สรุปบทความ
- Kevin Day โปรแกรมเมอร์จากรัฐเนบราสกา เคยกดซื้อ Bitcoin ได้มากถึง 259,684 BTC ที่ราคาเพียง $0.01 ดอลลาร์ จากช่วงเหตุการณ์แฮ็กครั้งใหญ่ของ Mt. Gox ในปี 2011
- ธุรกรรมทั้งหมดถูกทำให้เป็นโมฆะ หลังเว็บเทรดพบว่า ราคาที่ร่วงเกิดจากการถูกแฮก ทำให้เขาพลาดโอกาสถือครอง Bitcoin มูลค่ากว่า 26,000 ล้านดอลลาร์
- เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญของวงการคริปโต และเป็นจุดเริ่มต้นของวลี “Not your keys, not your coins”
แนวโน้มผลกรทบ: Neutral
Kevin Day ชายผู้กดซื้อ Bitcoin เกือบ 260,000 BTC ที่ราคาเพียง $0.01 ต่อ 1 BTC ในช่วงเหตุการณ์แฮกครั้งใหญ่ Mt.Gox ในปี 2011 เขาคนนี้คือ โปรแกรมเมอร์ชาวอเมริกันจากรัฐเนแบรสกา ผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาเกมมาตั้งแต่ยุค 90 และเคยมีส่วนร่วมสร้างเกมดังอย่าง Mortal Kombat, NBA Showtime และ NFL Blitz หลังจากธุรกิจสตาร์ทอัพของเขาต้องปิดตัวลงในช่วงฟองสบู่ดอทคอมแตก เขาหันมาศึกษาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต บล็อกเชน และ Bitcoin ตั้งแต่ยุคบุกเบิก ก่อนจะกลายเป็นเจ้าของหนึ่งในเรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต
หลายคนอาจเคยฝันว่า หากย้อนเวลากลับไปซื้อ Bitcoin ตอนราคาไม่กี่บาทได้ วันนี้คงกลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว แต่ในประวัติศาสตร์คริปโตมีชายคนหนึ่งที่เคยทำสิ่งนั้นได้จริง เขาคือ Kevin Day ชายผู้กดซื้อ Bitcoin เกือบ 260,000 BTC ที่ราคาเพียง $0.01 ต่อ 1 BTC ด้วยเงินลงทุน 3,000 ดอลลาร์ หรือราว 100,000 บาท แต่เรื่องราวของเขาไม่ได้จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในหนัง แต่มันกลับกลายเป็นหนึ่งในตำนานที่น่าเสียดายที่สุดของวงการคริปโต
Kevin Day คือใคร?
Kevin Day เป็นโปรแกรมเมอร์จากรัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา ที่ทำงานในอุตสาหกรรมเกมมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เขามีส่วนร่วมในการพัฒนาเกมชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Mortal Kombat, NBA Showtime และ NFL Blitz ซึ่งล้วนเป็นเกมระดับตำนานของยุคนั้น
ต่อมาในช่วง Dot-com Bubble หรือยุคที่ธุรกิจอินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างร้อนแรง เขาได้ก่อตั้งสตาร์ทอัพของตัวเอง แต่เมื่อฟองสบู่แตก ธุรกิจก็ต้องปิดตัวลง ก่อนจะหันมาทำธุรกิจเว็บโฮสติ้งและศึกษานวัตกรรมด้านอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง
ประสบการณ์จากยุคดอทคอมทำให้ Kevin สนใจแนวคิดเรื่องอินเทอร์เน็ตแบบไร้ตัวกลาง ก่อนต่อยอดไปสู่การศึกษาเทคโนโลยีบล็อกเชนและ Bitcoin ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานยุคบุกเบิกของวงการคริปโต
แล้วเหตุการณ์ที่เกือบเปลี่ยนชีวิตของ Kevin Day ก็เกิดขึ้น
ย้อนกลับไปในปี 2011 ตลาดคริปโตเพิ่งเข้าสู่ช่วงเริ่มต้น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับยุคบ้านป่าเมืองเถื่อนของโลกการเงินดิจิทัล เพราะทุกอย่างยังขาดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เต็มไปด้วยโอกาสมหาศาล แต่ก็แฝงความเสี่ยงไว้ในทุกมุม ในตอนนั้นเว็บเทรด Bitcoin ยังมีอยู่เพียงแค่ไม่กี่แห่ง และ Mt. Gox คือผู้เล่นคนสำคัญของตลาด โดยรองรับปริมาณการซื้อขาย Bitcoin มากกว่า 70% ของทั้งโลก พร้อมถือครอง Bitcoin สูงสุดราว 850,000 BTC
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนปี 2011 เมื่อ Mt. Gox ถูกแฮก ส่งผลให้แฮกเกอร์เทขาย Bitcoin จำนวนมหาศาลจนราคาทรุดจากประมาณ 17 ดอลลาร์ เหลือเพียง 0.01 ดอลลาร์ต่อ BTC ภายในเวลาไม่กี่นาที
ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังตกใจและรีบขายสินทรัพย์ของตัวเอง Kevin Day กลับมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เขาตัดสินใจส่งคำสั่งซื้อทันที และสามารถซื้อ Bitcoin ได้มากถึง 259,684 BTC ด้วยเงินเพียงประมาณ 3,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 100,000 บาท เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม โชคดีครั้งนั้นอยู่กับเขาได้ไม่นาน หลังตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด Mt. Gox ระบุว่า การซื้อขายทั้งหมดเกิดขึ้นจากการโจมตีระบบ จึงตัดสินใจ Rollback หรือย้อนธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงราคาผิดปกติ ทำให้ Bitcoin เกือบ 260,000 BTC ที่ Kevin เพิ่งซื้อได้ถูกลบออกจากบัญชีในทันที
มีรายงานว่า ก่อนระบบจะย้อนธุรกรรมกลับ เขาสามารถถอน Bitcoin ออกมาได้เพียง 643 BTC ซึ่งเป็นวงเงินถอนสูงสุดของเว็บเทรดในตอนนั้น แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเปลี่ยนเหรียญเหล่านั้นเป็นเงินสดได้

หากคำสั่งซื้อดังกล่าวไม่ถูกยกเลิก และ Kevin ถือ Bitcoin ทั้งหมดไว้จนถึงช่วงต้นปี 2025 มูลค่าของสินทรัพย์ก้อนนี้จะสูงกว่า 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 850,000 ล้านบาท มากพอที่จะทำให้เขาติดอันดับมหาเศรษฐีของโลก
เหตุการณ์ Mt. Gox กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการถือครองสินทรัพย์ด้วยตัวเอง จนนำไปสู่วลีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา คือ “Not your keys, not your coins” หรือ “หากคุณไม่ได้ถือ Private Key ด้วยตัวเอง คุณก็ไม่ได้เป็นเจ้าของเหรียญนั้นอย่างแท้จริง”
แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 15 ปี แต่เรื่องของ Kevin Day ก็ยังถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอ เพราะมันเตือนให้โลกคริปโตเห็นว่า ความเสี่ยงและโอกาสครั้งใหญ่ มักเดินทางมาถึงพร้อมกันเสมอ
ที่มา: plasbit

