bitkub-banner

หมดยุคตามอินฟลูฯ รู้จัก Agent-Native Trading เทรนด์ใหม่สั่ง AI ล้อมวงวิเคราะห์คริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ปัจจุบันกว่า 88% ของปริมาณการเทรดคริปโตทั่วโลกถูกขับเคลื่อนโดย AI และระบบอัตโนมัติ ขณะที่นักเทรดมนุษย์เหลือส่วนแบ่งเพียงประมาณ 5%
  • AI Agent ยุคใหม่ไม่ได้เป็นแค่บอทเทรดตามคำสั่ง แต่สามารถวิเคราะห์ข่าว กระแสบน X ข้อมูล On-chain และ Sentiment ตลาดแบบเรียลไทม์ และสามารถตัดสินใจได้เอง
  • กระแส AI Trading กำลังกดดัน CEX แบบดั้งเดิม และผลักให้ตลาดเข้าสู่ยุค “Autonomous Trading” ที่ AI ตัดสินใจลงทุนได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ตลาดคริปโตฯ ในปี 2026 เริ่มเข้าสู่ยุค Agent-Native Trading หรือยุคที่ AI Agent กลายเป็นผู้เล่นหลักของตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลล่าสุดเผยว่า AI ได้เข้ามายึดครองวอลุ่มการเทรดทั่วโลกไปกว่า 88% จนต้องแห่ย้ายไปเทรดกันบน DEX เพื่อหนีข้อจำกัดของกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญสู่ยุค Autonomous Trading ที่ AI สามารถตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตัวเองและมีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ

ลืมภาพการเทรดคริปโตแบบเดิม ๆ ที่ต้องมานั่งเฝ้ากราฟหรือรอลอกโพยจากอินฟลูเอนเซอร์ไปได้เลย เพราะในปี 2026 มนุษย์กำลังจะถูกลดบทบาทลง และไม่ใช่ผู้เล่นหลักของตลาดอีกต่อไป 

ข้อมูลล่าสุดให้เห็นว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี กว่า 88% ของปริมาณการซื้อขายคริปโตทั่วโลกถูกขับเคลื่อนโดย AI และระบบอัตโนมัติ ในขณะที่สัดส่วนของนักเทรดรายย่อยที่เป็นมนุษย์หดตัวลงเหลือเพียงประมาณ 5% เท่านั้น ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Agent-Native Trading” หรือยุคที่ AI Agent ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้คุมเกมในตลาดอย่างชัดเจน

ที่มา:Agenteconomy

วิวัฒนาการจาก “บอทที่ทำตามสั่ง” สู่ “AI ที่คิดและตัดสินใจเอง”

สิ่งที่น่าสนใจคือ AI Agent ยุคใหม่ ไม่ได้เป็นแค่บอทเทรดแบบเดิมอีกต่อไป ในอดีต ระบบบอทเทรดส่วนใหญ่ทำงานตามคำสั่งตายตัว เช่น “ถ้าราคาลด 5% ให้ซื้อ” หรือ “ถ้ากำไรถึงเป้าให้ขาย” แต่ AI Agent ในปี 2026 ถูกพัฒนาให้สามารถ “คิดวิเคราะห์” ได้ใกล้เคียงมนุษย์มากยิ่งขึ้น

AI Agent เหล่านี้สามารถจับเทรนด์กระแสบน X วิเคราะห์อารมณ์ของตลาด ติดตามกระเป๋าเจ้ามือ หรือธุรกรรมของนักลงทุนรายใหญ่บนบล็อกเชน รวมถึงประมวลผลข่าวเศรษฐกิจและข้อมูล On-chain แบบเรียลไทม์ ก่อนนำทุกอย่างมาคำนวณเพื่อหาจังหวะลงทุนที่ได้เปรียบที่สุดภายในเวลาไม่กี่วินาที

และสิ่งที่ทำให้การแข่งขันยิ่งดุเดือดขึ้น คือ AI ไม่ได้ทำงานแบบตัวใครตัวมันอีกต่อไป หลายแพลตฟอร์มเริ่มพัฒนาแนวคิด “Collective Intelligence” หรือการให้ AI หลายตัวมาล้อมวงวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน คล้ายกับการมีทีมนักวิเคราะห์ทั้งทีมประชุมกันตลอด 24 ชั่วโมง

ยกตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์ม AI-Trader ที่กำลังพัฒนาระบบให้ AI Agent หลายประเภทสามารถแลกเปลี่ยนมุมมอง ถกเถียงกัน และช่วยกันเลือกกลยุทธ์เทรดที่ดีที่สุด ขณะเดียวกัน โปรเจกต์อย่าง ai16z ก็ได้เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานชื่อ Eliza เพื่อรองรับการสร้าง AI Agent สำหรับโลก Web3 ทั้งในด้านการลงทุน การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบการเงินอัตโนมัติ

