สรุปข่าว
- Robert Kiyosaki เผยว่าหากสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดและเหลือเงินเพียง 10,000 ดอลลาร์ เขาจะไม่นำเงินก้อนนี้ไปเสี่ยงในตลาดหุ้นหรือคริปโทฯ
- กลับกันเขาจะใช้เงินไปกับการซื้อหนังสือ อบรม และเรียนรู้จากผู้ที่สร้างเนื้อสร้างตัวหรือผ่านวิกฤตจริง พร้อมเร่งพัฒนาทักษะที่สามารถนำมาใช้หาเงินได้
- Kiyosaki เตือนว่าแผนการฟื้นตัวจะพังทลายทันทีหากปล่อยให้ ความกลัวขัดขวางการลงมือทำ หรือปล่อยให้ความโลภชักจูงไปลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Robert Kiyosaki ผู้แต่งหนังสือพ่อรวยสอนลูก ได้แบ่งปันมุมมองในการสร้างฐานะใหม่หากต้องสูญเสียทุกอย่างและเหลือเงินเพียง $10,000 โดยเขายืนยันว่าจะไม่นำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์อย่างหุ้นหรือคริปโทฯ ทันที แต่จะนำไปลงทุนในการศึกษาและความรู้เพื่อกู้คืนกระบวนการตัดสินใจ ทั้งนี้ เขาได้ย้ำเตือนว่าอุปสรรคที่ร้ายแรงที่สุดของนักลงทุนไม่ได้มาจากสภาวะตลาด แต่มาจากอารมณ์ ความกลัวและความโลภที่เข้ามาครอบงำการตัดสินใจ
Robert Kiyosaki หรือที่คนไทยรู้จักกันในฐานะผู้แต่งหนังสือขายดี “พ่อรวยสอนลูก” เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ตัวของเขาได้มีการออกอากาศรายการวิทยุของเขา โดยได้มีการพูดคุยถึงเรื่องราวสมมติว่าหากตัวเขาในวัย 79 สูญเสียทุกสิ่งอย่างจนเหลือเงินแค่ $10,000 เพื่อตั้งตัวใหม่เขาจะทำอย่างไร
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Kiyosaki ต่างเชื่อมั่นในแนวคิดที่ว่าเศรษฐกิจจะพังทลาย เงินจะเสื่อมค่า และแนะนำให้นักลงทุนหาทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า แต่หากเข้าตาจนจริงๆ อย่างที่สมมติมา เขาก็เผยว่าเงิน $10,000 ที่ได้มานั้นจะไม่เอาเงินไปลงทุนอะไรเลยแม้แต่ $1 ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้
Kiyosaki อธิบายว่าเงิน $10,000 ที่เหลืออยู่นั้นหากอยู่ผิดมือก็สามารถหายไปได้ในชั่วพริบตา แต่หากอยู่ในมือของคนที่ใช้เงินนั้นจะกลายเป็นอิสระ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดเมื่อได้เงินมาไม่ใช่การวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ลงทุนอย่างหุ้น หรือคริปโทฯ เพราะความเร่งรีบจะทำให้เกิดความผิดพลาด
เงินหมื่นควรเอาไปทำอะไร?
ก่อนที่จะมีการเข้าซื้อสินทรัพย์ใดๆ Kiyosaki แนะนำว่าสิ่งแรกที่ควรจะทำคือ การลงทุนใน “การศึกษาและความรู้” ซื้อหนังสืออ่าน เข้าอบรมกับคนอยากนับถือเป็นอาจารย์ เพื่อกู้คืนกระบวนการตัดสินใจขึ้นมาใหม่ก่อนนำเงินทุนไปเสี่ยง
เขากล่าวเสริมว่าคนที่ควรจะไปเรียนรู้ด้วยไม่ใช่ที่ปรึกษาที่แนะนำแต่ผลิตภัณฑ์การลงทุน แต่ควรที่จะเป็นใครที่สร้างธุรกิจ สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาเอง หรือ ฟื้นจากวิกฤติขึ้นมาได้จะดีกว่า เพราะหากปรึกษาผิดคนก็อาจยิ่งทำให้เกิดความเสียหายสูงยิ่งกว่าการขาดทุนที่เกิดขึ้นในตลาด จากนั้นเขาก็จะเริ่มฝึกทักษะการขาย,การตลาด และการสื่อสาร เนื่องจากมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้และโอกาส
นอกจากนี้ เขายังจะเรียนรู้วิธีวิเคราะห์กระแสเงินสด การเฟ้นหาอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง การค้นหานักลงทุน ไปจนถึงการวางโครงสร้างการร่วมทุนที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากภายนอกได้
อย่างไรก็ตาม Kiyosaki เตือนว่ากลยุทธ์ในการสร้างฐานะขึ้นมาใหม่จะพังลงทันทีถ้าหากความกลัวและความโลภเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจ และย้ำว่าความเสี่ยงที่สุดนั้นเกิดขึ้นจากอารมณ์เป็นหลัก ไม่ใช่การที่ตลาดไม่เป็นใจ เพราะความกลัวจะทำให้นักลงทุนไม่กล้าขยับ ส่วนความโลภจะทำให้นักลงทุนเอาเงินไปเทกับสิ่งที่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
ที่มา : Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน : แม้จะฟังดูดีแต่วิสัยทัศน์ของ Kiyosaki สะท้อนถึงการมองข้ามลำดับขั้นความต้องการพื้นฐานในโลกความเป็นจริงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะการเจียดเงินก้อนสุดท้ายไปลงคอร์สสัมมนาหรือซื้อหนังสือในวันที่ยังต้องลุ้นกับค่าอาหารรายวัน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ขัดกับหลักการเอาชีวิตรอดพื้นฐาน ไม่มีทางเป็นไปได้ และไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างเว้นเสียแต่ว่า 10,000 นั้นจะเป็น “เงินสำหรับลงทุน” ก้อนสุดท้าย

