สรุปข่าว
- ศูนย์ต่อต้านกลโกงและหน่วยสืบสวนไซเบอร์ของสิงคโปร์ ร่วมมือกับกระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ สกัดกั้นเงินของเหยื่อไม่ให้โอนไปถึงมือมิจฉาชีพได้ทันท่วงทีรวมมูลค่ากว่า 4.2 ล้านดอลลาร์
- ปฏิบัติการร่วมครั้งที่สองนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2026 โดยได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Coinbase, Coinhako, Gemini, Independent Reserve, OKX, StraitsX และ Upbit ในการส่งข้อมูลเพื่อเข้าถึงตัวเหรียญและเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว
- ทางการได้นำเครื่องมือวิเคราะห์บล็อกเชนระดับโลกจาก Chainalysis และ TRM Labs มาใช้แกะรอยธุรกรรมต้องสงสัย ทำให้สามารถเข้าแทรกแซงและแจ้งเตือนเหยื่อได้มากกว่า 145 ครั้ง ก่อนที่ความเสียหายจะขยายวงกว้าง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข่าวการปราบปรามและสกัดกั้นเม็ดเงินจากคดีฉ้อโกงร่วมกับกระดานเทรดเป็นมาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมายและความปลอดภัย ซึ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของระบบนิเวศคริปโตในระยะยาว แต่ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของราคาซื้อขายในกระดาน
ตำรวจสิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการสกัดเงินทุนของเหยื่อไม่ให้ไหลไปสู่เครือข่ายต้มตุ๋นคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.2 ล้านดอลลาร์ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างกลโกงคริปโตครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเพิ่งมีการแถลงผลงานอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา
ในปฏิบัติการรอบนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลการสืบสวนคดีหลอกลวงหลากรูปแบบ ทั้งการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การหลอกลงทุน หลอกสมัครงาน และโรแมนซ์สแกม โดยได้รับแรงสนับสนุนด้านข้อมูลที่รวดเร็วจาก 7 กระดานเทรดคริปโตชั้นนำ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปตรวจสอบร่วมกับเครื่องมือแกะรอยบนออนเชนขั้นสูง จนสามารถระบุตัวตนและส่งเจ้าหน้าที่เข้าติดต่อแจ้งเตือนเหยื่อได้ทั้งทางโทรศัพท์และเดินทางไปพบด้วยตัวเองรวมกว่า 145 กรณี ก่อนที่เหยื่อจะหลงกลโอนสินทรัพย์ดิจิทัลออกไป
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการยกระดับมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสิงคโปร์อย่างเข้มข้น โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ทางการสิงคโปร์เพิ่งประกาศจัดตั้งหน่วยงานใหม่อย่าง Cyber Command ซึ่งมีกำหนดการเริ่มเปิดไฟเขียวปฏิบัติงานในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเข้ามาดูแลรับผิดชอบด้านการสืบสวนคดีไซเบอร์ การทลายเครือข่ายต้มตุ๋น และการแกะรอยอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังคงเดินหน้าเอาผิดกับกลุ่มธุรกิจคริปโตที่กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางอัยการได้สั่งฟ้อง Zhu Juntao อดีตซีอีโอของ Hodlnaut แพลตฟอร์มกู้ยืมคริปโตที่ล่มสลายไป ในข้อหาบิดเบือนและแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เครือข่าย Terra ล่มสลายเมื่อปี 2022 แม้คดีดังกล่าวจะเป็นคนละส่วนกับปฏิบัติการสกัดกลโกงล่าสุด แต่ก็เป็นสิ่งยืนยันว่าสิงคโปร์กำลังเอาจริงกับการล้างบางสิ่งผิดกฎหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับนักลงทุน
ที่มา: coinedition
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่านี่คือโมเดลการปราบปรามอาชญากรรมยุคใหม่ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างมากครับ ในอดีตเวลาเกิดเหตุแชร์ลูกโซ่หรือคดีต้มตุ๋นคริปโต กว่าตำรวจจะขยับตัวจับกุม เม็ดเงินก็มักจะถูกโยกย้ายและฟอกผ่านบล็อกเชนจนตามกลับมาไม่ได้แล้ว การที่ตำรวจสิงคโปร์สามารถสร้างระบบประสานงานแบบเร่งด่วน ร่วมกับกระดานเทรดใหญ่ ๆ และใช้เครื่องมือวิเคราะห์ออนเชนระดับท็อปอย่าง Chainalysis เข้ามาบล็อกเงินได้ก่อนที่จะสายเกินไป ถือเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมอย่างแท้จริง เทรนด์การกำกับดูแลที่เข้มงวดและรวดเร็วแบบนี้จะช่วยคัดกรองมิจฉาชีพออกไป และทำให้นักลงทุนสถาบันรวมถึงรายย่อยมีความมั่นใจที่จะเข้ามาใช้งานบล็อกเชนในฐานะระบบการเงินที่โปร่งใสมากขึ้นครับ

