bitkub-banner

Bank of America แนะนักลงทุนทยอยขายหุ้นสหรัฐฯ หลังสัญญาณตลาดหมีพุ่ง 70%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bank of America ออกโรงเตือนนักลงทุนให้เริ่มทยอยขายทำกำไรในหุ้นสหรัฐ เผยโมเดลวิเคราะห์ความเสี่ยงพบสัญญาณเตือนภัยของตลาดหมีพุ่งสูงถึง 70%
  • ชี้เป้าตลาดหุ้นเผชิญภาวะเปราะบางจากการไล่ราคาจนมูลค่าหุ้นแพงเกินพื้นฐาน พ่วงปัญหากระแสเงินทุนไหลไปกระจุกตัวอยู่กับหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ผู้นำกระแสปัญญาประดิษฐ์ AI เพียงไม่กี่ตัว
  • เผยต้นทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อาจกลายเป็นระเบิดเวลา หลังมีการคาดการณ์ว่า บริษัทเทคขนาดใหญ่อาจต้องเจียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเกือบ 100% ไปลงทุนระบบอัจฉริยะจนกระทบงบปันผลและการซื้อหุ้นคืน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish 

คำเตือนอย่างเป็นทางการจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ระบุว่า สัญญาณตลาดหมีพุ่งแตะ 70% ถือเป็นปัจจัยลบขั้นรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิด

Bank of America Securities แนะให้นักลงทุนเริ่ม ทยอยขายทำกำไรในตลาดหุ้นสหรัฐ หลังจากตลาดปรับตัวขึ้นแรง จนราคาหุ้นหลายตัวแพงเกินไป โดยมีการกระจุกตัวอยู่กับหุ้นยักษ์ใหญ่ๆไม่กี่ตัว และมีความเสี่ยงจากการลงทุนในด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น

Savita Subramanian หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นสหรัฐของ Bank of America ระบุว่า ตอนนี้ความเสี่ยงในตลาดกำลังก่อตัวอยู่เบื้องหลัง แม้ว่าดัชนีจะยังดูแข็งแกร่ง โดยโมเดลวิเคราะห์ของธนาคารพบว่า สัญญาณเตือนของตลาดหมีมีอยู่ประมาณ 70%

คำเตือนนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ดัชนี S&P 500 ยังคงมีมูลค่าอยู่ในระดับสูง หลังจากได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และบริการสื่อสาร แม้ Bank of America ยังคงตั้งเป้าหมายสิ้นปีของ S&P 500 ไว้ที่ 7,100 จุด แต่ก็แนะนำให้เลือกลงทุนเป็นรายตัวมากกว่าซื้อทั้งตลาด

Bank of America มองว่าตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน เช่น ราคาหุ้นหลายตัวแพงเกินพื้นฐาน, การเก็งกำไรที่สูงขึ้น ซึ่งตลาดขับเคลื่อนโดยหุ้นผู้นำเพียงไม่กี่ตัว

Savita Subramanian เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบัน กับช่วงต้นปี 2020 ที่ตลาดถูกดันขึ้นจากหุ้นดาวเด่นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ

หุ้นที่มีค่า P/E สูงยังคงปรับตัวดีกว่าหุ้นราคาถูกอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงกระแสเก็งกำไร โดยเฉพาะในหุ้น AI หุ้นเทคยักษ์ใหญ่ และหุ้นโมเมนตัม

นอกจากนี้ การปรับขึ้นของตลาดยังไม่กระจายตัว ผลตอบแทนระหว่างหุ้นที่ชนะกับหุ้นที่แพ้ต่างกันมากที่สุดนับตั้งแต่ยุคโควิด และในกลุ่มเทคโนโลยี ช่องว่างระหว่างหุ้นที่แข็งแกร่งที่สุดกับหุ้นอ่อนแอที่สุด ก็ใกล้เคียงกับช่วงฟองสบู่ดอทคอมปี 2000

แม้ว่าหุ้นเทคโนโลยีและบริการสื่อสารยังมีกำไรเติบโตดี แต่ Bank of America เตือนว่า ราคาปัจจุบันทำให้บริษัทต้องสร้างผลงานที่ดีมาก ๆ ถึงจะรองรับมูลค่าหุ้นได้

การใช้เงินลงทุน AI และการออกหุ้นใหม่อาจกดดันตลาด

นักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินต้นทุนมหาศาลของการลงทุนด้าน AI โดย Bank of America คาดว่า ภายในสิ้นปีนี้ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจใช้เงินลงทุนด้าน AI คิดเป็นเกือบ 100% ของกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เทียบกับเพียง 40% ในปี 2023

แม้การลงทุน AI จะช่วยให้เกิดการเติบโตระยะยาว แต่ก็อาจกระทบกำไร และกระแสเงินสด ทำให้บริษัทมีเงินเหลือน้อยลงสำหรับ ซื้อหุ้นคืน (Buyback) ,จ่ายเงินปันผล , ดูแลผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ การออกหุ้นใหม่ การทำ IPO และการระดมทุนขนาดใหญ่ ก็อาจดูดสภาพคล่องออกจากตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาหุ้นอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว

คำเตือนนี้ออกมาในช่วงที่ตลาดสหรัฐแกว่งตัวรุนแรง โดยมีรายงานว่า มูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐหายไป 430,000 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียง 90 นาที และเคยหายไปถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 4 ชั่วโมง

ดัชนี S&P 500 เคยร่วง 0.92% ทำให้มูลค่าตลาดหายไปราว 620,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Nasdaq ลดลง 1.13% สูญมูลค่ากว่า 400,000 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านั้นเพียงไม่นาน ตลาดกลับพุ่งแรง โดย S&P 500 บวก 1.02% และ Nasdaq พุ่งถึง 2.68% เพิ่มมูลค่าตลาดเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์

แรงเหวี่ยงดังกล่าวมาจากข่าวที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณสนับสนุนการหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน และยังเปิดทางให้มีการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ทำให้นักลงทุนปรับมุมมองอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน หุ้น Apple (AAPL) ก็ถูกขายทำกำไร โดยราคาหุ้นร่วงประมาณ 5% จากจุดสูงสุดระหว่างวัน หลังเปิดตัวระบบ Siri AI รุ่นใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI ครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทจนถึงตอนนี้

ที่มา : coinpaper


มุมมองผู้เขียน : คำเตือนของ Bank of America ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากังวลและสะท้อนความจริงในโลกการเงินได้อย่างตรงจุด