bitkub-banner

ซิมบับเวออกกฎใหม่ บังคับธุรกิจคริปโทฯ ต้องลงทะเบียนภายใต้การกำกับดูแลธนาคารกลาง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐมนตรีคลังซิมบับเวประกาศกรอบกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล บังคับบริษัทคริปโททุกประเภทต้องลงทะเบียนกับหน่วยข่าวกรองทางการเงินเป็นประจำทุกปี พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียม 500 ดอลลาร์
  • การขยับตัวในกฎหมายรอบนี้มุ่งยกระดับมาตรฐานป้องกันการฟอกเงินตามหลักสากล เพื่อปลดล็อกประเทศออกจากบัญชีสีเทาของคณะทำงานปฏิบัติการทางการเงินระหว่างประเทศ หลังปล่อยให้ตลาดซื้อขายคริปโทอยู่นอกระบบมานานหลายปี
  • สถิติด้านธุรกรรมบนบล็อกเชนชี้ชัด ภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราเติบโตร้อนแรง กวาดมูลค่าหมุนเวียนบนบล็อกเชนไปกว่า 205,000 ล้านดอลลาร์ พุ่งทะยานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 52%

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การจัดระเบียบโครงสร้างกฎหมายของซิมบับเวในครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการในประเทศเพื่อควบคุมระบบการโอนเงินและป้องกันการฟอกเงิน ข้อมูลดังกล่าวเป็นปัจจัยเชิงบวกในแง่ของการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลให้เข้าสู่ระบบกฎหมายแบบดั้งเดิม แต่ตัวเลขเม็ดเงินค่าธรรมเนียมหรือสเกลเศรษฐกิจหมุนเวียนเฉพาะพื้นที่ยังไม่ได้หนาแน่นพอที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณอุปสงค์อุปทานของบิตคอยน์บนกระดานเทรด

ซิมบับเวได้ออกกฎใหม่ให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ต้องลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ ถือเป็นครั้งแรกที่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศนี้ ถูกนำเข้าสู่ระบบกำกับดูแลอย่างเต็มรูปแบบ

กฎใหม่กำหนดให้บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคริปโทต้องลงทะเบียนกับ หน่วยข่าวกรองทางการเงิน (Financial Intelligence Unit – FIU) เป็นประจำทุกปี และต้องปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน (AML) โดยมี ธนาคารกลางซิมบับเวเป็นผู้กำกับดูแล

ซึ่งภายใต้กฎระเบียบที่ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mthuli Ncube ระบุว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายคริปโท ,แลกเปลี่ยนคริปโท, การโอนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือรับฝากดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล จะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินธุรกิจได้

หากบริษัทใด ไม่ลงทะเบียน จะถือว่าทำผิดกฎหมายและอาจถูกดำเนินการทางกฎหมาย หรือถูกลงโทษจากหน่วยงานกำกับดูแล

รัฐบาลยังกำหนดค่าธรรมเนียมการลงทะเบียนไว้ที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทำให้ผู้ให้บริการคริปโทที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว ต้องปรับระบบให้สอดคล้องกับกฎใหม่นี้ หากต้องการให้บริการลูกค้าในประเทศอย่างถูกกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ กฎดังกล่าวยังช่วยให้ภาครัฐสามารถติดตามธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ดีขึ้น เพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน

ซิมบับเวเปลี่ยนท่าที หลังปล่อยคริปโทอยู่ในพื้นที่สีเทามาหลายปี

ย้อนกลับไปในปี 2018 ธนาคารกลางซิมบับเวเคยสั่งให้สถาบันการเงิน หยุดให้บริการธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโท ส่งผลให้ธุรกิจคริปโทถูกตัดออกจากระบบธนาคารอย่างเป็นทางการ

ผู้ใช้งานจำนวนมากจึงหันไปซื้อขายผ่าน ระบบ P2P, นายหน้ารายย่อย หรือช่องทางบนโซเชียลมีเดีย แต่การไม่มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องดำเนินกิจการภายใต้ความไม่แน่นอน

กฎใหม่นี้ จึงเข้ามาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ โดยเปิดทางให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย พร้อมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรายงานทางการเงิน

ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นการยกระดับมาตรฐานของประเทศให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากลด้านการป้องกันการฟอกเงิน และลดความเสี่ยงที่จะถูกจัดอยู่ใน บัญชีสีเทา (Grey List) ของคณะทำงานปฏิบัติการทางการเงินระหว่างประเทศ (FATF)

ชาวซิมบับเวให้ความสนใจในคริปโทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ โดยในช่วงปลายทศวรรษ 2000 ประเทศเผชิญภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง จนมูลค่าเงินออมและกองทุนเกษียณของประชาชนแทบหมดค่า ขณะที่การปฏิรูประบบสกุลเงินหลายครั้งก็ทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเงินแบบเดิม หลายคนจึงหันมาใช้ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ เป็นทางเลือกในการเก็บมูลค่าทรัพย์สิน รวมถึงใช้แทนการโอนเงินโดยไม่ต้องพึ่งระบบธนาคารแบบดั้งเดิม

ขณะเดียวกัน การใช้งานคริปโททั่วทวีปแอฟริกาก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลบนบล็อกเชนระบุว่า ภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา มีมูลค่าธุรกรรมบนบล็อกเชนมากกว่า 205,000 ล้านดอลลาร์ ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2024 ถึงมิถุนายน 2025 เพิ่มขึ้นถึง 52% จากปีก่อน

ที่มา : 36crypto


มุมมองผู้เขียน : กฎใหม่ของซิมบับเวถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการจัดระเบียบอุตสาหกรรมคริปโทของประเทศ แม้ว่าผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับข้อกำหนดด้านกฎหมายและการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น แต่ก็ช่วยสร้างความชัดเจนทางกฎหมาย และเปิดทางให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเติบโตภายใต้กรอบที่เป็นทางการมากขึ้น