สรุปข่าว
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรกระดานเทรดคริปโตของอิหร่าน 4 แห่ง ในวันที่ 3 มิ.ย. 2569
- มาตรการนี้เกิดขึ้นหลัง Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ยึดสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระดานเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัลของอิหร่านไปแล้วเกือบ $1 พันล้าน นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์
- การเดินหน้าปราบปรามนี้สะท้อนว่าสหรัฐฯ ใช้กฎระเบียบคริปโตเป็นเครื่องมือบังคับใช้นโยบายต่างประเทศอย่างจริงจัง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวนี้ไม่ได้กระทบตลาดคริปโตโดยตรง เนื่องจากเป็นมาตรการที่มุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการติดตามและยึดคริปโตจำนวนมหาศาลอาจส่งสัญญาณเชิงบวกต่อความน่าเชื่อถือของตลาดในระยะยาว
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรกระดานเทรดคริปโตของอิหร่าน 4 แห่ง เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2569 ตามเวลาไทย โดยตามรายงานจาก Cointelegraph มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 4 วัน หลังจากที่ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้เปิดเผยว่าสหรัฐฯ สามารถยึดสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระดานเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้เกือบ $1 พันล้าน นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังเร่งปิดช่องโหว่ที่อิหร่านใช้คริปโตเพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรระหว่างประเทศอย่างจริงจัง
คว่ำบาตรคริปโต เครื่องมือใหม่ของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ
การประกาศคว่ำบาตรครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่ได้มองคริปโตเพียงแค่เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน แต่ยังใช้มันเป็นแนวรบในการบังคับใช้นโยบายต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะในบริบทของความตึงเครียดกับอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน การที่สหรัฐฯ สามารถระบุและยึดสินทรัพย์ดิจิทัลได้ถึงเกือบ $1 พันล้านในเวลาเพียงไม่กี่เดือน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รมว.คลังสหรัฐฯ เผยอิหร่านใช้คริปโตเลี่ยงคว่ำบาตร เตรียมปราบเข้ม ซึ่งเป็นคำเตือนที่นำมาสู่มาตรการลงโทษเฉพาะกลุ่มในครั้งนี้
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
แม้มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้จะมุ่งเป้าไปที่กระดานเทรดอิหร่านโดยตรง แต่ผลสะท้อนที่น่าจับตาคือการที่กระดานเทรดและสถาบันการเงินทั่วโลกจะต้องระมัดระวังมากขึ้นในการตรวจสอบว่าธุรกรรมที่ผ่านแพลตฟอร์มของตนไม่มีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่ถูกคว่ำบาตร การไม่ปฏิบัติตามอาจส่งผลให้ถูกดำเนินคดีโดยสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศสหรัฐฯ (OFAC) ซึ่งมีบทลงโทษที่หนักมาก
ภาพรวมดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางนโยบายที่กว้างขึ้นของสหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตอย่างจริงจัง โดยก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ยังรายงานว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ ดันคริปโตเป็นวาระเชิงกลยุทธ์ในแผน 5 ปีถึง 2030 สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งในด้านการคลังและด้านกำกับหลักทรัพย์ต่างเดินหน้าพร้อมกันเพื่อสร้างระบบนิเวศคริปโตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเต็มรูปแบบ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเดินหน้าคว่ำบาตรคริปโตของอิหร่านในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้แค่ออกกฎระเบียบในเชิงนโยบาย แต่มีเครื่องมือและความสามารถจริงๆ ในการติดตามและยึดสินทรัพย์บนบล็อกเชนได้จริง ตัวเลขเกือบ $1 พันล้านในเวลาไม่กี่เดือนนั้นน่าตกใจมาก สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือกระดานเทรดขนาดใหญ่ทั่วโลกจะปรับกระบวนการตรวจสอบธุรกรรมอย่างไร และจะมีกระดานเทรดอื่นๆ ในตะวันออกกลางหรือเอเชียที่อาจตกอยู่ในสายตาของ OFAC ตามมาอีกหรือไม่
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI

