สรุปข่าว
- บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน TRM Labs เปิดเผยรายงานระบุว่า CoinEx ทำหน้าที่เป็นเส้นทางผ่านของกระแสเงินทุนมูลค่ากว่า 3.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่เชื่อมโยงกับบริษัทคริปโตเคอร์เรนซีในอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา
- รายงานอ้างว่า CoinEx มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับแพลตฟอร์มในอิหร่านกว่า 60 แห่งและกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของกระดานเทรด Nobitex รวมถึงตรวจพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธ
- ทางด้าน CoinEx ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดโดยยืนยันว่าไม่เคยทำธุรกิจหรือให้ความช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐบาลอิหร่านพร้อมชี้แจงว่าลักษณะของบล็อกเชนเป็นระบบเปิดที่ตรวจสอบได้แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าแพลตฟอร์มจะมีส่วนรู้เห็น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเป็นการต่อสู้กันทางข้อกฎหมายและข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินระดับแพลตฟอร์มที่ยังต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือสภาพคล่องของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในภาพรวม
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำอย่าง TRM Labs ได้จุดประเด็นร้อนแรงในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยการเปิดเผยรายงานที่อ้างว่าแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี CoinEx ได้ทำหน้าที่เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศอิหร่าน โดยทางบริษัทสามารถติดตามเส้นทางการเงินที่มีมูลค่าสูงกว่า 3.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งหมุนเวียนอยู่ระหว่างกระดานเทรดแห่งนี้กับหน่วยงานในอิหร่านที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรตลอดช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา
รายงานฉบับดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมายังระบุด้วยว่า CoinEx ได้ก้าวขึ้นเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของกระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีอันดับหนึ่งของอิหร่านอย่าง Nobitex โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมระหว่างกันสูงถึง 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์ยังพบว่าแพลตฟอร์มมีการทำธุรกรรมโดยตรงกับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลในอิหร่านอีกกว่า 60 แห่ง ซึ่งทาง TRM Labs มองว่ารูปแบบการทำธุรกรรมในปริมาณมหาศาลขนาดนี้ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มีการประสานงานกันเป็นอย่างดีมากกว่าจะเป็นเพียงแค่การซื้อขายตามกลไกตลาดทั่วไป
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในรายงานคือการระบุว่าตรวจพบความเชื่อมโยงระหว่าง CoinEx กับกลุ่มที่ถูกขึ้นบัญชีดำเกี่ยวกับการก่อการร้าย โดยพบธุรกรรมมูลค่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินดิจิทัลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน รวมถึงเงินอีก 374,000 ดอลลาร์สหรัฐที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มปาเลสไตน์อิสลามิกจิฮาด ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะประกาศคว่ำบาตรกระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีในอิหร่านหลายแห่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Nobitex Wallex Bitpin หรือ Ramzinex ซึ่งล้วนเป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในรายงานของ TRM Labs ทั้งสิ้น
ทางด้าน CoinEx ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศเซเชลส์ได้ออกมาตอบโต้และปฏิเสธข้อค้นพบในรายงานฉบับดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยบริษัทยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่เคยสร้างความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์ใดๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิหร่านหรือกระดานเทรดภายในประเทศ รวมถึงไม่เคยให้ความช่วยเหลือเชิงรุกแก่หน่วยงานของรัฐบาลอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ หรือฝ่ายอื่นๆ ที่ถูกคว่ำบาตรเลยแม้แต่น้อย
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดี CoinEx ได้ชี้แจงถึงธรรมชาติของเทคโนโลยีบล็อกเชนว่าการทำธุรกรรมต่างๆ เป็นระบบเปิดที่สามารถทำข้ามแพลตฟอร์มและติดตามได้ การที่เส้นทางของเงินไหลผ่านแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าแพลตฟอร์มนั้นจะรับรู้ สนับสนุน หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเงินดังกล่าวเสมอไป นอกจากนี้บริษัทยังตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลที่ได้จากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนแต่ละแห่งมักจะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงไม่ควรนำข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมาใช้เป็นข้อสรุปชี้ขาด อย่างไรก็ตาม CoinEx ทิ้งท้ายว่าบริษัทได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบและถอนตัวจากความเกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานในอิหร่านทั้งหมดแล้วนับตั้งแต่ที่สหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการคว่ำบาตรกระดานเทรดของอิหร่านอย่างเป็นทางการ
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าข้อพิพาทระหว่าง CoinEx และหน่วยงานวิเคราะห์บล็อกเชนสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบังคับใช้กฎหมายในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะมีความโปร่งใสจนสามารถแกะรอยเส้นทางการเงินได้ทั้งหมด แต่การพิสูจน์เจตนาว่าแพลตฟอร์มรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง การถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับกลุ่มที่ถูกคว่ำบาตรถือเป็นความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่ร้ายแรงมากสำหรับกระดานเทรดระดับโลก ซึ่งการที่ CoinEx รีบออกมาปฏิเสธและแสดงความบริสุทธิ์ใจในการตัดขาดจากตลาดอิหร่านถือเป็นการเดินหมากที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอเมริกาเพ่งเล็งไปมากกว่านี้ สำหรับนักลงทุนทั่วไป ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกใช้กระดานเทรดที่มีมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกดึงเข้าไปพัวพันกับปัญหาทางกฎหมายระหว่างประเทศได้ในระยะยาว

