bitkub-banner

Standard Chartered คาดราคาเหรียญ UNI อาจพุ่งแตะ $100 ภายในปี 2030

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Standard Chartered ออกบทวิเคราะห์เหรียญ Uniswap เป็นครั้งแรก คาดการณ์ราคาเหรียญ UNI มีสิทธิ์พุ่งทะยานแตะ 100 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2030 เติบโตขึ้นราว 34 เท่าจากระดับปัจจุบัน
  • เผยระบบเผาเหรียญอัตโนมัติจากการอัปเกรด UNIfication ช่วยลดอุปทานหมุนเวียนในระบบลงอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับแนวโน้มการเติบโตของสินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนในโลก DeFi 
  • BlackRock เตรียมนำกองทุนตลาดเงินเข้าเชื่อมต่อระบบ UniswapX นักวิเคราะห์เปรียบแพลตฟอร์มเป็นเหมือนยูทูบแห่งโลกการเงินที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดสำหรับสถาบันการเงินทั่วโลก

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การที่สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Standard Chartered ออกโรงวิเคราะห์และวางโรดแมปราคาเชิงบวกให้แก่เหรียญ UNI เป็นแรงกระตุ้นความเชื่อมั่นมหาศาล และยิ่งมีตัวเร่งจากการอัปเกรดระบบเผาเหรียญที่ช่วยลดซัพพลายหมุนเวียน พ่วงด้วยการจับมือกับยักษ์ใหญ่วอลล์สตรีทเพื่อดึงสินทรัพย์ในโลกจริงเข้าสู่พูลสภาพคล่อง ปัจจัยเหล่านี้จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาวจากกลุ่มสถาบันให้ไหลเข้ามาสะสมเหรียญ ส่งผลให้ราคา UNI มีโอกาสหลุดพ้นจากช่วงซบเซาและเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ธนาคาร Standard Chartered ได้เปิดบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ Uniswap เป็นครั้งแรก และคาดการณ์ว่า ราคาเหรียญ UNI จะพุ่งขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2030 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 34 เท่า จากราคาปัจจุบันที่ซื้อขายอยู่ที่ราว 2.88 ดอลลาร์ 

รายงานของ Jeffrey Kendrick หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคาร ระบุว่า มูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกนำไปฝาก หรือนำไป Stake ในโปรโตคอล DeFi มีโอกาสเติบโตสู่ระดับ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030

ซึ่งปัจจุบัน สินทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคน (Tokenized Assets) ถูกนำมาใช้ใน DeFi เพียง 3.5% เท่านั้น แต่คาดว่าจะเพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2030 ส่งผลให้สภาพคล่องในพูลของ Uniswap ขยายตัวได้ถึง 34 เท่าจากปัจจุบัน

Kendrick ได้วางโรดแมปราคา UNI ไว้ดังนี้

  • สิ้นปี 2026 : มองเป้าราคา UNI อยู่ที่ 6.50 ดอลลาร์
  • สิ้นปี 2027 : มองเป้าราคา UNI อยู่ที่ 20 ดอลลาร์
  • สิ้นปี 2028 : มองเป้าราคา UNI อยู่ที่ 40 ดอลลาร์
  • สิ้นปี 2029 : มองเป้าราคา UNI อยู่ที่ 65 ดอลลาร์
  • สิ้นปี 2030 : มองเป้าราคา UNI อยู่ที่ 100 ดอลลาร์

นอกจากนี้ Kendrick ยังเชื่อว่า UNI จะให้ผลตอบแทนเหนือกว่า Bitcoin และ Ethereum ในช่วงเวลาเดียวกัน

UNI ถูกเผา เหรียญในระบบลดลง

เมื่อเดือนธันวาคม 2025 Uniswap ได้อัปเกรดโปรโตคอลชื่อ “UNIfication” ซึ่งเปิดให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมของโปรโตคอล และเพิ่มระบบเผาเหรียญ UNI อัตโนมัติ ตามปริมาณการซื้อขาย

Kendrick ระบุว่า หลังเปิดใช้งานระบบดังกล่าว โปรโตคอลสามารถสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมแล้วประมาณ 21 ล้านดอลลาร์ และมีการเผา UNI ไปแล้ว 5 ล้านเหรียญ คิดเป็นอัตราการเผาราว 1% ต่อปี

เมื่อรวมกับการเผาเหรียญชั่วคราวอีก 100 ล้าน UNI ทำให้อุปทานรวมลดลงจาก 1 พันล้านเหรียญ เหลือ 895 ล้านเหรียญ และจำนวนเหรียญหมุนเวียนลดลงเหลือ 622 ล้านเหรียญ

ข้อมูลจาก DeFiLlama ระบุว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2018 Uniswap มีปริมาณการซื้อขายสะสมมากกว่า 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ และสร้างค่าธรรมเนียมรวมกว่า 5.6 พันล้านดอลลาร์

มอง Uniswap เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่แค่ DEX

Kendrick ยังเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่าง Uniswap กับ Coinbase ว่าเหมือนกับ YouTube กับ Netflix โดยมองว่า Uniswap เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด ที่ใครก็สามารถสร้างและใช้งานพูลสภาพคล่องได้

Kendrick มองว่า สำหรับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม Uniswap ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่ DEX สำหรับนักลงทุนรายย่อย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินที่จะเชื่อมโลก DeFi กับสินทรัพย์โทเคนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เขายังเตือนถึงความเสี่ยงสำคัญ เช่น การแข่งขันจาก DEX ขนาดเล็กที่เน้นการใช้งานเฉพาะทาง,ความจำเป็นในการสร้างพันธมิตรกับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ

แต่ก็เชื่อว่า หากกฎหมาย Clarity Act ของสหรัฐฯ ผ่าน และสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ออกแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น ความเสี่ยงเหล่านี้อาจลดลงได้

นอกจากนี้ Kendrick ยังชี้ว่า การที่ BlackRock ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ว่า จะนำกองทุนตลาดเงินแบบโทเคน BUIDL มาเชื่อมกับ UniswapX ถือเป็นสัญญาณว่า กำลังมีการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างสินทรัพย์โทเคนกับโลก DeFi อย่างจริงจัง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเติบโตของ Uniswap ในระยะยาว

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน :  สำหรับนักเทรดทั่วไปอาจจะคุ้นเคยกับ UNI ในฐานะเหรียญกำกับดูแลที่เอาไว้โหวตระบบเฉยๆ แต่นับตั้งแต่การอัปเกรด UNIfication ที่ใส่ระบบเผาเหรียญอัตโนมัติเข้ามา ตัวโทเค็นได้เปลี่ยนสภาพจากเหรียญสิทธิ์โหวตธรรมดาให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะฝืดเคืองเต็มตัว