bitkub-banner

Anthropic เผย AI เริ่มพัฒนา AI ด้วยกันเองแล้ว ชี้มนุษย์อาจเป็นตัวถ่วงความก้าวหน้า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานล่าสุดจาก Anthropic ระบุว่า AI สามารถเขียนโค้ดและทำงานวิจัยที่ซับซ้อนได้เอง จนมนุษย์อาจกลายเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาระบบ
  • ปัจจุบัน Claude เป็นผู้เขียนโค้ดมากกว่า 80% ของทั้งหมดในระบบ ช่วยเพิ่มปริมาณงานของวิศวกรได้ถึง 8 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปี 2025
  • แม้แนวโน้มจะมุ่งสู่การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทยอมรับว่า AI ยังขาดวิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกหัวข้อปัญหาที่ควรค่าแก่การแก้ไข

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การพัฒนาความสามารถของ AI ในการเขียนโค้ดและสร้างระบบด้วยตัวเองสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังเป็นเพียงการวิจัยและพัฒนาภายในองค์กรที่ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดระยะสั้น

Anthropic เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ที่มีชื่อว่า “When AI Builds Itself” ซึ่งระบุว่า AI มีประสิทธิภาพในการเขียนโค้ดและค้นคว้าข้อมูลสูงมาก จนในปัจจุบันข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดในการพัฒนาระบบ AI รุ่นใหม่ก็คือตัวมนุษย์ผู้ควบคุมระบบเอง

ในรายงานระบุว่าปัจจุบัน Claude ได้เข้ามามีบทบาทช่วยสร้างระบบ AI ในอนาคตผ่านการเขียนโค้ด รันการทดลอง และช่วยงานวิจัย ซึ่ง Anthropic มองว่าแนวโน้มนี้อาจนำไปสู่สภาวะ Recursive Self-Improvement หรือการที่ระบบ AI สามารถออกแบบและพัฒนารุ่นสืบทอดของตัวเองได้อย่างอิสระ

ปัจจุบัน Claude เป็นผู้เขียนโค้ดมากกว่า 80% ของโค้ดทั้งหมดที่ถูกผสานเข้าสู่ฐานข้อมูลของระบบ ซึ่งช่วยให้วิศวกรสามารถสร้างผลผลิตได้เพิ่มขึ้นประมาณ 8 เท่าตั้งแต่ปี 2024 โดยก่อนหน้าที่ Claude Code จะเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตัวเลขนี้ยังอยู่ในระดับเพียงเลขหลักเดียวเท่านั้น

สถิติชี้ให้เห็นว่าจำนวนบรรทัดของโค้ดต่อวิศวกรหนึ่งคนต่อวันยังคงที่ในช่วง 4 ปีแรกของการก่อตั้งบริษัท (2021-2024) ก่อนที่จะเริ่มพุ่งสูงขึ้นในปี 2025 เมื่อ Claude เริ่มทำการรันโค้ดด้วยตัวเองแทนที่จะแค่แนะนำให้วิศวกรคัดลอกไปวาง

บริษัทประเมินว่าอนาคตอาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา AI ที่ชะลอตัวลง มนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมในขณะที่ AI ทำงานแบบอัตโนมัติมากขึ้น หรือขั้นสุดคือ AI สามารถพัฒนารุ่นต่อไปได้เองหากมีพลังประมวลผล (Compute) มากพอ ซึ่งแม้บริษัทจะมองว่ายังไม่ถึงจุดนั้นแต่มันอาจจะมาเร็วกว่าที่หลายสถาบันเตรียมตัวรับมือ

อย่างไรก็ตาม Anthropic โพสต์ข้อความเพิ่มเติมบน X ว่าความก้าวหน้าทั้งหมดนี้ไม่ได้การันตีว่าวัฏจักรการพัฒนาตัวเองแบบเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากยังไม่แน่ชัดว่า Claude มีความสามารถและวิจารณญาณมากพอที่จะเลือกโจทย์ปัญหาที่ถูกต้องเพื่อทำการวิจัยได้หรือไม่

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัท AI หลายแห่งเริ่มชูจุดเด่นให้โมเดลของตนเป็นผู้ช่วยวิจัยมากกว่าแค่ Chatbot ทั่วไป โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา Anthropic ได้อัปเกรดโมเดล Claude เป็น Opus 4.8 ขณะที่คู่แข่งอย่าง OpenAI ก็เดินหน้ากลยุทธ์เดียวกันด้วยการเปิดตัว GPT-5.5 และ GPT-Rosalind ในเดือนเมษายน

ในขณะเดียวกันเมื่อเดือนพฤษภาคม Google ก็เพิ่งประกาศเปิดตัว Gemini Spark ซึ่งเป็น AI Agent ส่วนตัวที่สามารถจัดการงานข้ามแอปพลิเคชันและทำงานอยู่เบื้องหลังได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ Anthropic ที่พยายามเน้นย้ำถึงระบบ AI ที่มีความเป็นอิสระและสามารถทำงานระยะยาวได้ดีขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

ที่มา: anthropic


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่ารายงานฉบับนี้ของ Anthropic กำลังส่งสัญญาณเตือนที่สำคัญมากต่อวงการเทคโนโลยีครับ การที่ AI สามารถเขียนโค้ดได้เกิน 80% ของระบบแปลว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เครื่องจักรสร้างเครื่องจักรด้วยกันเองแล้ว แม้ว่าตอนนี้ AI จะยังขาดวิจารณญาณในการตั้งโจทย์วิจัยใหม่ๆ แต่ด้วยความเร็วในการพัฒนาแบบก้าวกระโดดและการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างค่ายใหญ่อย่าง OpenAI และ Google จุดเปลี่ยนที่ AI สามารถพัฒนาตัวเองแบบครบวงจรหรือ Recursive Self-Improvement อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่เราคาดคิด สำหรับนักลงทุนและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนี่คือช่วงเวลาที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะบริษัทที่สามารถครองความได้เปรียบในเทคโนโลยี AI Agent ที่ทำงานอัตโนมัติได้ก่อนจะกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางของโลกการเงินและเศรษฐกิจในทศวรรษหน้าครับ