bitkub-banner

สัญญาณอันตรายเงินเยนอ่อนค่าทะลุ 160 จ่อฉุดตลาดคริปโตร่วงอีกระลอก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ค่าเงินดอลลาร์ต่อเงินเยน (USD/JPY) พุ่งทะลุ 160 อีกครั้ง เพิ่มโอกาสที่ญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงค่าเงินหรือปรับขึ้นดอกเบี้ย
  • การขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอาจกระทบ Yen Carry Trade ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งสภาพคล่องสำคัญของตลาดโลก
  • ในอดีต การดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดของ BOJ หลายครั้งเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับฐานของ Bitcoin ระดับ 20-30%

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

นักลงทุนคริปโตเริ่มหันมาจับตาสัญญาณเตือนจากญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด หลังค่าเงิน USD/JPY พุ่งทะลุระดับ 160 อีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ในอดีตมักตามมาด้วยแรงเทขาย Bitcoin ขณะที่ตลาดประเมินโอกาสสูงถึง 97% ว่า BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ หากเกิดขึ้นจริงอาจกระทบธุรกรรม Yen Carry Trade และทำให้สภาพคล่องในสินทรัพย์เสี่ยงลดลง โดยข้อมูลในอดีตชี้ว่า การขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นหลายครั้งเคยเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับฐานของ Bitcoin ระดับ 20-30% ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยกังวลว่า แรงสั่นสะเทือนจากญี่ปุ่นอาจกลับมากดดันตลาดคริปโตอีกระลอก

สัญญาณอันตรายจากญี่ปุ่นกำลังกลับมาอีกครั้ง หลังอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินดอลลาร์ต่อเงินเยน (USD/JPY) พุ่งทะลุ 160 อีกครั้ง ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยจุดชนวนความปั่นป่วนในตลาดการเงินโลกมาแล้วหลายครั้งในอดีต ขณะที่การประชุม BOJ วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ กำลังใกล้เข้ามา ทำให้นักลงทุนคริปโตจำนวนไม่น้อยกังวลว่า แรงกระแทกจากญี่ปุ่นรอบนี้อาจกลับมาสั่นสะเทือน Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอีกครั้ง

สาเหตุที่ระดับค่าเงิน USD/JPY ที่ 160 ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะตลาดมองว่าเป็นเส้นตายที่รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ต้องการให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าไปมากกว่าระดับนี้ ในอดีตเมื่อเงินเยนอ่อนค่าถึงระดับดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นมักเข้ามาแทรกแซงตลาดผ่านการขายเงินดอลลาร์และเข้าซื้อเงินเยน เพื่อชะลอการอ่อนค่าของสกุลเงินภายในประเทศ และในแต่ละครั้ง Bitcoin มักจบลงด้วยการปรับฐานระดับ 20-30% 

ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเคยใช้งบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 11.73 ล้านล้านเยน หรือราว 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพยุงค่าเงินเยน สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาเงินเยนอ่อนค่าเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ตลาดยังประเมินโอกาสสูงถึงประมาณ 97% ที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมรอบนี้ หากเกิดขึ้นจริง นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทั่วโลก โดยเฉพาะธุรกรรมประเภท Yen Carry Trade ที่นักลงทุนนิยมกู้ยืมเงินเยนต้นทุนต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

เมื่อค่าเงินเยนกลับมาแข็งค่าขึ้น ต้นทุนการชำระหนี้ของนักลงทุนจะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้หลายฝ่ายจำเป็นต้องลดความเสี่ยงและปิดสถานะการลงทุน กระบวนการดังกล่าวสามารถกระตุ้นให้เกิดแรงขายพร้อมกันในหลายตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น เทคโนโลยี หรือแม้แต่คริปโตเคอร์เรนซี

Crypto Rover เทรดเดอร์คริปโตชื่อดังได้ยกข้อมูลในอดีตที่น่าสนใจ โดยระบุว่า ในเดือนมีนาคม 2024 ราคา BTC ปรับตัวลดลงประมาณ 23% หลัง BOJ ปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่เดือนกรกฎาคม 2024 ราคา BTC ปรับฐานลงราว 25-30% 

ส่วนเดือนมกราคม 2025 ราคา BTC ปรับตัวลงถึง 31% และในเดือนธันวาคม 2025 ก็เกิดแรงขายจนราคาร่วงมากกว่า 25%

แม้การปรับฐานเหล่านี้ จะไม่ได้มีสาเหตุมาจากญี่ปุ่นเพียงปัจจัยเดียว แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า Bitcoin มีความอ่อนไหวต่อภาวะสภาพคล่องโลกที่ตึงตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางรายใหญ่เริ่มดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด

ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าคือ ญี่ปุ่นจะเลือกใช้มาตรการแทรกแซงค่าเงินอีกครั้งหรือไม่ และ BOJ จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด เพราะหากแรงกดดันต่อ Carry Trade รุนแรงขึ้น สภาพคล่องที่ไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 63,138 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.5% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap


มุมมองผู้เขียน: การกลับมาของ USD/JPY เหนือระดับ 160 ถือเป็นสัญญาณที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม เพราะอาจสะท้อนถึงแรงกดดันที่กำลังก่อตัวในตลาดการเงินโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าจะนำไปสู่การปรับฐานรุนแรงของ Bitcoin เหมือนในอดีตหรือไม่ สิ่งที่น่าจับตาจากนี้คือ BOJ จะส่งสัญญาณเข้มงวดมากน้อยเพียงใด และตลาดจะตีความต่อทิศทางสภาพคล่องโลกอย่างไร ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนี้

ที่มา:coinpedia