สรุปข่าว
- สหภาพแรงงานยักษ์ใหญ่ 5 แห่งของสหรัฐฯ ร่วมกันส่งจดหมายคัดค้านร่างกฎหมายคริปโต Clarity Act ก่อนเข้าสู่วุฒิสภา
- กลุ่มแรงงานเตือนว่า หากเปิดทางให้คริปโตเชื่อมกับเศรษฐกิจจริงมากเกินไป อาจกระทบกองทุนเกษียณและเงินบำนาญของแรงงานนับล้านคน
- ประเด็น “ผลตอบแทนจาก Stablecoin” กลายเป็นจุดแตกหักสำคัญ ระหว่างอุตสาหกรรมคริปโต ฝั่งธนาคาร และกลุ่มแรงงาน
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ร่างกฎหมาย Clarity Act ที่เตรียมชี้ชะตาในวุฒิสภาวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) กำลังเผชิญแรงคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มสหภาพแรงงานยักษ์ใหญ่ 5 แห่งในสหรัฐฯ ที่กังวลว่า ความผันผวนของตลาดคริปโตจะลุกลามไปกระทบเงินบำนาญของประชาชน ในขณะที่ฝั่งสนับสนุนอย่าง Michael Saylor และอุตสาหกรรมคริปโตกลับมองว่านี่คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกนวัตกรรมและดึงเม็ดเงินจากสถาบันการเงินเข้าสู่ตลาด
สหภาพแรงงานรายใหญ่ 5 แห่งของสหรัฐฯ ออกโรงคัดค้าน Clarity Act ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตฉบับใหม่ พร้อมเรียกร้องให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ชะลอการผลักดันกฎหมายดังกล่าว โดยเตือนว่าอาจเปิดทางให้ความเสี่ยงจากตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลลุกลามเข้าสู่กองทุนเกษียณและเงินบำนาญของแรงงานอเมริกันหลายล้านคน
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รายงานจาก CNBC ระบุว่า กลุ่มแรงงานที่ร่วมลงนามในจดหมายประกอบด้วย AFL-CIO, SEIU, AFT, NEA และ AFSCME ซึ่งได้ส่งหนังสือถึงวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ทุกคน ก่อนที่คณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาจะเริ่มพิจารณาร่างกฎหมายในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ตามเวลาสหรัฐฯ
สาระสำคัญของจดหมายอยู่ที่ความกังวลว่า การเร่งผลักดันคริปโตเข้าสู่ระบบการเงินหลัก ขณะที่กฎระเบียบยังไม่แข็งแรงเพียงพอ อาจทำให้เงินออมเพื่อวัยเกษียณของแรงงานต้องเผชิญความผันผวนแบบเดียวกับตลาดคริปโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
AFL-CIO ระบุว่า หากเกิดความเสียหายในระบบ ผู้ที่รับผลกระทบอาจไม่ใช่บริษัทคริปโตหรือกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ แต่เป็นแรงงานและผู้เกษียณอายุที่ฝากอนาคตไว้กับกองทุนเหล่านี้โดยตรง
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การถกเถียงเรื่องคริปโตในสหรัฐฯ เริ่มเปลี่ยนจาก “เรื่องเทคโนโลยีและการลงทุน” ไปสู่ “ประเด็นทางสังคมและการเมือง” มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเงินบำนาญและสวัสดิการของประชาชนโดยตรง
นอกจากแรงกดดันจากฝั่งตลาดแรงงานแล้ว ร่างกฎหมายยังเผชิญแรงต้านจากภาคธนาคารสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน โดย American Bankers Association (ABA) หรือสมาคมนายธนาคารอเมริกันออกมาคัดค้านเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin
แม้ Clarity Act จะพยายามจำกัดไม่ให้บริษัทคริปโตจ่าย “ดอกเบี้ย” หรือ “ผลตอบแทน” จาก Stablecoin และได้รับการสนับสนุนจาก Coinbase รวมถึงอุตสาหกรรมคริปโตส่วนใหญ่ แต่ Rob Nichols ซีอีโอของ ABA มองว่า มาตรการดังกล่าวยัง “ไม่เพียงพอ” และอาจเร่งให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารแบบไม่จำเป็น
ในอีกด้านหนึ่ง Michael Saylor ประธานบริหารของ Strategy กลับสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว โดยโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า Clarity Act จะช่วยปลดล็อกการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก
Saylor มองว่า กฎหมายฉบับนี้จะช่วยผลักดันเงินทุนดิจิทัล, ระบบสินเชื่อดิจิทัล และสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบหุ้นหรือสิทธิการถือครอง พร้อมช่วยวางกรอบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการยอมรับ Bitcoin ในระดับสถาบันมากขึ้น
เขายังระบุอีกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ความสำคัญกับระบบจ่ายเงิน Stablecoin และเทคโนโลยี Distributed Ledger หรือระบบบันทึกข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของนวัตกรรมในอุตสาหกรรมคริปโตและการเงินดิจิทัลในอนาคต
มุมมองผู้เขียน: นักลงทุนต้องจับตาสถานการณ์ในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ (เวลาไทย) ไว้ให้ดี เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางของตลาดคริปโตในอนาคต
ที่มา:theblock

