bitkub-banner

Berkshire Hathaway ของ Warren Buffet ทำผลงานได้ด้อยกว่า S&P 500 อย่างมากในปี 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้น Class B ของบริษัท Berkshire Hathaway ปรับตัวลดลง 1.8% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนี S&P 500 ขยับบวกขึ้นไปถึง 10.7% ส่งผลให้ผลตอบแทนของบริษัทตามหลังดัชนีอ้างอิงอยู่ประมาณ 12.4% ซึ่งถือเป็นส่วนต่างที่กว้างมากเป็นประวัติการณ์
  • ความเหลื่อมล้ำของผลตอบแทนเกิดขึ้นจากการที่ดัชนี S&P 500 ได้รับแรงหนุนอย่างมหาศาลจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งทะยานขึ้นถึง 16% ในช่วงไตรมาสสองและช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ในขณะที่หุ้นของ Berkshire Hathaway ปรับตัวขึ้นได้เพียงประมาณ 3% เท่านั้นในระยะเวลาเดียวกัน
  • สถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สองทำให้นักลงทุนเริ่มจับตามองความสามารถของทีมผู้บริหารยุคใหม่อย่าง Greg Abel และ Ted Weschler ในการพาบริษัทแข่งขันกับตลาดที่ถูกครอบงำด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากข้อมูลนี้สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างความนิยมในตลาดทุนระหว่างหุ้นคุณค่าและหุ้นเทคโนโลยีเติบโตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงระบบที่สะท้อนการหมุนเวียนของเม็ดเงินมากกว่าการเสื่อมถอยของปัจจัยพื้นฐานในตัวบริษัท

ผลการดำเนินงานของ Berkshire Hathaway ในปี 2026 กำลังสร้างความกังวลใจให้กับผู้ถือหุ้นหลังจากตัวเลขผลตอบแทนรวมตามหลังดัชนี S&P 500 อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปี 2025 ที่บริษัทเคยทำผลงานได้ต่ำกว่าดัชนีอ้างอิงไปแล้วประมาณ 5.5% ก่อนหักเงินปันผล

แรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดช่องว่างครั้งใหญ่ในรอบนี้มาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เป็นน้ำหนักหลักในดัชนี S&P 500 ความร้อนแรงของกระแสเทคโนโลยีทำให้ดัชนีพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ยุทธศาสตร์การลงทุนของ Warren Buffett ที่เน้นความอดทนและเลือกซื้อหุ้นที่มีกระแสเงินสดมั่นคงในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าจริงกลับยังไม่สร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นในสภาวะตลาดปัจจุบัน

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านการบริหารงานสู่นักลงทุนรุ่นใหม่อย่าง Greg Abel และ Ted Weschler ชุมชนนักลงทุนต่างเฝ้าจับตามองการเคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีการพบเห็นผู้บริหารทั้งสองเข้าร่วมงานประชุมประจำปีที่ Sun Valley ร่วมกับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Jeff Bezos จาก Amazon และ Mark Zuckerberg จาก Meta รวมถึง Sam Altman จาก OpenAI ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Berkshire Hathaway อาจกำลังศึกษาและปรับตัวเพื่อหาโอกาสในอุตสาหกรรมยุคใหม่

แม้ว่าในระยะสั้นบริษัทจะถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับผลตอบแทนที่จับต้องได้ช้ากว่าหุ้นเทคโนโลยี แต่ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 1965 ได้พิสูจน์แล้วว่าแนวทางของ Warren Buffett ที่เน้นการลงทุนอย่างอดทนสามารถสร้างผลตอบแทนทบต้นเฉลี่ยสูงถึง 19.9% ต่อปี ซึ่งเกือบเป็นสองเท่าของดัชนี S&P 500 วิกฤตการณ์การเงินในปี 2008 ที่บริษัทเข้าช้อนซื้อหุ้น Goldman Sachs หรือการลงทุนใน The Washington Post ปี 1973 ล้วนเป็นข้อพิสูจน์ว่าความอดทนในช่วงเวลาที่ตลาดตื่นตระหนกมักจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสมอ

ที่มา: cryptopolitan


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการที่ Berkshire Hathaway ทำผลงานตามหลังดัชนีในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจและไม่ได้หมายความว่ากลยุทธ์ของ Warren Buffett ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ตลาดในยุคปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยแรงเก็งกำไรและความคาดหวังในเทคโนโลยี AI อย่างรุนแรงจนทำให้มูลค่าหุ้นกลุ่มเทคพุ่งสูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานไปมาก การที่ Berkshire Hathaway เลือกที่จะถือเงินสดและไม่กระโจนเข้าใส่กระแสความนิยมอาจดูน่าเบื่อในยามตลาดขาขึ้น แต่โครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและแนวคิดการลงทุนที่เน้นความปลอดภัยจะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงชั้นดีเมื่อตลาดเข้าสู่ช่วงปรับฐานในอนาคต