สรุปข่าว
- รัฐบาลฮังการีส่งสัญญาณถอยทัพ เตรียมยกเลิกกฎหมายสุดโต่งที่เคยกำหนดให้การทำธุรกรรมคริปโตบนแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดทางอาญา ซึ่งเคยมีโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกนาน 8 ปี
- ผลพวงจากมาตรการที่รุนแรงในอดีต ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายในประเทศดิ่งเหวอย่างรุนแรง บีบให้แพลตฟอร์มฟินเทคระดับโลกอย่าง Revolut ต้องสั่งระงับการให้บริการแก่ลูกค้าชาวฮังการีทันที
- สหภาพยุโรปร่วมวงสั่งตรวจสอบกฎระเบียบดังกล่าวว่า ขัดต่อหลักการและกฎหมายกรอบการกำกับดูแล MiCA ของยุโรปหรือไม่ นำมาสู่การปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายครั้งสำคัญของรัฐบาล
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
การกลับตัวยอมผ่อนปรนกฎหมายของประเทศฮังการี ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่อภาพรวมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในทวีปยุโรปและระดับสากล การปลดล็อกคริปโตพ้นจากคดีอาญาจะช่วยทลายกำแพงความกลัว ปลดพันธนาการให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่สามารถหวนกลับมาเปิดระบบดึงสภาพคล่องและปริมาณซื้อขายในภูมิภาคให้ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง มาตรการที่เป็นมิตรต่อนวัตกรรมเช่นนี้เป็นแรงหนุนที่จะช่วยพยุงและผลักดันราคาเหรียญหลักในตลาดโลกให้มีเสถียรภาพระยะยาว
หลังจากเมื่อปีที่แล้ว ที่ฮังการีออกกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับการทำธุรกรรมคริปโต โดยกำหนดให้ทั้งการแลกเปลี่ยน คริปโตเป็นเงินสด และการแลกเปลี่ยน คริปโตเป็นคริปโต ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติ ไม่เช่นนั้นอาจมีโทษถึงขั้นจำคุกสูงสุดถึง 8 ปี
กฎหมายดังกล่าวส่งผลให้แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่ง รวมถึง Revolut ต้องระงับการให้บริการคริปโตในฮังการี
นอกจากนี้ มาตรการที่เข้มงวดยังทำให้ปริมาณการซื้อขายคริปโตในประเทศฮังการีลดลงอย่างเห็นได้ชัด และยังถูกสหภาพยุโรป (EU) ตรวจสอบว่า กฎหมายที่เข้มงวดเหล่านี้ ขัดต่อกฎหมายและหลักการของสหภาพยุโรปหรือไม่
ล่าสุด Anita Kobol โฆษกรัฐบาลฮังการี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลฮังการี กำลังเตรียมยกเลิกกฎหมายการกำหนดให้การซื้อขายคริปโตเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางจากนโยบายเดิมของรัฐบาลในสมัยนายกรัฐมนตรี Viktor Orban

เจ้าหน้าที่ของฮังการีกล่าวในการแถลงข่าว แหล่งที่มา: Péter Magyar/YouTube
หากมีการแก้กฎหมายจริง ก็อาจช่วยให้ตลาดคริปโตในฮังการีกลับมาคึกคักอีกครั้ง และเปิดทางให้ผู้ให้บริการต่างประเทศกลับเข้ามาดำเนินธุรกิจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ที่มา : bloomberg
มุมมองผู้เขียน : การที่โฆษณารัฐบาลออกมายอมรับความผิดพลาด และเตรียมกลับเข้าสู่กรอบสากล เป็นสัญญาณชัดเจนว่า “ยุทธศาสตร์การแบนคริปโตด้วยความกลัว” ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในยุคนี้

