bitkub-banner

Lawson เตรียมทดสอบรับชำระเงินด้วย ‘JPYC’ เงินเยน Stablecoin รายแรกในญี่ปุ่น 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Lawson ร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น กำลังพิจารณานำ Stablecoin สกุลเยน JPYC มาใช้เป็นช่องทางชำระเงินหน้าร้าน โดย KDDI จะเป็นผู้นำร่องโครงการที่สาขา Takanawa Gateway City ต้นเดือนสิงหาคมนี้
  • ระบบทำงานผ่านการสแกนบาร์โค้ดกระเป๋าเงินดิจิทัลของลูกค้า กับเครื่อง POS โดยตรง ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเชื่อม Stablecoin เข้ากับระบบคิดเงินหน้าร้านในญี่ปุ่น
  • กระแส Stablecoin เยนกำลังร้อนแรงทั้งประเทศ ทั้งจากฝั่งเมกะแบงก์ 3 แห่ง และคู่แข่งอย่าง SBI Holdings ที่เปิดตัวเหรียญของตัวเองไปแล้ว

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ในระยะสั้นข่าวนี้แทบไม่กระทบราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดโดยตรง เพราะ JPYC ไม่ได้มีการเก็งกำไรด้านราคาเหมือนโทเคนทั่วไป แต่ในเชิงโครงสร้างถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม Blockchain ในภาพรวม เพราะสะท้อนว่า ผู้เล่นรายใหญ่ระดับประเทศอย่างร้านสะดวกซื้อและบริษัทโทรคมนาคม เริ่มยอมรับให้บล็อกเชนเข้ามาแทนที่โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบเดิม ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของกลุ่มเหรียญ Stablecoin

สำนักข่าว Nikkei Shimbun รายงานเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2026 ว่า Lawson ร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณานำ Stablecoin เข้ามาใช้เป็นหนึ่งในช่องทางการชำระเงินสดภายในร้าน

โดยทางสำนักข่าว Nikkei Shimbun ระบุว่า KDDI ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของญี่ปุ่น จะเป็นผู้เริ่มต้นเปิดฉากโครงการนำร่องนี้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2026 ณ ร้าน Lawson สาขา Takanawa Gateway City ภายใต้ความร่วมมือกับ Hashport บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์กระเป๋าเงินสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งโครงการนี้จะเปิดให้ลูกค้าสามารถจ่ายค่าสินค้าต่าง ๆ ได้ ผ่านเหรียญ Stablecoin สกุลเงินเยนที่ชื่อว่า “JPYC” 

Stablecoin ถือเป็นเงินดิจิทัลบนระบบบล็อกเชนที่มีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่กับเงินเฟียตแบบ 1:1 โดยมีสินทรัพย์หนุนหลังค้ำประกัน เช่น เงินฝากธนาคารหรือพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นหลักคือการคิดอัตราค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูกกว่าการรูดบัตรเครดิต หรือการสแกนจ่ายผ่าน QR Code ทั่วไป ทำให้ร้านค้าสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้มหาศาล

ยิงบาร์โค้ดเชื่อมตรงเข้าเครื่อง POS สาขา

รายงานข่าวเผยว่า ในส่วนของกระบวนการทดลองใช้งาน พนักงานประจำร้านจะใช้ปืนสแกนเนอร์ของเครื่องคิดเงิน (POS) สแกนบาร์โค้ดของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนของลูกค้าโดยตรง จากนั้นระบบของ Hashport จะทำหน้าที่อัปเดตยอดคงเหลือของเหรียญ JPYC ในบัญชีที่อิงตามข้อมูลการจ่ายเงินนั้น ๆ ทันที

ทาง Lawson ระบุว่า การทดลองนำ Stablecoin มาประยุกต์ใช้งานร่วมกับระบบเครื่อง POS หน้าร้านในลักษณะนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น โดยโครงการนำร่องดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อตรวจสอบความเสถียรในการเชื่อมต่อระบบ เข้ากับเครื่องคิดเงิน รวมถึงเช็กความเร็วและระยะเวลาที่ใช้ในการประมวลผลธุรกรรม ซึ่งข้อมูลผลลัพธ์ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจว่าจะอนุมัติให้มีการเปิดใช้งานจริงอย่างเต็มรูปแบบทั่วประเทศในอนาคตหรือไม่ 

สำหรับเบื้องหลังของดีลนี้ เกิดจากการที่ KDDI ผู้บริหารสาขาที่ใช้ทดลองได้เข้าทำสัญญาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และร่วมทุนกับ Hashport มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 โดย KDDI เข้าถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่า 20% และดันให้ Hashport มีสถานะเป็นบริษัทร่วมค้าของกลุ่ม 

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการทดสอบจ่ายเงินด้วย JPYC เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายนเคยมีการทดลองใช้ในร้านโอโคโนมิยากิชื่อดังอย่าง Chibo มาแล้ว 2 สาขา และมีคิวจะขยายผลไปใช้ในคลินิกทันตกรรมในโตเกียวและจิบะในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วย

ซึ่งสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Citigroup ได้มีการประเมินว่า มูลค่าตลาด Stablecoin ทั่วโลกจะพุ่งแตะระดับ 2.82 แสนล้านดอลลาร์ และคาดว่า จะทะยานขึ้นไปแตะระดับ 1.9 ล้านล้าน ถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ได้ ภายในปี 2030

จากแนวโน้มเติบโตดังกล่าวกำลังสอดรับกับกระแสในญี่ปุ่นพอดิบพอดี โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า 3 ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับเมกะแบงก์ของประเทศ ได้แก่ Mitsubishi UFJ, Sumitomo Mitsui และ Mizuho ได้จับมือกันตั้งสภาที่ปรึกษา เพื่อผลักดันการร่วมกันออกเหรียญ Stablecoin ร่วมกันภายในปีงบประมาณ 2026 

ยิ่งไปกว่านั้น ในฝั่งของกลุ่มทุนอื่น ๆ ก็เริ่มมีการใช้งานจริงไปแล้ว เช่น เหรียญ “JPYSC” ของค่าย SBI Holdings ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งออกโดยธนาคาร SBI Shinsei Trust Bank 

และในส่วนของ Resona Holdings ก็กำลังร่วมมือกับเครือข่ายบัตรเครดิตอย่าง JCB และ Digital Garage เพื่อพัฒนาและผลักดันระบบชำระเงิน Stablecoin สำหรับผู้ใช้บริการทั่วไป โดยปัจจุบันกำลังทดสอบระบบนำร่องกับร้านค้าในเครือของ JCB และตั้งเป้าเปิดใช้จริงในเชิงพาณิชย์ภายในปีงบประมาณ 2027 


มุมมองผู้เขียน : ถือเป็นก้าวที่มีนัยสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะร้านสะดวกซื้อ Lawson คือจุดที่ผู้บริโภคทั่วไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด หากผลทดสอบออกมาดีและขยายผลได้จริงทั่วประเทศ ญี่ปุ่นอาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการนำ Stablecoin มาใช้ในชีวิตประจำวันแบบจับต้องได้ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันให้ประเทศอื่นในเอเชียต้องเร่งตามให้ทันในไม่ช้า