bitkub-banner

ผู้ก่อตั้ง Cardano ลั่นเหรียญคริปโตมีเป็นล้านเหรียญ แต่แทบไม่มีเหรียญไหนมีค่าเลย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Charles Hoskinson เตือนว่า อุตสาหกรรมคริปโตกำลังเผชิญ “คลื่นของความล้มเหลว” และจะมีโปรเจกต์จำนวนมากทยอยหายไปจากตลาด
  • ข้อมูลจาก Delphi Digital พบว่า จากโทเคนนับสิบล้านเหรียญ มีไม่ถึง 1,700 เหรียญที่ยังมีสภาพคล่องและปริมาณซื้อขายที่มีนัยสำคัญ
  • นักลงทุนเริ่มเทขายโปรเจกต์ที่ไม่มีการใช้งานจริง และย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่พิสูจน์คุณค่าได้ เช่น Bitcoin, Stablecoin และโปรเจกต์ที่มีประโยชน์ใช้สอยชัดเจน

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano เตือนว่า วงการคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วงคัดกรองครั้งใหญ่ โดยโปรเจกต์จำนวนมากอาจปิดตัวลงจากปัญหาสภาพคล่องและการขาดผู้ใช้งาน ท่ามกลางตลาดที่ Altcoin อ่อนแอกว่า Bitcoin อย่างชัดเจน ข้อมูลจาก Delphi Digital ยังพบว่า จากโทเคนนับสิบล้านเหรียญที่ถูกสร้างขึ้น มีไม่ถึง 1,700 เหรียญที่ยังมีปริมาณซื้อขายในระดับที่มีนัยสำคัญ สะท้อนว่าเงินทุนกำลังไหลออกจากโปรเจกต์ที่ไม่มีการใช้งานจริง และเริ่มกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ที่สร้างคุณค่าได้จริงมากขึ้น

Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano หนึ่งในเครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำของโลกออกมาเตือนนักลงทุนให้เตรียมรับมือกับ “คลื่นของความล้มเหลว” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม โดยเขาเชื่อว่า จะมีโปรเจกต์จำนวนมากทยอยปิดตัว ธุรกิจเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และนักพัฒนาจำนวนไม่น้อยอาจตัดสินใจถอนตัวออกจากวงการ

Hoskinson กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่หลังแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโตชื่อดังแห่งหนึ่งประกาศยุติการดำเนินงาน “ผมคาดว่าเราจะได้เห็นคลื่นแห่งความล้มเหลวตามมา ปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากมาก” 

คำเตือนนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยราคา Bitcoin เคยร่วงหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์ และปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามต่ออนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่ม Altcoin ที่ได้รับผลกระทบหนักกว่า Bitcoin อย่างชัดเจน

แม้ Bitcoin จะยังถูกมองเป็นสินทรัพย์หลักของอุตสาหกรรม แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตลาด Altcoin กลับรุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด หลายโปรเจกต์ที่เคยถูกยกให้เป็นดาวรุ่งของวงการค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ระเหยออกจากตลาด

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนภาพดังกล่าวคือ Zcash เหรียญสายความเป็นส่วนตัวที่ราคาทรุดตัวลงมากกว่าครึ่งภายในเวลาไม่กี่วัน หลังเกิดความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ขณะที่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า สถานการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นกับโปรเจกต์คริปโตรายอื่นอีกจำนวนมากในอนาคต

ความจริงและประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้อุตสาหกรรมคริปโตจะสร้างโทเคนใหม่ขึ้นมาหลายสิบล้านเหรียญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่รายงานจาก Delphi Digital ระบุว่า มีไม่ถึง 1,700 เหรียญเท่านั้นที่ยังมีปริมาณซื้อขายรายวันในระดับที่มีนัยสำคัญบนตลาด DEX สะท้อนให้เห็นว่า มีโทเคนจำนวนมหาศาลที่แทบไม่ได้รับความสนใจจากตลาดอีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น โทเคนจำนวนมากที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน VC ยังซื้อขายต่ำกว่าราคาเปิดตัวอย่างหนัก บางเหรียญร่วงลงมากกว่า 90% ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างที่ถูกศึกษาติดลบถึง 80%

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายเริ่มเชื่อว่า เงินทุนกำลังไหลออกจากโปรเจกต์ที่ไม่มีการใช้งานจริง และกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์ที่สามารถพิสูจน์คุณค่าของตัวเองได้

Cosmo Jiang ผู้จัดการกองทุนจาก Pantera Capital มองว่า หากไม่นับ Bitcoin และ Ethereum แล้ว โทเคนส่วนใหญ่ได้ผ่านจุดสูงสุดไปตั้งแต่ปี 2021 และกำลังเผชิญกระบวนการคัดกรองครั้งใหญ่

“โทเคนจำนวนมากร่วงลงมาแล้ว 80-90% แต่ก็ยังมีอีกหลายเหรียญที่มีมูลค่าตลาดระดับพันล้านดอลลาร์ ทั้งที่แทบไม่มีเหตุผลรองรับการมีอยู่ของมัน” Jiang กล่าว

คำพูดดังกล่าวสะท้อนสิ่งที่นักลงทุนเริ่มตระหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า การมีเทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้หมายความว่า โทเคนนั้นจะมีมูลค่าเสมอไป

ที่น่าสนใจคือ ในขณะที่ตลาดเก็งกำไรเผชิญแรงสั่นสะเทือนอย่างหนัก การใช้งานจริงของเทคโนโลยีกลับเดินหน้าต่ออย่างเงียบ ๆ เหรียญ Stablecoin กำลังถูกนำไปใช้ในระบบชำระเงินมากขึ้น สถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มทดลองสินทรัพย์แบบ Tokenized และธนาคารหลายแห่งกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนบล็อกเชน

อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินเหล่านี้กลับไหลเข้าสู่โปรเจกต์คริปโตเพียงไม่กี่ราย แทนที่จะกระจายไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมเหมือนในอดีต

สำหรับ Cardano เองก็ไม่ได้รอดพ้นจากแรงกดดันเช่นกัน รายงานของ Electric Capital ระบุว่า จำนวนนักพัฒนาแบบเต็มเวลาบนเครือข่ายลดลงกว่า 32% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อกอยู่ในระบบ DeFi บน Cardano ปรับตัวลดลงราว 35% ส่วนราคา ADA ก็ร่วงลงอย่างหนักจากจุดสูงสุดในรอบก่อน

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ Hoskinson กำลังเตือนอาจไม่ใช่จุดจบของอุตสาหกรรมคริปโต แต่เป็นจุดจบของยุคที่ใครก็สามารถสร้างโทเคนขึ้นมาแล้วหวังให้ตลาดตีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้โดยไม่มีการใช้งานจริงรองรับ


มุมมองผู้เขียน: แม้ราคาเหรียญคริปโตจำนวนมากจะกำลังร่วงลงและหลายโปรเจกต์อาจหายไปจากตลาด แต่การใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่ม Stablecoin สถาบันการเงิน และสินทรัพย์แบบ Tokenized ทำให้การปรับฐานครั้งนี้อาจเป็นเพียงการคัดกรองโปรเจกต์ที่ไม่มีคุณค่าออกไป มากกว่าจะเป็นจุดจบของอุตสาหกรรมคริปโตทั้งหมด