bitkub-banner

Bitcoin พุ่งทะลุ $65,000 รับข่าว สหรัฐฯ-อิหร่าน ประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ปรับตัวขึ้น 3.7% พุ่งทะลุ 65,000 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 เดือน
  • การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ช่วยลดความกังวลเรื่องราคาพลังงานและเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง
  • ตลาดจับตาวันที่ 19 มิถุนายน ซึ่งจะมีพิธีลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการ รวมถึงการส่งสัญญาณดอกเบี้ยจากเฟดที่อาจกำหนดทิศทาง Bitcoin รอบต่อไป

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ 65,000 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 3.7% ในช่วงคืนที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 เดือน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง นักลงทุนเริ่มกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วยเพิ่มความหวังว่าราคาพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อจะค่อย ๆ ลดลง จนหนุนให้ Bitcoin ฟื้นตัวจากระดับ 63,700 ดอลลาร์ ขึ้นมาแตะ 65,923 ดอลลาร์ระหว่างวัน และกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของกระแสเปิดรับความเสี่ยงอย่างชัดเจน

ช่วงเช้าวันนี้ ราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งทะลุระดับ 65,000 ดอลลาร์ ได้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านร่วมกันยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 เดือน

ข้อมูลจาก TradingView ระบุว่า Bitcoin ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของเมื่อวานบริเวณ 63,700 ดอลลาร์ ก่อนปรับตัวขึ้นต่อเนื่องราว 3.7% ตลอดช่วงคืนที่ผ่านมา โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ 65,375 ดอลลาร์ และสามารถขึ้นไปทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ระดับ 65,923 ดอลลาร์

กราฟ BTCUSDT ไทม์เฟรม 1 ชั่วโมง ที่มา: TradinView 

ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นของ Bitcoin ในครั้งนี้ เกิดจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบอย่างถาวรและมีผลทันที

นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันข่าวดังกล่าวผ่าน Truth Social พร้อมประกาศอนุมัติให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเลที่ดำเนินมาตลอดช่วงความขัดแย้ง

ช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง หนุนความหวังเงินเฟ้อลดลง

หนึ่งในประเด็นที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคือ การกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันดังกล่าวส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก กระตุ้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในหลายประเทศ และเพิ่มความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง

อย่างไรก็ตาม การบรรลุข้อตกลงสันติภาพในครั้งนี้ทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าอุปทานน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงในระยะต่อไป

เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว และเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวม

Bitcoin รับอานิสงส์จากการกลับมาของ Risk-On Sentiment

นักวิเคราะห์มองว่า การฟื้นตัวของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเฉพาะตัวของตลาดคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการที่นักลงทุนทั่วโลกกลับมาเปิดรับความเสี่ยง หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้กดดันตลาดการเงินทั่วโลก ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปถือครองเงินสด ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาลมากขึ้น

แต่เมื่อความเสี่ยงด้านสงครามลดลง ประกอบกับความคาดหวังว่าราคาพลังงานจะปรับตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นและคริปโตเคอร์เรนซีอีกครั้ง โดย Bitcoin กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแสเงินทุนดังกล่าว

ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 65,375 ปรับตัวขึ้น 1.17% ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap


มุมมองผู้เขียน: แม้ข่าวสันติภาพจะช่วยสร้างแรงหนุนให้ Bitcoin ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ตลาดยังต้องติดตาม แต่นักลงทุนคริปโตยังต้องติดตามพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน รวมถึงท่าทีของเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของ Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในระยะถัดไป

ที่มา:cnbc