สรุปข่าว
- ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ Donald Trump เตือนอิหร่านว่า หากมีความพยายามลอบสังหารตัวเขา สหรัฐฯ ได้เตรียม “ขีปนาวุธ 1,000 ลูกที่พร้อมยิง” และยังมีอีกหลายพันลูกพร้อมตามมา
- คำประกาศดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ท่ามกลางความพยายามรักษาข้อตกลงหยุดยิงและการเจรจาในภูมิภาค
- นักลงทุนจับตาว่าหากสถานการณ์บานปลาย อาจส่งผลต่อตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน ทองคำ รวมถึงตลาดคริปโตในระยะสั้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มักทำให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นและคริปโต ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงินดอลลาร์มักได้รับความสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์ไม่ลุกลามตลาดอาจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
Trump เตือนอิหร่าน หากคิดลอบสังหาร สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ทันที
ประธานาธิบดี Donald Trump ออกแถลงการณ์ผ่าน Truth Social เตือนอิหร่านอย่างรุนแรงว่า หากรัฐบาลเตหะรานมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามลอบสังหารตน สหรัฐฯ ได้เตรียม “ขีปนาวุธ 1,000 ลูกที่พร้อมยิง” และยังมีอาวุธอีกหลายพันลูกพร้อมสำหรับการตอบโต้ในลำดับถัดไป
คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานเกี่ยวกับการข่มขู่ต่อผู้นำสหรัฐฯ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงต่อ Trump ระหว่างพิธีศพของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ส่งผลให้ทางสหรัฐฯยกระดับการเตือนภัยและการเตรียมความพร้อมทางทหาร
ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่จบ
แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายจะมีความพยายามลดระดับความขัดแย้งผ่านการเจรจา แต่ประเด็นด้านความมั่นคง, การคว่ำบาตรและโครงการนิวเคลียร์ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
รายงานจาก Reuters ระบุว่า Trump ได้สั่งการให้กองทัพเตรียมแผนตอบโต้ไว้ล่วงหน้า โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง หากเกิดเหตุการณ์ที่เข้าข่ายการลอบสังหารจริง
นักวิเคราะห์มองว่าถ้อยแถลงลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแรงกดดันเชิงยุทธศาสตร์เพื่อยับยั้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มากกว่จะหมายถึงการเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในทันที
หากความขัดแย้งบานปลาย ตลาดคริปโตอาจผันผวน
ในอดีต ทุกครั้งที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ตลาดการเงินมักตอบสนองอย่างรวดเร็วทั้งในรูปของราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน, ทองคำมักได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและตลาดหุ้นและคริปโตมักเผชิญแรงขายในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ไม่ลุกลามเป็นความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ ตลาดมักกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในเวลาไม่นาน ดังที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Bitcoin จะเป็นสินทรัพย์หลุมหลบภัยหรือสินทรัพย์เสี่ยง?
แม้ Bitcoin จะถูกเรียกว่า “ทองคำดิจิทัล” แต่พฤติกรรมของราคาในช่วงที่เกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีความซับซ้อน ในระยะสั้น Bitcoin มักเคลื่อนไหวคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงและเผชิญแรงขายพร้อมกับตลาดหุ้น แต่เมื่อความไม่แน่นอนยืดเยื้อ นักลงทุนบางส่วนจะเริ่มมองหา Bitcoin เป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงจากระบบการเงินแบบดั้งเดิม
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงยังต้องติดตามทั้งสถานการณ์ทางการเมือง, ราคาน้ำมันและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐควบคู่กันไป เพราะทั้งสามปัจจัยสามารถส่งผลต่อกระแสเงินทุนในตลาดคริปโตได้พร้อมกัน
คำเตือนล่าสุดของ Donald Trump ต่ออิหร่านถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเปราะบาง แม้จะยังไม่มีการยกระดับการใช้อำนาจทางทหารในทันที แต่เพียงถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดคริปโตพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างพรมแดนนั้นสามารถสร้างความผันผวนได้รวดเร็ว แต่หากความเสี่ยงไม่พัฒนาไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ แรงขายมักเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนควรจับตามองไม่ใช่เพียงคำพูดของผู้นำประเทศ แต่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายหรือการเคลื่อนกำลังทางทหารที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างแท้จริง
ที่มา : Coinbureau, Reuters, AP News, The Economic Times

