สรุปข่าว
- มือปืนวัย 31 ปีจากแคลิฟอร์เนียยอมรับสารภาพหลังถูกจับกุม มีเจตนาบุกงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เพื่อสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์
- เหตุระทึกขวัญส่งผลให้ต้องอพยพประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเมลาเนีย ทรัมป์ ออกจากพื้นที่ทันที ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว
- ทรัมป์แสดงความมั่นคงหลังเหตุการณ์สงบ ระบุผู้ก่อเหตุเป็นหมาป่าเดียวดายและพร้อมจะกลับขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อให้จบ แม้เพิ่งผ่านวิกฤตเฉียดตาย
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในสหรัฐฯ มักสร้างความผันผวนให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสั้น แต่เนื่องจากสถานการณ์ถูกควบคุมได้รวดเร็วและตัวทรัมป์ไม่ได้รับบาดเจ็บ ตลาดจึงไม่เกิดอาการตื่นตระหนกจนเทขายรุนแรง นักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะรอดูความชัดเจนของมาตรการรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพทางการเมืองหลังจากนี้ ทำให้ราคา Bitcoin และเหรียญหลักอื่น ๆ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบเดิมมากกว่าจะเลือกทางที่ชัดเจน
เหตุการณ์ระทึกขวัญที่งานเลี้ยงอาหารค่ำของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมากลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง หลังจากที่มีการเปิดเผยคำให้การสำคัญของมือปืนที่บุกเข้าไปก่อเหตุภายในงาน โดยสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสได้รายงานอ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าเป้าหมายที่เขาวางไว้คือ บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสองรายระบุว่า นายโคล อัลเลน วัย 31 ปี ผู้ก่อเหตุที่ถูกจับกุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่หลังถูกควบคุมตัวว่า เขามีเจตนาที่จะสังหารเจ้าหน้าที่รัฐบาล
อย่างไรก็ตามมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวอีกสายหนึ่งที่ระบุกับซีบีเอสว่า ผู้ต้องสงสัยไม่ได้ระบุชื่อประธานาธิบดีทรัมป์โดยเฉพาะเจาะจง แต่ให้การในลักษณะที่กว้างกว่านั้นโดยระบุว่า เป้าหมายของเขาคือ กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล
สำหรับตัวผู้ก่อเหตุนั้นเป็นชายวัย 31 ปีอาชีพครูจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพบข้อมูลว่าเขาได้เข้าพักอยู่ในโรงแรมเดียวกันกับสถานที่จัดงาน ก่อนจะลงมือก่อเหตุอุกอาจจนทำให้สถานการณ์ภายในงานเลี้ยงที่ควรจะเป็นบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองกลายเป็นความโกลาหล โดยประธานาธิบดีทรัมป์และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ ต้องถูกอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยในทันที
แม้เหตุการณ์จะตึงเครียดแต่โชคยังดีที่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีหรือซีเคร็ตเซอร์วิสที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนสามารถได้รับการรักษาจนออกจากโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากเกิดเหตุว่า เขามองว่าผู้ก่อเหตุรายนี้เป็นเพียงหมาป่าเดียวดายที่ลงมือโดยลำพัง และเขายังแสดงท่าทีที่มั่นคงด้วยการเปิดเผยว่าแม้ในจังหวะวิกฤตเขายังมีความคิดที่จะกลับขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ต่อให้จบอีกด้วย
ที่มา : moneyudn
มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความร้อนแรงทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่เริ่มลามไปสู่ความรุนแรงในชีวิตจริงอีกครั้ง แม้ในมุมของทรัมป์จะพยายามทำให้ดูเป็นเรื่องของคนร้ายเพียงคนเดียว แต่การที่ระบบรักษาความปลอดภัยปล่อยให้ผู้ก่อเหตุเข้าถึงพื้นที่งานระดับประเทศได้ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย
