bitkub-banner

วิจัยเผยการเปิดดูพอร์ตบ่อย ๆ จะทำให้กลัวจนนำไปสู่การขาดทุน 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • การเช็กพอร์ตลงทุนบ่อยเกินไป ทำให้นักลงทุนโฟกัสแต่การขาดทุนระยะสั้น จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
  • ทฤษฎี Myopic Loss Aversion ชี้ว่า นักลงทุนที่ได้รับข้อมูลผลประกอบการถี่เกินไป มักจะกลัวความเสี่ยง และพลาดผลตอบแทนก้อนใหญ่
  • นักลงทุนที่เว้นระยะการดูพอร์ตให้ยาวนานขึ้น มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจลงทุนได้ดีกว่า และอาจสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า

แนวโน้มที่ส่งผลต่อราคา: Neutral 

บทความนี้เป็นงานวิจัยเชิงจิตวิทยาการลงทุน ที่เน้นอธิบายพฤติกรรมส่วนบุคคลเป็นหลัก ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือสภาพคล่องของตลาดโดยรวม ข้อมูลนี้ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยปรับพฤติกรรม เพื่อถือครองสินทรัพย์ได้ยาวนานขึ้น และลดแรงเทขายจากความตื่นตระหนกที่ไร้เหตุผล

งานวิจัยด้านจิตวิทยาการเงิน เปิดเผยว่า พฤติกรรมเล็ก ๆ อย่างการกดรีเฟรชเพื่อดูพอร์ตซ้ำ ๆ ทุกวัน อาจกำลังทำลายผลตอบแทนระยะยาวของคุณอยู่โดยที่ไม่รู้ตัว นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม Shlomo Benartzi และ Richard Thaler พิสูจน์แล้วว่า นักลงทุนที่ประเมินพอร์ตบ่อยเกินไป มีแนวโน้มตัดสินใจแย่ลง เนื่องจากสมองถูก “หลอก” ให้รับรู้ความเสี่ยงสูงกว่าที่เป็นจริง

ทฤษฎี Myopic Loss Aversion คืออะไร

ทฤษฎีนี้อธิบายปรากฏการณ์ที่นักลงทุนมองการลงทุนในกรอบเวลาสั้นเกินไป จนทำให้ตอบสนองต่อความผันผวนชั่วคราวอย่างรุนแรงเกินจำเป็น 

คำว่า Myopic แปลตรงตัวว่า “สายตาสั้น”  ในที่นี้ จึงหมายถึงการโฟกัสแค่ผลขาดทุนในวันนี้ โดยลืมไปว่า ภาพรวมระยะยาวยังดีอยู่

ซึ่งงานวิจัยจาก BehavioralEconomics.com ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้ เกิดร่วมกับสิ่งที่เรียกว่า Narrow Framing หรือการมองการลงทุนแต่ละชิ้นแบบแยกส่วน โดยไม่พิจารณาภาพรวมของพอร์ตทั้งหมด ยิ่งมองแยก ยิ่งเกิดการตื่นตระหนัก ตกใจได้ง่าย

ยิ่งดูบ่อย ยิ่งรู้สึกขาดทุนมากขึ้น

ลองนึกภาพว่า ถ้าคุณดูพอร์ตทุกวัน โอกาสที่คุณจะ “เห็น” สีแดงในวันใดวันหนึ่งนั้นสูงมาก แม้ในระยะยาว พอร์ตของคุณจะเติบโต แต่สมองกลับประมวลผลว่า เกิดความ”เจ็บปวดบ่อย” 

ซึ่งงานวิจัยภาคสนามที่ศึกษานักเทรดมืออาชีพพบว่า กลุ่มที่ได้รับข้อมูลผลการลงทุนบ่อยเกินไป มีแนวโน้มลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงน้อยลง ซึ่งหมายความว่า อาจพลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

กลไกนี้ผูกโยงกับทฤษฎี Prospect Theory ของ Daniel Kahneman ที่ยืนยันว่า มนุษย์รู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสีย รุนแรงกว่าความสุขจากกำไรที่เท่ากันถึงสองเท่า ดังนั้น ถ้าคุณเช็กพอร์ต 365 วันต่อปี สมองของคุณกำลังสั่งสมประสบการณ์ “ขาดทุน” มากกว่าที่ตัวเลขจริง ๆ บอก

แล้วนักลงทุนควรทำตัวอย่างไร

คำตอบไม่ใช่การหยุดติดตามพอร์ตโดยสิ้นเชิง แต่คือ การลดความถี่ลงอย่างมีสติ การดูพอร์ตรายสัปดาห์ หรือรายเดือนแทนรายวัน ช่วยให้สมองประเมินผลในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลขึ้น และตัดสินใจโดยอิงข้อมูลจริงมากกว่าอารมณ์ ณ ขณะนั้น

นักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่จึงประเมินพอร์ตเป็นรายไตรมาส ไม่ใช่รายวัน  ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะรู้ว่า การดูบ่อยเกินไปนั้นมีต้นทุนทางจิตวิทยาที่แพงมาก

ที่มา : virtual.ieeevis , behavioraleconomics , arxiv


มุมมองผู้เขียน : ในตลาดการลงทุนที่ราคาขยับทุกนาที การเช็กพอร์ตจนกลายเป็นนิสัย แทบจะฝังอยู่ในสัญชาตญาณ แต่ข้อมูลจากงานวิจัยระบุชัดเจนแล้วว่า ความถี่นั้นไม่ได้ทำให้เราตัดสินใจดีขึ้น กลับทำให้เราเกิดความกลัวมากขึ้นต่างหาก