สรุปข่าว
- นักวิเคราะห์หลายรายยังไม่เชื่อว่า Bitcoin ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แม้ราคาจะกลับมายืนเหนือ 60,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แต่ข้อมูล On-chain และกราฟเทคนิคยังเตือนว่า ความเสี่ยงขาลงยังไม่จบ
- 3 สัญญาณ On-chain ชี้ไปทางเดียวกัน ต้นทุนการขุดเฉลี่ยอยู่ใกล้ราคาตลาด, Realized Price ยังไม่ถูกทดสอบ และ MVRV Bands ชี้โซน 50,000–53,600 ดอลลาร์เป็นแนวรับสำคัญที่ตลาดจับตา
- กราฟ Bear Flag ยังเปิดทางให้ราคาร่วงต่อ หาก Bitcoin ปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย SMA 200 สัปดาห์บริเวณ 62,000 ดอลลาร์ อย่างชัดเจน อาจเพิ่มโอกาสเห็นราคาหลุดลงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ตัวชี้วัดสำคัญของ Bitcoin ทั้งข้อมูล On-chain โมเดลประเมินมูลค่า MVRV Bands และสัญญาณทางเทคนิค ต่างพร้อมใจกันส่งสัญญาณเตือนว่า “ตลาดยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด” โดยต้นทุนการขุดเฉลี่ยของเครือข่ายอยู่ใกล้ระดับราคาปัจจุบัน ขณะที่ Realized Price และ MVRV Bands ต่างชี้ไปยังโซน 50,000-53,600 ดอลลาร์ นอกจากนี้ รูปแบบ Bear Flag บนกราฟรายสัปดาห์ยังคงเปิดความเป็นไปได้ที่ราคาอาจปรับฐานลงต่อ โดยล่าสุด Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ 61,533 ดอลลาร์ ลดลง 2.92% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นักลงทุน Bitcoin อาจจะกำลังรู้สึกโล่งใจที่ได้เห็นราคาบิตคอยน์กลับมายืนเหนือ 60,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนตลาดเริ่มกลับมาหายใจสะดวกขึ้น นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยกลับมองว่า การฟื้นตัวรอบนี้ยังไม่ใช่สัญญาณว่า ตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
เหตุผลสำคัญคือ ตัวชี้วัดต่าง ๆ ของบิตคอยน์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล On-chain หรือข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงบนเครือข่าย ไปจนถึงโมเดลประเมินมูลค่า และสัญญาณทางเทคนิคบนกราฟราคา ต่างส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกันว่า บิตคอยน์ยังมีโอกาสเผชิญแรงเทขายอีกระลอก และหากแนวรับสำคัญถูกทำลายลงมา ราคามีสิทธ์ร่วงลงไปถึงระดับราคา 50,000 ดอลลาร์

1. ต้นทุนการขุดกำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของ Bitcoin
หนึ่งในสัญญาณที่ถูกจับตามากที่สุดในเวลานี้คือ โมเดลต้นทุนการผลิตบิตคอยน์หรือ “Bitcoin Production Cost Model” ซึ่งใช้คำนวณว่า ปัจจุบันนักขุดต้องแบกรับต้นทุนเฉลี่ยเท่าไหร่ในการผลิตบิตคอยน์จำนวน 1 BTC
ข้อมูลจาก Charles Edwards ผู้ก่อตั้ง Capriole Investments ระบุว่า ต้นทุนการขุดเฉลี่ยของเครือข่ายอยู่ที่ประมาณ 62,650 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาตลาดในปัจจุบันอย่างมาก นั่นหมายความว่า นักขุดจำนวนไม่น้อยกำลังยืนอยู่บริเวณ บริเวณจุดคุ้มทุน หรือจุดที่แทบไม่เหลือกำไรจากการดำเนินงาน

ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อราคาหลุดต่ำกว่าต้นทุนการขุดอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดมักเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากนักขุดที่จำเป็นต้องขายเหรียญออกมาเพื่อนำเงินสดกลับเข้าสู่ธุรกิจ
ที่น่าสนใจคือ แนวรับสำคัญถัดไปของโมเดลนี้อยู่ที่ต้นทุนค่าไฟขั้นต่ำ ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณ 50,120 ดอลลาร์ และเป็นระดับที่นักวิเคราะห์มองว่า อาจกลายเป็นเป้าหมายต่อไป หากแรงขายกลับมาครอบงำตลาดอีกครั้ง
2. Realized Price ยังส่งสัญญาณว่าจุดต่ำสุดอาจยังมาไม่ถึง
อีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ได้รับความสนใจคือ ต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือบิตคอยน์ทั้งหมดในระบบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่โซนประมาณ 53,600 ดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนต้นทุนเฉลี่ยที่นักลงทุนทั่วทั้งเครือข่ายถือครองบิตคอยน์อยู่และในอดีต กราฟราคา BTC ไม่เคยสร้างจุดต่ำสุดครั้งใหญ่ของวัฏจักรตลาด โดยที่ราคาไม่หลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวมาก่อน

ในตลาดหมีปี 2022 บิตคอยน์ใช้เวลาซื้อขายต่ำกว่า Realized Price นานถึง 179 วัน ขณะที่ในปี 2018 และ 2015 ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 140 วัน และ 303 วันตามลำดับ
แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในรอบปัจจุบันคือ Bitcoin ยังไม่เคยซื้อขายต่ำกว่า Realized Price แม้แต่วันเดียว
ความเป็นจริงข้อนี้ ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนยังไม่กล้าสรุปว่า ตลาดได้สร้างจุดต่ำสุดไปแล้วหรือยัง และมองว่า หากแรงขายกลับมาอีกครั้ง ราคาอาจจะต้องลงไปทดสอบโซน 53,600 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเกิดการฟื้นตัวของจริง
3. MVRV Bands ชี้โซน 50,000 ดอลลาร์ ยังมีความสำคัญ
ข้อมูลจาก Glassnode สะท้อนให้เห็นภาพคล้าย ๆ กันผ่าน MVRV Bands หรือโมเดลที่ใช้เปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดกับมูลค่าที่แท้จริงของ Bitcoin
ในขณะที่ทำการวิเคราะห์ บิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 63,000 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าโซนประเมินมูลค่าระดับล่าง หรือ “Lower Valuation Band” ที่บริเวณ 72,035 ดอลลาร์แล้ว

ตามข้อมูลในอดีต เมื่อราคาหลุดลงมาต่ำกว่าระดับดังกล่าว ตลาดมักถูกดึงดูดเข้าสู่โซนมูลค่าต่ำมากหรือ “Deep Value Zone” ก่อนที่จะเริ่มสร้างฐานรอบใหม่
สำหรับรอบนี้ Deep Value Zone อยู่ที่ประมาณ 50,437 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง Realized Price และต้นทุนการขุดของเครือข่าย
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้โซน 50,000-53,600 ดอลลาร์ กลายเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นจุดตัดสินสำคัญของทิศทางตลาดในช่วงถัดไป
4. Bear Flag ยังเปิดทางให้ราคาไหลลงต่อ
ในมุมของการวิเคราะห์ทางเทคนิค กราฟรายสัปดาห์ของ Bitcoin ยังคงส่งสัญญาณที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก หลังราคาเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้รูปแบบธงขาลงหรือ “Bear Flag” ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นรูปแบบการพักตัวก่อนการปรับฐานลงต่อรอบใหม่
ก่อนหน้านี้ Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย SMA 50 สัปดาห์ บริเวณ 91,700 ดอลลาร์ ได้ ก่อนจะกลับลงมาทดสอบแนวรับระยะยาวอีกครั้ง

ปัจจุบันแนวรับสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาอยู่ที่เส้นค่าเฉลี่ย SMA 200 สัปดาห์ บริเวณ 62,000 ดอลลาร์ หากราคาปิดสัปดาห์ต่ำกว่าระดับดังกล่าวอย่างชัดเจน อาจถือเป็นการยืนยันรูปแบบ Bear Flag และเปิดทางให้ Bitcoin ปรับตัวลงสู่เป้าหมายต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ ตามหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิค
ขณะเดียวกัน ดัชนี Relative Strength Index (RSI) ยังคงเคลื่อนไหวใกล้เขต Oversold หรือภาวะขายมากเกินไป สะท้อนว่า ฝั่งผู้ขายยังคงมีอิทธิพลต่อตลาดในระยะสั้น
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 61,533 ดอลลาร์ ลดลง 2.92% ตลอดช่วง 24 ชม. ที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการลงทุน คริปโตเคอร์เรนซีเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
ที่มา: cointelegraph

