สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงลง 1.07% แตะ $72,640 ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569 หลังซื้อขายในกรอบ $72,672 $74,001 ตลอด 24 ชั่วโมง และร่วงรวม -1.59% ในรอบวัน
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ยังตึงตัว ตลาดยังไม่มั่นใจในทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะที่แรงซื้อในตลาดคริปโตซบเซาต่อเนื่อง
- Bitcoin ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวนับจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $124,774 เมื่อกรกฎาคม 2568 และยังไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดรวมยังขาดแรงกระตุ้นจากปัจจัยบวก ทั้งสภาพมหภาคที่ยังกดดัน และโครงสร้างราคาระยะกลางที่ยังเป็นขาลงต่อเนื่อง การดีดกลับก่อนหน้าล้มเหลวที่แนวต้านสำคัญ ทำให้แรงขายยังมีความได้เปรียบ
ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569 ราคา Bitcoin (BTC) ดิ่งหลุดระดับ $73,000 อีกครั้ง โดยปรับตัวลดลง 1.07% มาแตะ $72,640 ขณะที่ราคาสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ $74,001 และต่ำสุดที่ $72,672 ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงรวมในรอบวันติดลบ 1.59% มูลค่าตลาดรวมยืนอยู่ที่ 1.46 ล้านล้านดอลลาร์ ด้วยปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงที่ 2.14 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง สะท้อนภาวะซบเซาและขาดแรงซื้อในตลาด

การร่วงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มขาลงต่อเนื่องที่ดำเนินมาตั้งแต่ Bitcoin แตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ราว $124,774 เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 นับจากนั้นราคาสูญเสียมูลค่าไปกว่า 41% และการพยายามฟื้นตัวกลับในช่วงพฤษภาคม 2569 ที่ดันราคาขึ้นไปถึงแนว $82,000 ก็ล้มเหลว ก่อนจะกลับมาแกว่งตัวในกรอบแคบ $73,000 $74,200 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ภาพมหภาคที่ยังกดดันตลาดคริปโต
หนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดัน Bitcoin อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้คือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างสัญญาณเงินเฟ้อที่ยังไม่สงบลงอย่างเต็มที่ กับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้การคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยยังขาดความชัดเจน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลโดยตรงต่อความน่าดึงดูดของสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin เพราะในสภาวะที่ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ นักลงทุนสถาบันบางส่วนยังขาดแรงจูงใจที่จะโยกเงินเข้ามาในตลาดคริปโต นอกจากนี้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่นในหลายภูมิภาคของโลกก็ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวังการรับความเสี่ยง
สัญญาณออนเชนและตลาดฟิวเจอร์ที่น่าจับตา
ปริมาณซื้อขายที่หดตัวลงมาอยู่ที่ 2.14 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าตลาดยังขาดแรงกระตุ้นจากทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย การแกว่งตัวในกรอบแคบ $73,000 $74,200 ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาพร้อมกับปริมาณซื้อขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะ “พักรอ” ที่ยังไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบอย่างชัดเจน
ในฝั่งตลาดฟิวเจอร์ การที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือ $74,200 ได้อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าเจ้ามือและนักลงทุนรายใหญ่ยังไม่มีแรงซื้อเพียงพอที่จะดันราคาออกจากกรอบนี้ไปได้ ขณะที่การไหลออกของ Bitcoin จากกระดานเทรดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมายังไม่ได้บ่งชี้ถึงการสะสมในระดับที่จะเปลี่ยนทิศทางตลาดได้ในระยะสั้น
บทเรียนจากรูปแบบในอดีต เมื่อ Bitcoin ร่วงหนักจากจุดสูงสุด
สถานการณ์ปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นในวัฏจักรขาลงปี 2561 2562 และช่วงหลัง ATH ของปี 2564 กล่าวคือหลังจาก Bitcoin ทำจุดสูงสุดประวัติการณ์แล้ว ราคามักไม่ร่วงลงทันทีในเส้นตรง แต่จะมีช่วงของการฟื้นตัวระยะสั้นที่ดึงดูดให้นักลงทุนเชื่อว่าตลาดกลับมาแล้ว ก่อนที่แรงขายจะกลับมากดดันอีกครั้ง
การฟื้นตัวจาก $62,854 ขึ้นมาถึง $82,000 ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 แล้วพลิกกลับมาเป็นขาลงอีกครั้ง มีลักษณะคล้ายกับ “dead cat bounce” หรือการดีดตัวชั่วคราวก่อนที่แนวโน้มหลักจะกลับมากดดัน ในวัฏจักรปี 2561 Bitcoin เคยใช้เวลานานถึง 12 เดือนหลังจากทำ ATH ก่อนที่จะหาฐานที่มั่นคงได้ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้ไม่ใช่ตัวเลขราคาที่หลุด $72,640 แต่เป็น “บริบทรอบข้าง” ที่บีบรัดจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งมหภาคที่ยังไม่เอื้อ ปริมาณซื้อขายที่เบาบาง และโครงสร้างราคาที่ยังทำ lower high ต่อเนื่อง ทุกอย่างชี้ว่าตลาดยังไม่พร้อมสำหรับการกลับตัวอย่างยั่งยืน
สิ่งที่ผมจะจับตาในช่วงนี้คือ ประการแรก ท่าทีของ Fed ในการประชุมครั้งถัดไปว่าจะส่งสัญญาณอะไรเพิ่มเติม ประการที่สอง กระแสเงินไหลเข้าออกของ Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่านักลงทุนสถาบันยังคงมีความเชื่อมั่นในสินทรัพย์นี้อยู่หรือไม่ และประการที่สาม ตลาดจะสามารถรักษาระดับ $73,000 เอาไว้ได้หรือเปล่า เพราะถ้าหลุดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ บรรยากาศของตลาดอาจเปลี่ยนไปในทางที่หนักกว่าที่เห็นอยู่นี้
ผมยังไม่เห็นสัญญาณที่บอกว่าตลาดพร้อมจะพลิกกลับ ในสภาวะแบบนี้ ความอดทนและการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดน่าจะสำคัญกว่าการตัดสินใจรีบร้อน
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

