สรุปข่าว
- ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรสภาฯ ร่อนจดหมายกดดัน Donald Trump ให้เร่งแต่งตั้งกรรมาธิการ CFTC อีก 4 ตำแหน่งที่ว่างอยู่
- วุฒิสภาเพิ่งโหวตผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งจะโอนอำนาจให้ CFTC เป็น “แม่งานหลัก” ในการคุมตลาดคริปโตแบบ Spot แทนที่ SEC
- ปัญหาตอนนี้คือ CFTC เหลือกรรมาธิการอยู่แค่คนเดียว แถมมีพนักงานน้อยกว่า SEC อย่างมาก หากไม่เร่งเติมคน กฎคริปโตที่จะออกใหม่อาจหละหลวม และเสี่ยงโดนคว่ำในชั้นศาล
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรฯ รีบส่งจดหมายจี้ให้ Donald Trump เร่งแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ CFTC อีก 4 เก้าอี้ที่ว่างอยู่ให้ครบโดยด่วน สาเหตุเพราะตอนนี้หน่วยงานเหลือกรรมาธิการทำงานอยู่เพียงคนเดียว แถมมีกำลังคนน้อยกว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) อย่างมาก ซึ่งหากไม่รีบเติมคนและอัดฉีดงบประมาณให้พร้อม กฎระเบียบคริปโตที่กำลังจะคลอดออกมาอาจขาดความน่าเชื่อถือ และเสี่ยงถูกนำไปฟ้องร้องคว่ำกระดานในชั้นศาลได้ง่ายๆ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ส่งจดหมายเรียกร้องให้รัฐบาลของ Donald Trump เร่งแต่งตั้งกรรมาธิการของ CFTC เพิ่มอีก 4 ตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ เพื่อรองรับภารกิจใหม่ในการกำกับดูแลตลาดคริปโตของประเทศ
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นทันที หลังคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act ด้วยคะแนน 15 ต่อ 9 เสียง ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญที่จะผลักดันให้ CFTC กลายเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Spot โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ถูกจัดเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล
จดหมายดังกล่าวถูกลงนามโดย Glenn Thompson ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรจากพรรครีพับลิกัน และ Angie Craig สมาชิกระดับสูงจากพรรคเดโมแครต สะท้อนจุดยืนร่วมกันของทั้งสองพรรคที่ต้องการให้ CFTC มีโครงสร้างบริหารที่พร้อมปฎิบัติงาน ก่อนกฎหมายคริปโตฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ
CFTC เหลือกรรมาธิการเพียงคนเดียว เสี่ยงกระทบการออกกฎคริปโต
ปัจจุบัน CFTC มีกรรมาธิการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียงคนเดียวคือ Michael Selig หลังตำแหน่งอื่นทยอยว่างลงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า หน่วยงานอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการออกกฎเกณฑ์ใหม่รองรับตลาดคริปโตที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ผู้นำคณะกรรมาธิการระบุว่า การมีกรรมาธิการไม่ครบองค์ประชุม ทำให้กฎระเบียบที่ออกมามีความเปราะบางและเสี่ยงถูกท้าทายในชั้นศาล โดยเฉพาะประเด็นกำกับดูแลแพลตฟอร์ม Prediction Market และนักพัฒนาระบบ Non-custodial หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ถือครองทรัพย์สินลูกค้าโดยตรง
การแต่งตั้งกรรมาธิการให้ครบทั้ง 5 ที่นั่ง รวมถึงการมีตัวแทนจากทั้งสองพรรคการเมือง จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนให้กับกฎเกณฑ์ใหม่ของ CFTC ในระยะยาว
ภารกิจใหม่ CFTC แต่กำลังพลยังห่าง SEC หลายเท่า
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ข้อจำกัดด้านทรัพยากรบุคคล ปัจจุบัน CFTC มีบุคลากรเพียงราว 543 คน ขณะที่ SEC มีบุคลากรมากกว่า 4,200 คน
ความต่างดังกล่าวทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติมองว่า หาก CFTC จะเข้ามารับบทบาทหลักในการกำกับตลาดคริปโต รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณและกำลังคน เพื่อให้หน่วยงานสามารถดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มุมมองผู้เขียน: โครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากยุคของการไล่ปราบโดย SEC ไปสู่ยุคของการจัดระเบียบและส่งเสริมโดย CFTC
ที่มา:theblock