ที่มา: Github

กระแสนี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อกระดานเทรดแบบดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แพลตฟอร์ม CEX หรือกระดานเทรดแบบรวมศูนย์กลางอย่าง Binance และ Bitkub จะยังเป็นพื้นที่หลักของนักลงทุนทั่วไป แต่สำหรับ AI Agent แล้ว ระบบเหล่านี้กลับเริ่มมีข้อจำกัดสำคัญ

โดยเฉพาะระบบ KYC หรือการยืนยันตัวตนที่ออกแบบมาสำหรับมนุษย์ รวมถึงข้อจำกัดด้าน Rate Limit ที่จำกัดจำนวนคำสั่งซื้อขายต่อวินาที และระบบ Throttling ที่ตัดการเชื่อมต่อเมื่อมีการส่งคำสั่งถี่เกินไป ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำ High-Frequency Trading หรือการเทรดความเร็วสูงของ AI

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ AI Agent จำนวนมากเริ่มย้ายไปใช้งานบนแพลตฟอร์ม DEX หรือกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์แทน โดยเฉพาะ DEX สาย Perpetual Futures อย่าง Hyperliquid ที่รองรับการส่งคำสั่งซื้อขายความเร็วสูงผ่าน Smart Contract ได้โดยตรง

ขณะเดียวกัน Coinbase ก็เริ่มผลักดันโปรโตคอล x402 เพื่อเปิดทางให้ AI สามารถจ่ายค่าบริการ API หรือทำธุรกรรมระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักร หรือที่เรียกว่า “Machine-to-Machine Economy” ได้แบบอัตโนมัติ โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

เมื่อ AI เริ่มกลายเป็นผู้ใช้งานหลักของตลาด ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมจึงต้องเร่งปรับตัวตามไปด้วย

Bitget เริ่มพัฒนาระบบ AI Ecosystem เพื่อเปลี่ยนตัวเองไปสู่การเป็น“Agent-Native Exchange” หรือแพลตฟอร์มที่มนุษย์และ AI สามารถทำงานร่วมกันได้ในระบบเดียว

ส่วน Virtuals Protocol บนเครือข่าย Base ก็ผลักดันแนวคิด “AI as NFTs” ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง ซื้อ หรือเช่า AI Agent ที่ผ่านการฝึกมาแล้ว เพื่อนำไปต่อยอดหรือสร้างรายได้เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะถูกโปรโมตว่ามีอัตราความแม่นยำในการทำกำไร หรือ Win Rate สูงถึง 82% เมื่อเทียบกับมนุษย์ที่เฉลี่ยเพียง 14% แต่เทคโนโลยีนี้ก็ยังมาพร้อมความเสี่ยงจำนวนมากเช่นกัน

ด้านมืดที่นักเทรดคริปโตต้องระวังให้ดี

หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมาก คือ AI Agent ชื่อ “Bankr” ที่ถูกแฮกจนสูญเงินกว่า 174,000 ดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่า ระบบความปลอดภัยของ AI ทางการเงินยังมีช่องโหว่อยู่ไม่น้อย

นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนว่า AI Agent หลายตัวในตลาดอาจใช้การทำ Backtest หรือการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลังแบบ “ปรับแต่งข้อมูล” เพื่อให้ผลลัพธ์ดูสวยเกินจริง และเมื่อ AI ตัดสินใจผิดพลาดในช่วงตลาดผันผวนรุนแรง ปัจจุบันก็ยังไม่มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนว่าใครควรเป็นผู้รับผิดชอบ

ท้ายที่สุด โลกคริปโตกำลังเดินหนีออกจากยุคระบบอัตโนมัติแบบดั้งเดิมไปสู่ยุค “Autonomous Trading” ที่ AI สามารถตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตัวเองและมีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ


มุมมองผู้เขียน: ในอนาคต นักเทรดที่พึ่งพาเพียงการเทรดมือเพียงอย่างเดียว อาจแข่งขันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ AI สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้เร็วกว่า และทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดพัก แต่ในอีกมุมหนึ่ง นักลงทุนที่เรียนรู้วิธีใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล คัดกรอง Sentiment ของตลาด และบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบอาจกลายเป็นคนที่ได้เปรียบที่สุดในยุคใหม่ของตลาดการเงินดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้

ที่มา:coinbureu, github, agenteconomy, globalnewswire, mexc, rootdata, concordia, dev.to