bitkub-banner

บริษัทลูกทรัมป์ลั่นอย่าเรียกคลังสำรอง WLFI ให้เรียกว่า “AI Financial”

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บริษัท AI Financial (ชื่อเดิมคือ Alt5 Sigma) ออกมาโต้แย้งกระแสสังคม ยืนยันว่า พวกเขาไม่ใช่แค่บริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นคลังเหรียญ WLFI เท่านั้น
  • งบการเงินสวนทางความเป็นจริง งบดุลล่าสุดที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) พบว่า สินทรัพย์กว่าครึ่งคือเหรียญ WLFI จำนวน 7.28 พันล้านโทเคน 
  • ทางบริษัทกล่าวด้วยตนเองว่า อาจมีความเสี่ยงดำเนินกิจการต่อไม่ไหวภายใน 1 ปี เหตุเพราะขาดทุนสะสม เงินทุนหมุนเวียนติดลบ และเงินสดเหลือจำกัด แถมเหรียญ WLFI ที่ถืออยู่ก็ยังติดล็อกตามสัญญา

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

AI Financial พยายามสลัดภาพจำบริษัทในการเป็นแค่คลังเก็บเหรียญ WLFI ของตระกูลทรัมป์ด้วยการชูแผนธุรกิจฟินเทคฯ แต่งบการเงินล่าสุดกลับชี้ว่า รายได้จริงมีเพียงหยิบมือ ขณะที่สินทรัพย์หลักคือ เหรียญ WLFI ที่มูลค่าดิ่งลงและติดล็อกจนขาดสภาพคล่องอย่างหนัก วิกฤตเงินสดร่อยหรอและโครงสร้างผู้บริหารที่ทับซ้อนกันนี้ ทำให้บริษัทเสี่ยงล้มละลายภายใน 1 ปี

AI Financial หรือชื่อเดิมคือ “Alt5 Sigma” บริษัทที่มีความเกี่ยงข้องกับตระกูลทรัมป์ออกมาแก้ต่างผ่านสื่อว่า ตลาดกำลังเข้าใจบริษัทรวมถึงโครงสร้างธุรกิจผิดไป โดยบริษัทเน้นย้ำว่า พวกเขาไม่ใช่แค่บริษัทคลังสำรองที่มีหน้าที่เฝ้าเหรียญ WLFI ให้ตระกูลทรัมป์ แต่พวกเขามีแผนธุรกิจฟินเทคฯ ระยะยาวที่จับต้องได้ชัดเจน 

หากดูจากคำแถลงการณ์ ทาง AI Financial พยายามชูโรงแพลตฟอร์มการชำระเงินคริปโตอย่าง ALT5 Pay และธุรกิจ OTC อย่าง ALT5 Prime แถมล่าสุดเพิ่งประกาศซื้อกิจการ Block Street เพื่อลุยตลาด Tokenization และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร 

แต่เมื่อกางงบการเงินไตรมาสล่าสุดออกมาดู ธุรกิจฟินเทคที่ว่านี้กลับสร้างรายได้ได้เพียง 4.7 ล้านดอลลาร์ เทียบไม่ได้เลยกับเหรียญ WLFI ในงบดุลที่มีจำนวนสูงถึง 7.28 พันล้านโทเคน ซึ่งปัจจุบันมูลค่าร่วงลงมาเหลือราว 706.4 ล้านดอลลาร์ จากต้นทุนที่ซื้อมาสูงถึง 1.46 พันล้านดอลลาร์ (พอร์ตจมไปเกือบครึ่งหนึ่ง)

ทว่าหลักฐานคาตาในเอกสารงบการเงินที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ล่าสุดกลับฟ้องภาพที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จนนักลงทุนเริ่มนั่งไม่ติด โดยธุรกิจฟินเทคของบริษัทสร้างรายได้แค่เพียง 4.7 ล้านดอลลาร์ เทียบไม่ได้เลยกับเหรียญ WLFI ในงบดุลที่มีจำนวนสูงถึง 7.28 พันล้านโทเคน ซึ่งปัจจุบันมูลค่าร่วงลงมาเหลือราว 706.4 ล้านดอลลาร์ จากต้นทุนที่ซื้อมาสูงถึง 1.46 พันล้านดอลลาร์ ขาดไปมากกว่าครึ่ง

สัญญาณอันตราย: เงินสดร่อยหรอ ตัวเหรียญ WLFI ติดล็อก

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนกังวลมากที่สุดคือ ปัญหาสภาพคล่องเพราะเหรียญ WLFI ที่บริษัทถืออยู่นั้นดันติดเงื่อนไขล็อกตามสัญญา ไม่สามารถนำออกมาเทขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ 

ในขณะที่บริษัทเหลือเงินสดในมือเพียง 10.5 ล้านดอลลาร์ แต่มีตัวเลขขาดดุลเงินทุนหมุนเวียนสูงถึง 5.5 ล้านดอลลาร์ ควบคู่กับผลการขาดทุนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนบริษัทต้องระบุในรายงานอย่างตรงไปตรงมาว่า มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ภายใน 1 ปีข้างหน้า

ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าแค่คนถือเหรียญ

อีกหนึ่งประเด็นที่สะท้อนว่า AI Financial แยกจาก WLFI ไม่ขาดคือ โครงสร้างการบริหารที่ผูกกันเป็นเนื้อเดียว เพราะ Zach Witkoff ซีอีโอของ World Liberty นั่งแท่นเป็นประธานกรรมการของบริษัทนี้ ส่วนผู้ร่วมก่อตั้ง WLFI อย่าง Zachary Folkman ก็อยู่ในบอร์ดบริหาร 

ยิ่งไปกว่านั้น WLFI ยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ปล่อยกู้ให้บริษัทอีก 15 ล้านดอลลาร์ โดยเอาเหรียญ WLFI ค้ำประกันตัวเอง และยังมีสิทธิ์ถือครองหุ้นใน AI Financial สูงถึงเกือบ 46% อีกด้วย


มุมมองผู้เขียน: AI Financial พยากสลัดภาพจำเดิมของบริษัททิ้งไป เพื่อเอาตัวรอดจากช่วงเวลาวิกฤต หาก 1 ปีต่อจากนี้ยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามา นักลงทุนอาจต้องผิดหวังกับบริษัทแห่งนี้

ที่มา:coindesk