริการธนาคาร พบว่า 35 เปอร์เซ็นต์พร้อมที่จะพิจารณาเปลี่ยนธนาคารหากมีบริการคริปโตที่ดีกว่า โดยเกือบ 1 ใน 5 ยังกล่าวว่าพวกเขาคาดหวังให้ธนาคารหลักเปิดให้บริการเข้าถึงคริปโตได้ภายใน 3 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยในมุมมองของนักลงทุนยุโรปที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงินกระแสหลัก
ที่มา : coinmarketcap
มุมมองผู้เขียน : การที่คนเริ่มลดค่ากินค่าอยู่เพื่อรักษาเหรียญคือ สัญญาณว่าความโลภถูกแทนที่ด้วยความอดทนขั้นสุดไปแล้ว ในมุมหนึ่งมันคือ ความเสี่ยงที่น่ากังวลหากตลาดไม่ฟื้น แต่ในอีกมุมถือเป็นการคัดกรองนักลงทุนที่ไม่แข็งแกร่งให้ออกจากตลาดไป
