bitkub-banner

TH-AI Passport คืออะไร? รู้จักโปรเจกต์ AI ที่รัฐบาลไทยตั้งงบสูงถึง 1,600 ล้านบาท

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • โครงการ TH-AI Passport จะมอบสิทธิ์เข้าใช้งานโมเดล AI ชั้นนำระดับโลกเวอร์ชันเสียเงินฟรี 1 ปี จำนวน 5,000,000 สิทธิ์ ด้วยงบประมาณจากกองทุน DE
  • ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องศึกษาหลักสูตรพัฒนาทักษะ AI ให้ผ่านเกณฑ์ก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ และหากพบว่าปล่อยบัญชีทิ้งร้างจะถูกดึงสิทธิ์กลับคืนโดยอัตโนมัติ
  • โครงการนี้กำลังตกเป็นเป้าโจมตีอย่างรุนแรง ทั้งในประเด็นความคุ้มค่าของการละลายงบประมาณ ข้อจำกัดขีดการใช้งานที่ยังไม่ได้ข้อสรุป รวมถึงประเด็นด้านการจัดซื้อ

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เตรียมเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport เพื่อแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับพรีเมียมฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี รวมจำนวน 5 ล้านสิทธิ์ภายใต้กรอบงบประมาณมูลค่า 1,600 ล้านบาท ทว่านโยบายดังกล่าวกลับเผชิญแรงต้านและแรงกดดันทางสังคมอย่างหนักถึงด้านความคุ้มค่าและขีดจำกัดการใช้งาน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโครงการ TH-AI Passport (ไทย เอไอ-พาสปอร์ต) กำลังเป็นที่จับตามองจากประชาชน แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าแท้จริงแล้วโปรเจกต์นี้คืออะไรกันแน่ และทำไมรัฐบาลไทยถึงต้องใช้งบประมาณสูงถึง 1,600 ล้านบาท วันนี้เราจาพาทุกท่านไปเจาะลึกกันว่า TH-AI Passport มันคือโปรเจกต์อะไร?

คนไทยต้องเข้าถึง AI

TH-AI Passport จะมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการคือ “โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย” ซึ่งถือเป็นบิ๊กโปรเจกต์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแจกสิทธิ์การใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ระดับพรีเมียมให้คนไทยได้ใช้งานแบบฟรีๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 1,600 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวจะไม่ใช่การให้สิทธิ์ Subscription ตามปกติ แต่จะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่ทำการรวบรวม AI จำนวน 12 โมเดลไว้ให้ใช้งาน อาทิ ChatGPT, Gemini, Claude เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนที่เพิ่งเข้าตลาดแรงงาน นักศึกษา และแรงงานที่จำเป็นต้องเสริมทักษะตัวเอง

เงื่อนไขการใช้งาน

สำหรับเงื่อนไขในการใช้งานเบื้องต้นมีการระบุว่า จะมีการเปิดให้ประชาชนชาวไทยใช้งานแค่เพียง 5,000,000 ล้านบัญชีเท่านั้น โดยผู้ใช้จำเป็นจะต้องเป็นประชาชนชาวไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งรัฐบาลจะมีแผนเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นี้

นอกเหนือจากรายละเอียดข้างต้นแล้วโครงการดังกล่าวยังมีเงื่อนไขผูกมัดข้ออื่นๆ อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การยืนยันตัวตน KYC ผ่านระบบของภาครัฐเพื่อจำกัดสิทธิ์ 

ทั้งนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ จะยังใช้งานเวอร์ชัน Pro ไม่ได้ทันที แต่ระบบจะบังคับให้ต้องผ่านการเรียนรู้คอร์สเรียนออนไลน์และทำแบบทดสอบเพื่อพัฒนาทักษะ AI ก่อน บนแพลตฟอร์ม E-learning ที่รัฐกำหนด เมื่อสอบผ่านเกณฑ์แล้ว ระบบถึงจะปลดล็อกสิทธิ์การใช้งาน AI เวอร์ชัน Pro ให้

หากผู้ใดได้สิทธิ์การใช้งานมาแล้วแต่ปล่อยให้บัญชีทิ้งร้างไม่นำไปใช้จริงตามกรอบที่กำหนดระบบหลังบ้านจะทำการ “ริบสิทธิ์นั้นคืน” เพื่อนำโควตาไปหมุนเวียนแจกจ่ายให้กับประชาชนรายอื่นในรายชื่อสำรอง เพราะแพลตฟอร์มจะสามารถเห็นและเข้าถึงข้อมูลทุกการค้นหาได้

ในส่วนของข้อจำกัดการใช้งาน ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าขีดจำกัดการใช้งานจะมากน้อยเพียงใด เพราะทางหน่วยงานยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะมีการเปิดให้ใช้แบบมีการจำกัดโทเคนหรือไม่

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบจากชาวเน็ต โดยมีเหตุมาจากความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณของภาครัฐ รวมถึงข้อสงสัยที่ว่าทำไมโครงการนี้ต้องมีตัวกลางแทนที่จะติดต่อกับบริษัท AI โดยตรง

อ้างอิง : Springnews


มุมมองผู้เขียน : แม้การเปิดให้ใช้งาน AI พรีเมี่ยมได้ฟรีจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่ดีแต่ส่วนตัวยังมองว่ายังไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น ซึ่งถ้าหากจุดประสงค์คือทำเพื่อให้ไทยสามารถก้าวทันประเทศอื่นในยุค AI การลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานอาจที่ยั่งยืนอาจเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กว่าการทดลองที่ใช้แล้วหมดไปและการันตีผลลัพธ์ความสำเร็จไม่ได้ในรูปแบบนี้