bitkub-banner

หนุ่มสาว GenZ ญี่ปุ่นรวยหุ้น AI แห่ช้อปแบรนด์เนมสะพัด กำไรพุ่ง 31 ล้านล้านบาท

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กระแส AI หนุนดัชนี Nikkei 225 พุ่งมากกว่า 30% ตั้งแต่ต้นปี และผลักดันตลาดหุ้นญี่ปุ่นเข้าสู่ขาขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
  • นักลงทุนวัย 20-29 ปีจำนวน 35% นำกำไรจากหุ้นไปซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ ท่องเที่ยว และสินค้าแบรนด์เนม มากกว่านักลงทุนทุกช่วงอายุ
  • แม้ครัวเรือนญี่ปุ่นมีกำไรจากหุ้นเพิ่มขึ้นรวมราว 150 ล้านล้านเยนในช่วง 3 ปี แต่ความมั่งคั่งกลับกระจุกตัว และทำให้ช่องว่างระหว่างคนมีสินทรัพย์กับคนไม่มีเงินลงทุนกว้างขึ้น

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

นักลงทุน Gen Z ชาวญี่ปุ่นนำกำไรตลาดหุ้นที่พุ่งขึ้นจากกระแส AI ไปซื้อรถสปอร์ต สินค้าแบรนด์เนม และเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักลงทุนวัย 20-29 ปีที่ใช้กำไรซื้อของหรูมากกว่าทุกช่วงอายุ อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นกลับกระจุกตัวอยู่ในคนที่มีเงินลงทุน ขณะที่คนอีกจำนวนมากยังเผชิญเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูง และราคาบ้านที่พุ่งแรง จนแม้บางคนจะซื้อ Porsche ได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าการมีบ้านในโตเกียวเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม

ภาพจำของคนหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่มุ่งมั่นอดออมกำลังถูกลบล้างด้วยกระแสความมั่งคั่งยุคใหม่ เมื่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ร้อนแรงรับอานิสงส์จากเทคโนโลยี AI เดินหน้าบวกต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ได้สร้างกลุ่ม “เศรษฐีหน้าใหม่” ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรุ่นเยาว์ หรือ Gen Z ที่กวาดกำไรเป็นกอบเป็นกำจากโครงการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับการยกเว้นภาษีของรัฐบาล และขณะนี้ พวกเขากำลังนำความมั่งคั่งที่ได้มาไปจับจ่ายใช้สอยกับสินค้าหรูหรา ทั้งเครื่องประดับและรถสปอร์ต 

ดัชนี Nikkei 225 ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงสำคัญของตลาดหุ้นญี่ปุ่น ได้ปรับตัวขึ้นกว่า 30% นับตั้งแต่ต้นปี โดยหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ชัดเจนที่สุดคือ นักลงทุนวัยหนุ่มสาว แม้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยอย่างหนักมือของนักลงทุนหน้าใหม่เหล่านี้จะเป็นผลดีต่อภาคค้าปลีก 

แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกลับเผยให้เห็นถึงรอยร้าวของความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ตลาดหุ้นกำลังชุบตัวกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นเศรษฐี ผู้ที่ไม่มีเงินทุนหรือสินทรัพย์กลับยิ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กลายเป็นการแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่าง “คนที่มี” และ “คนที่ไม่มี” ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่ยังคงกระจุกตัวและไม่เท่าเทียม 

จากเด็กครอบครัวยากจนสู่เจ้าของรถ Porsche ราคา 20 ล้านเยน

Taisei Tateno ผู้ประกอบการวัย 27 ปี ซึ่งขายธุรกิจแอนิเมชันของตนเองไปในราคาหลายร้อยล้านเยนเมื่อสองปีก่อน และนำเงินส่วนใหญ่ไปลงทุนในหุ้น กล่าวว่า “หากคุณเข้าสู่ตลาดอย่างถูกวิธี ใครๆ ก็สามารถรวยได้อย่างสบายๆ” 

ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นทำให้เขามั่งคั่งขึ้น จนเพิ่งควักเงินราว 20 ล้านเยน (ประมาณ 4.5 ล้านบาท) ซื้อรถปอร์เช่ ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงกว่าเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยทั้งปีของเด็กจบใหม่ในโตเกียวถึง 5 เท่าตัว

