bitkub-banner

Bitcoin เกิด Death Cross บนกราฟ CME ครั้งล่าสุดที่เกิดทำให้ราคาร่วงไป 40%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin เพิ่งเกิด Death Cross บนกราฟ CME เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 หลังราคาปรับตัวลงมากกว่า 46% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $126,198 ซึ่งทำไว้ในเดือนตุลาคม 2025
  • ในรอบปี 2022 Death Cross เกิดขึ้นบริเวณ $40,000 ก่อนที่ Bitcoin จะร่วงลงสู่ช่วง $16,000 หรือลดลงมากกว่า 60% ภายในเวลาเพียง 7 เดือน
  • อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอยเสมอไป เพราะ Death Cross ในปี 2024 กลับตามมาด้วยการปรับตัวขึ้นราว 58% ภายใน 6 เดือน และเกือบ 94% ภายใน 12 เดือน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
Death Cross เป็นสัญญาณที่ยืนยันแนวโน้มที่เกิดขึ้นแล้ว มากกว่าจะเป็นเครื่องมือทำนายอนาคตโดยตรง ขณะที่บริบทของตลาดในปี 2026 แตกต่างจากปี 2022 อย่างมาก ทั้งในด้าน Spot Bitcoin ETF, เม็ดเงินจากสถาบัน และแนวโน้มนโยบายการเงิน ทำให้ผลลัพธ์ยังเป็นไปได้ทั้งสองทาง

Bitcoin เพิ่งเกิด Death Cross บนกราฟ CME Futures ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากย้อนกลับไปนึกถึงปี 2022 ทันที เพราะครั้งนั้นสัญญาณเดียวกันเกิดขึ้นก่อนที่ราคาจะเข้าสู่ช่วงขาลงรุนแรงที่สุดรอบหนึ่งในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ตลาดในปี 2026 มีองค์ประกอบหลายอย่างที่แตกต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้คำถามสำคัญในตอนนี้ไม่ใช่แค่ Bitcoin จะลงต่อหรือไม่ แต่คือ Death Cross ครั้งนี้กำลังเตือนถึงขาลงรอบใหม่ หรือเป็นเพียงสัญญาณที่มาช้ากว่าตลาดอีกครั้ง

Death Cross คืออะไร และทำไมตลาดถึงจับตา

Death Cross คือสัญญาณที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว โดยทั่วไปมักอ้างอิงเส้น MA50 และ MA200 ซึ่งสะท้อนว่าทิศทางราคาในระยะสั้นเริ่มอ่อนแอกว่าแนวโน้มหลักของตลาด

ภาพกราฟจาก Crypto Rover แสดงให้เห็นว่า Bitcoin เพิ่งเกิด Death Cross บนกราฟ CME เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022

Investing.com ระบุว่าในอดีต Death Cross ของ Bitcoin เคยเกิดขึ้นก่อนการปรับฐานขนาดใหญ่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นปี 2014, 2018 และ 2022 แต่ในอีกด้านหนึ่ง The Street Crypto เตือนว่าสัญญาณนี้เป็นสัญญาณที่วิ่งตามราคา มากกว่าจะเป็นสัญญาณที่วิ่งนำราคา เพราะหลายครั้ง Bitcoin กลับทำจุดต่ำสุดไปแล้วก่อนที่ Death Cross จะเกิดขึ้นเสียอีก

ปี 2022 กับปี 2026 เหมือนกันแค่ไหน

เหตุผลที่ตลาดให้ความสนใจกับ Death Cross ครั้งนี้เป็นพิเศษ เพราะ Blocklist มองว่าโครงสร้างบางส่วนมีความคล้ายคลึงกับปี 2022 ซึ่งเป็นรอบที่ Bitcoin ร่วงจากประมาณ $40,000 ลงไปแตะช่วง $16,000 หลังสัญญาณดังกล่าวปรากฏไม่นาน

ด้าน FX Empire ระบุว่า หากนำสัดส่วนการปรับฐานในอดีตมาเปรียบเทียบ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเป้าหมายขาลงอาจอยู่ในช่วง $36,000–$50,000

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญของปี 2026 คือการมี Spot Bitcoin ETF และการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดย AInvest รายงานว่า Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า $1,100 ล้านภายใน 3 วัน โดยกองทุน IBIT ของ BlackRock เป็นผู้นำ ซึ่งเป็นแรงซื้อที่ไม่มีอยู่ในตลาดช่วงปี 2022

บางครั้ง Death Cross ก็ไม่ได้จบด้วยขาลง

แม้ชื่อจะฟังดูน่ากังวล แต่ Death Cross ไม่ได้หมายความว่าราคาจะร่วงลงเสมอไป

Benzinga ชี้ว่า Death Cross ที่เกิดขึ้นในปี 2024 หลังการอนุมัติ Spot Bitcoin ETF กลับตามมาด้วยการปรับตัวขึ้นประมาณ 58% ภายใน 6 เดือน และเกือบ 94% ภายใน 12 เดือน

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าสัญญาณนี้ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือยืนยันแนวโน้มมากกว่าการใช้เป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวในการตัดสินว่าตลาดกำลังจะเข้าสู่ Crypto Winter

Death Cross ครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในครั้งสุดท้ายบนกราฟ CME

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ Death Cross ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ CME กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดครั้งใหญ่

CoinDesk รายงานว่า CME ได้เริ่มเปิดซื้อขาย Bitcoin Futures แบบ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์บนระบบ Globex ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

ขณะที่ CryptoTimes มองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้รูปแบบทางเทคนิคหลายอย่างที่เคยเกิดจากการปิดตลาดช่วงสุดสัปดาห์ รวมถึง CME Gap มีความสำคัญลดลงในอนาคต


ผู้เขียนมองว่า Death Cross ครั้งนี้น่าสนใจเพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด Bitcoin กำลังอยู่ระหว่างสองแรงที่สวนทางกัน ด้านหนึ่งคือสัญญาณทางเทคนิคที่สะท้อนว่าราคายังไม่พุ่ง และอีกด้านคือแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่ยังคงเข้ามาผ่าน Spot Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง 

หากมองเฉพาะกราฟ ความเสี่ยงที่ราคาจะลงต่อยังมีอยู่ แต่หากมองโครงสร้างตลาดโดยรวม ปี 2026 ก็แตกต่างจากปี 2022 มากจนยากจะสรุปว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม สิ่งที่ควรจับตาในระยะสั้นจึงไม่ใช่แค่ Death Cross เพียงอย่างเดียว แต่คือทิศทางของเงินที่ไหลเข้า ETF และแนวรับสำคัญบริเวณ $70,000–$72,000 ซึ่งอาจเป็นตัวตัดสินว่าตลาดกำลังเข้าสู่ขาลงรอบใหม่ หรือกำลังสร้างฐานสำหรับรอบถัดไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง