สรุปข่าว
- มีรายงานว่าเจ้ามือรายหนึ่งเปิด Short Position บนหุ้น SpaceX (SPCX) มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท ที่ราคา $164 พร้อมตั้ง Liquidation Price ไว้ที่ $305 สะท้อนมุมมองว่าราคาหุ้นอาจปรับฐานลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยอมรับความเสี่ยงหากราคาพุ่งขึ้นต่ออีกกว่า 86%
- SpaceX เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ด้วยราคา IPO ที่ $135 ต่อหุ้น ก่อนเปิดซื้อขายที่ $150 และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ $176 ระหว่างวัน จากนั้นปิดตลาดแรกที่ $161 เพิ่มขึ้นราว 19% จากราคา IPO
- แม้บริษัทจะรายงานผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสล่าสุดกว่า $4.28 พันล้านดอลลาร์ และอีก $528 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ธุรกิจ Starlink ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จนหลายฝ่ายเชื่อว่ามีโอกาสพลิกกลับมาทำกำไรได้ในอนาคต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
การเปิด Short บน SpaceX ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อ Bitcoin แต่ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หาก SpaceX ปรับตัวลงแรง อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดเทคโนโลยีและคริปโต แต่หากหุ้นยังสามารถปรับขึ้นต่อได้ ก็อาจช่วยหนุน Sentiment เชิงบวกในวงกว้าง
เจ้ามือรายหนึ่งเปิด Short SpaceX มูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท ที่ระดับราคา $164 พร้อมตั้งจุด Liquidation ไว้ที่ $305 ซึ่งแม้จะดูเป็นระดับที่ห่างไกล แต่ต้องไม่ลืมว่า SpaceX เพิ่งเข้าตลาดหุ้นได้เพียงวันเดียวเท่านั้น หลังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของสหรัฐฯ ส่งผลให้ทุกความเคลื่อนไหวของหุ้นตัวนี้ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนหุ้น เทรดเดอร์คริปโต และนักเก็งกำไรทั่วโลก
SpaceX IPO: การเข้าตลาดที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งปี
SpaceX เริ่มซื้อขายบน Nasdaq เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ภายใต้ตัวย่อ SPCX โดยกำหนดราคา IPO ที่ $135 ต่อหุ้น ก่อนที่ราคาในช่วงก่อนเปิดตลาดจะพุ่งขึ้นไปแตะบริเวณ $175 และสุดท้ายเปิดการซื้อขายจริงที่ $150 สูงกว่าราคา IPO ราว 11% ก่อนปิดตลาดแรกที่ $161 คิดเป็นการปรับตัวขึ้นประมาณ 19% ขณะที่ราคาหลังปิดตลาดขยับขึ้นต่อไปบริเวณ $166 โดยปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่นผิดปกติยังทำให้ VandaTrack ระบุว่า นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากชะลอการลงทุนในสินทรัพย์อื่นเพื่อรอเข้าซื้อหุ้น SpaceX โดยเฉพาะ
เหตุผลที่ทำให้การเดิมพันฝั่ง Short ครั้งนี้น่าจับตา
จุด Liquidation ที่ $305 หมายความว่าผู้เปิดสถานะ Short รายนี้เตรียมรับความเสี่ยงให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้อีกมากก่อนที่ Position จะถูกปิดโดยอัตโนมัติ ซึ่งสะท้อนว่าไม่ได้ใช้ Leverage สูงเกินไป นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามุมมองเชิงลบอาจมาจากผลประกอบการของ SpaceX ที่ยังขาดทุนสุทธิถึง $4.28 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด และอีก $528 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า ทำให้มีข้อกังขาว่ามูลค่าบริษัทที่สูงกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์อาจสะท้อนความคาดหวังต่ออนาคตมากเกินไป อีกทั้งในอดีต IPO ขนาดใหญ่มักเผชิญแรงขายในช่วง 30–90 วัน หลังแรงเก็งกำไรเริ่มลดลงและเข้าสู่ช่วงสิ้นสุด Lock-up Period
ทำไมดีลนี้จึงถูกมองว่าเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของตลาด
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Hyperliquid ซึ่งเป็น Decentralized Exchange ที่เปิดให้ซื้อขายอนุพันธ์อ้างอิง SpaceX ก่อนวัน IPO มีกิจกรรมการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ VandaTrack มองว่าพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนระดับความสนใจของนักลงทุนรายย่อยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ในตลาดยังให้ราคาเป้าหมายของ SpaceX แตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่ระดับ $63 ในฝั่ง Sell ไปจนถึง $227 ในฝั่ง Buy แสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับมูลค่าที่เหมาะสมของบริษัท\
ผู้เขียนมองว่าการเปิด Short SpaceX ที่ $164 เพียงหนึ่งวันหลัง IPO เป็นการเดิมพันที่กล้าหาญ เพราะหุ้นที่เพิ่งเข้าตลาดมักได้รับความสนใจสูงในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม IPO ขนาดใหญ่หลายครั้งก็มักเผชิญแรงขายหลังความตื่นเต้นเริ่มจางลง สำหรับนักลงทุนคริปโต SpaceX อาจเป็นตัวสะท้อนบรรยากาศการลงทุนโดยรวม ซึ่งอาจส่งผลต่อ Bitcoin ในทางอ้อมได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

