สรุปข่าว
- Bitcoin เผชิญมรสุม ราคาดิ่งลงมาซื้อขายแถว 63,373.28 ดอลลาร์ ราคาร่วงแรง 14% ในรอบสัปดาห์ ท่ามกลางการเทขายอย่างหนักทั่วทั้งกระดานคริปโต
- Geoff Kendrick นักวิเคราะห์แห่ง Standard Chartered สวนกระแสความกลัว ชี้จุดต่ำสุดของตลาดอยู่ใกล้มากแล้ว โดยอิง 3 ปัจจัยสำคัญ ทั้งโอกาสที่บริษัท Strategy จะพลิกกลับมาซื้อคืน การถือครองของกองทุน ETF ที่ยังแน่นหนา และการล้างพอร์ตสายฟิวเจอร์สที่ใกล้จบ
- ข้อมูลทางเทคนิคพบราคา Bitcoin ขยับเข้าใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ ซึ่งตามสถิติในอดีต มักเป็นแนวรับสำคัญที่ช่วยหยุดแรงเทขายและเป็นจุดจบรอบขาลงของวัฏจักรระยะยาว
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
บทวิเคราะห์ล่าสุดจากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Standard Chartered ในครั้งนี้ถือเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการเข้าช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่ม จึงมีโอกาสสูงที่จะเป็นฐานรากสำคัญในการผลักดันให้ราคาบิตคอยน์พลิกฟื้นกลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่
Geoffrey Kendrick หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของธนาคาร Standard Chartered หนึ่งในกระบอกเสียงสำคัญที่สนับสนุนคริปโตมาตลอด ยังคงหนักแน่นกับคำทำนายเดิมที่ว่า Bitcoin จะพุ่งไปแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ โดยเขาเชื่อว่าแรงเทขายระลอกใหญ่น่าจะใกล้จบลงแล้ว

ก่อนหน้านี้ เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกเพิ่งจะร่วงดิ่งลงไปกว่า 12% ในช่วงสัปดาห์ที่ Kendrick ยอมรับตรงๆ ว่าเป็นสัปดาห์ที่ “เจ็บปวด” ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นหลังจากบริษัท Strategy ของ Michael Saylor ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกมายอมรับเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ตัดสินใจเทขายเหรียญบางส่วนออกมา ซึ่งถือเป็นการขายครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022
“จังหวะเวลาในการขายรอบนี้ถือว่าน่าเสียดายมาก” Kendrick เขียนระบุในบันทึกที่ส่งถึงกลุ่มลูกค้า “สัปดาห์นี้เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดรวดร้าวมากสำหรับโลกคริปโต คงไม่มีคำไหนที่จะอธิบายได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว”
ปัจจุบัน มูลค่าของ Bitcoin ร่วงลงมามากกว่าครึ่งหนึ่งแล้วนับจากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งสถานการณ์ทิ้งดิ่งนี้เกิดขึ้นสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับมาตรการของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามออกนโยบายที่เป็นมิตรและเอื้อต่ออุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี
Kendrick วิเคราะห์ต่อว่า ตลาดอาจจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากแรงเทขายเพิ่มอีกหากราคา Bitcoin หลุดต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ แต่เมื่อพิจารณาจากการที่มูลค่าของบิตคอยน์ทำผลงานได้ย่ำแย่กว่าตลาดหุ้นอย่างมากในปีนี้ มันหมายความว่าแรงเก็งกำไรในฝั่งขาขึ้นได้ถูกชำระล้างออกไปจนเกือบหมดแล้ว ทำให้เหลือโพซิชันที่จะถูกล้างพอร์ตน้อยลง
ล่าสุด Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 64,320 ดอลลาร์ โดยภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาร่วงลงไปแล้วราว 27% ในทางกลับกัน ดัชนี S&P 500 ของฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับพุ่งทะยานขึ้นไปถึง 10.4% นอกจากนี้ ข้อมูลจาก LSEG ยังตอกย้ำความน่ากลัวด้วยการระบุว่า นักลงทุนกำลังแห่ถอนเงินออกจากกองทุน Bitcoin ETF ยักษ์ใหญ่ด้วยความเร็วทุบสถิติ โดยมียอดเงินไหลออกสุทธิพุ่งทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่นับถึงวันอังคาร
อย่างไรก็ตาม Kendrick ยังคงมองโลกในแง่ดีโดยทิ้งท้ายว่า “เมื่อเรามองย้อนกลับมาดูเหตุการณ์ในตอนนี้ ณ สิ้นปี 2026 ตอนที่ราคา Bitcoin ไปอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์แล้ว พวกเราทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงเวลานี้แหละคือโซนราคาซื้อที่พวกเราโหยหามากที่สุด”
นอกจากนี้ เขายังคาดหวังว่าเราน่าจะได้เห็นการเดินหน้ากลับมาซื้อ Bitcoin คืนเข้าพอร์ตอย่างดุดันจากทาง Strategy โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมในอดีตของบริษัทที่มักจะรีบช้อนซื้อคืนอย่างรวดเร็วหลังจากที่เคยมีการขายเหรียญออกไปในครั้งก่อนหน้า
ที่ผ่านมา การกอดบิตคอยน์เอาไว้ในคลังของ MicroStrategy ถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นและความศรัทธาที่ Michael Saylor มีต่ออุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในผู้เผยแพร่ความเชื่อมั่นของบิตคอยน์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก เขาเคยถึงขั้นโพสต์ข้อความลงบนเอกซ์ (X) ว่า “ขายไตซะถ้าจำเป็น แต่จงรักษา Bitcoin เอาไว้”
แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัทกลับแถลงว่า เม็ดเงินที่ได้จากการเจียดขายบิตคอยน์ในรอบนี้ จะถูกนำไปใช้เป็นทุนสำหรับจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิของบริษัท แม้ว่าปริมาณที่ขายออกไปนั้นจะคิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 0.004% ของจำนวนบิตคอยน์ทั้งหมดที่บริษัทถือครองอยู่ก็ตาม และหากคำนวณจากราคาตลาดปัจจุบัน คลังบิตคอยน์ทั้งหมดของ MicroStrategy ก็ยังคงมีมูลค่ามหาศาลเฉียด 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์
“แต่นัยสำคัญของเรื่องนี้มันอยู่ที่เรื่องของจิตวิทยาและสัญลักษณ์มากกว่า” Fabien Yip นักวิเคราะห์ตลาดจากสถาบันการเงิน IG Bank ให้ความเห็น
“จุดยืนของ Michael Saylor ที่บอกว่าไม่มีวันขาย คือเสาหลักค้ำจุนเรื่องเล่าฝั่งขาขึ้นของ Bitcoin มาโดยตลอด การขายในครั้งนี้จึงทำให้เกิดคำถามตามมาทันทีว่า หลังจากนี้ MicroStrategy จะสามารถหาเงินมาจ่ายปันผลตามภาระผูกพันของหุ้นบุริมสิทธิในรอบต่อๆ ไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องเทขายบิตคอยน์ออกมาอีกได้จริงหรือเปล่า”
จากความผันผวนทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หุ้นของคริปโตตัวพ่ออย่าง Strategy ร่วงดิ่งลงไปแล้วประมาณ 17% ในปี 2026 แม้ว่าในช่วงเดือนมกราคมถึงตุลาคมของปีที่แล้ว ราคาหุ้นจะเคยพุ่งทะยานขึ้นไปเกือบ 14% ก็ตาม แต่สุดท้ายก็ต้องม้วนเสื่อดิ่งหัวลงตามแรงฉุดของราคา Bitcoin ที่ร่วงลงอย่างหนักในเวลาต่อมา
กราฟรายสัปดาห์ส่งสัญญาณคล้ายกัน
นอกจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว กราฟราคา Bitcoin ก็เริ่มให้สัญญาณในทิศทางบวก โดยปัจจุบัน Bitcoin กำลังซื้อขายใกล้กับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (200-Week SMA) นักวิเคราะห์ทางเทคนิคจำนวนมากมองว่า เส้นนี้เป็นแนวรับสำคัญของวัฏจักรระยะยาว

ในอดีตตลาดขาลงของ Bitcoin หลายครั้ง จบลงใกล้บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์นี้ดังนั้นหากประวัติศาสตร์ยังคงให้บทเรียนที่คล้ายเดิม จุดต่ำสุดของรอบนี้อาจอยู่ไม่ไกลนัก
อย่างไรก็ตาม ควรจำไว้ว่ารูปแบบในอดีตไม่ได้เป็นหลักประกันว่า ราคาจะเคลื่อนไหวแบบเดิมในอนาคต แม้หลายสัญญาณจะเริ่มดูเป็นบวก แต่ตลาดคริปโตยังคงมีความผันผวนสูง นักลงทุนจึงควรบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบเสมอก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา : coindesk
มุมมองผู้เขียน : บทวิเคราะห์จาก Standard Chartered รอบนี้ มาได้ถูกจังหวะในการดึงสติเหล่านักเทรดที่กำลังขวัญเสียกับราคา Bitcoin ที่ดิ่งลงสู่ระดับ 63,000 ดอลลาร์ แม้นักลงทุนบางรายอาจจะรู้สึกหวาดกลัว หากราคาร่วงแรงไปมากกว่านี้ แต่เมื่อราคาดิ่งลงถึงจุดต่ำสุด นี่อาจเป็นโอกาสในการช้อนซื้อของถูก เพื่อรอทำกำไรในอนาคต ยามที่ตลาดฟื้นตัวกลับเป็นขาขึ้นรอบใหม่

