สรุปข่าว
- Brian Armstrong CEO ของ Coinbase ระบุว่า Bitcoin ประสบความสำเร็จในฐานะ “ตัวเก็บมูลค่า” แล้ว แต่ไม่สามารถกลายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนได้อย่างที่หลายคนมองไว้
- เขามองว่า Stablecoins กำลังเข้ามาเติมเต็มบทบาทดังกล่าว ด้วยความรวดเร็ว, ค่าธรรมเนียมต่ำและมูลค่าที่มีเสถียรภาพ
- Coinbase เชื่อว่าการเติบโตระลอกถัดไปของคริปโตจะมาจากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish
แม้คำกล่าวของ Armstrong จะยอมรับว่า Bitcoin ยังไม่ใช่สื่อกลางการชำระเงินที่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นการตอกย้ำสถานะของ Bitcoin ในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” พร้อมกับสะท้อนว่าระบบนิเวศคริปโตกำลังก้าวสู่เฟสการใช้งานจริงผ่าน Stablecoins ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม
Brian Armstrong เผย Stablecoins คือสื่อกลางการชำระเงิน
Brian Armstrong ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Coinbase แสดงความคิดเห็นว่า Bitcoin ได้พิสูจน์ตัวเองเรียบร้อยแล้วในฐานะตัวเก็บรักษามูลค่า แต่หากพูดถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน Bitcoin ยังไม่สามารถตอบโจทย์การเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยบทบาทดังกล่าวกำลังถูก Stablecoins เข้ามาแทนที่
คำกล่าวนี้สอดคล้องกับทิศทางของ Coinbase ที่มองว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของการลงทุน ไปสู่ยุคของการใช้งานจริงบนระบบการเงินดิจิทัล
Stablecoins กำลังกลายเป็น “รางการเงิน” ของโลกคริปโต
Armstrong อธิบายว่า ปัญหาหลักของ Bitcoin ในฐานะสื่อกลางการแลกเปลี่ยนคือความผันผวนของราคา แม้เครือข่ายจะมีความปลอดภัยและกระจายศูนย์สูง แต่การใช้ซื้อสินค้าและบริการยังเป็นเรื่องยากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงที่
ในทางกลับกัน Stablecoins อย่าง USDC หรือ USDT สามารถโอนเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ต้นทุนต่ำและรักษามูลค่าใกล้เคียงเงินดอลลาร์ จึงเหมาะสำหรับการชำระเงิน การโอนเงินระหว่างประเทศและการใช้งานบนแอพลิเคชัน DeFi มากกว่า
Coinbase ยังเปิดเผยว่ามูลค่าตลาดของ Stablecoins เติบโตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการยอมรับที่เพิ่มขึ้นจากทั้งผู้บริโภคและสถาบันการเงิน
Bitcoin ยังคงเป็น “ทองคำดิจิทัล”
แม้จะมองว่า Stablecoins เหมาะกับการชำระเงินมากกว่า แต่ Armstrong ยังคงเชื่อว่า Bitcoin จะรักษาบทบาทในฐานะสินทรัพย์สะสมมูลค่า คล้ายกับทองคำในโลกการเงินดั้งเดิม
ปัจจุบัน Bitcoin ได้รับการยอมรับจากกองทุน ETF บริษัทมหาชน และรัฐบาลหลายประเทศในฐานะสินทรัพย์สำรอง ขณะที่ Stablecoins จะทำหน้าที่เป็น “เงินดิจิทัล” สำหรับการใช้งานประจำวัน ซึ่งทั้งสองสินทรัพย์มีบทบาทที่แตกต่างแต่เกื้อหนุนกันภายในระบบนิเวศคริปโต
คำกล่าวของ Brian Armstrong สะท้อนมุมมองที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในอุตสาหกรรมคริปโตว่า Bitcoin อาจไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับ Visa หรือ Mastercard ในด้านการชำระเงิน แต่กำลังกลายเป็น “สินทรัพย์สะสมมูลค่า” ระดับโลก ขณะที่ Stablecoins กำลังเข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินยุคใหม่ หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป เราอาจได้เห็นโลกที่ Bitcoin ทำหน้าที่คล้ายทองคำ ส่วน Stablecoins ทำหน้าที่คล้ายเงินสดบนเครือข่าย Blockchain ซึ่งอาจเป็นโมเดลที่ช่วยผลักดันการยอมรับคริปโตในวงกว้างได้เร็วขึ้น
ที่มา : CoinMarketCap, Thread Reader App, Coinbase Investor Relations