Tateno  เขาเติบโตมาในครอบครัวธรรมดา แต่ใฝ่ฝันอยากรวยมาตลอด โดยมีมหาเศรษฐีที่สร้างฐานะด้วยตัวเองอย่าง Masayoshi Son ผู้ก่อตั้ง SoftBank เป็นแรงบันดาลใจ “ตอนนี้ผมสนุกกับการขับปอร์เช่พารุ่นน้องและเพื่อนๆ ไปนั่งรถเล่น เพื่อพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าความฝันเหล่านั้นสามารถเป็นจริงได้” 

ครัวเรือนญี่ปุ่นมีกำไรจากหุ้นเพิ่มขึ้น 150 ล้านล้านเยน

Tateno เป็นเพียงหนึ่งในตัวแทนของคนหนุ่มสาวที่ร่ำรวยจากสินทรัพย์ ซึ่งมีรายได้ที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้มากขึ้นตามราคาหุ้นที่พุ่งทะยาน 

นักวิเคราะห์จาก SMBC Nikko Securities ประเมินว่า กำไรจากหุ้นที่ครัวเรือนญี่ปุ่นยังไม่ได้ขาย เพิ่มขึ้นประมาณ 150 ล้านล้านเยน หรือราว 31 ล้านล้านบาท ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เมื่อคำนวณด้วยมูลค่าที่แท้จริง

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดหุ้นขาขึ้นไม่ได้เพิ่มความมั่งคั่งเพียงในกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ แต่เริ่มส่งต่อผลประโยชน์มายังนักลงทุนรายย่อยที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดผ่านโครงการ NISA

โครงการดังกล่าวเปิดทางให้ชาวญี่ปุ่นลงทุนในหุ้นและกองทุนโดยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการดึงเงินออมจำนวนมหาศาลของครัวเรือนเข้าสู่ตลาดทุน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง มาตรการนี้ก็ทำให้ความแตกต่างระหว่างคนที่มีเงินเหลือสำหรับลงทุน กับคนที่ต้องใช้รายได้ทั้งหมดไปกับค่าใช้จ่ายประจำ ขยายตัวชัดเจนขึ้น

ที่มา: BLOOMBERG

นักลงทุนวัย 20-29 ปี ใช้กำไรซื้อของหรูมากที่สุด

ผลสำรวจของ SMBC Nikko ซึ่งจัดทำขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมพบว่า นักลงทุนอายุระหว่าง 20-29 ปี จำนวน 35% ระบุว่า พวกเขาได้นำกำไรจากการลงทุนไปซื้อของแบรนด์เนมแล้ว หรือกำลังวางแผนจะทำเช่นนั้น

สัดส่วนดังกล่าวสูงที่สุดเมื่อเทียบกับนักลงทุนทุกช่วงอายุ สะท้อนพฤติกรรม “อวดรวย” ของคนรุ่นใหม่ที่ได้รับประโยชน์จากราคาสินทรัพย์ หมวดการใช้จ่ายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องประดับ กิจกรรมพักผ่อน และการเดินทางท่องเที่ยว

การใช้จ่ายเหล่านี้ อาจเป็นข่าวดีสำหรับธุรกิจค้าปลีกและตลาดสินค้าหรูของญี่ปุ่น แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่า คนรุ่นใหม่กำลังมองกำไรจากตลาดหุ้นต่างจากอดีต โดยเลือกใช้เงินเพื่อยกระดับภาพลักษณ์และคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน มากกว่านำไปสร้างความมั่นคงในอนาคต

ช่องว่างความมั่งคั่งของ Gen Z ขยายตัวเร็วที่สุด

ข้อมูลจาก Nomura Securities ระบุว่า ความแตกต่างด้านความมั่งคั่งระหว่างคนกลุ่มบนสุด 20% กับกลุ่มล่างสุด 20% ในประชากรอายุต่ำกว่า 30 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 13 ล้านเยนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสูงกว่าทุกช่วงอายุ ซึ่งสะท้อนว่า ช่องว่างทางความเหลื่อมล้ำภายในกลุ่ม Gen Z กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากการถือครองหุ้นและสินทรัพย์แล้ว การเปลี่ยนงานบ่อยขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ยิ่งซ้ำเติมช่องว่างด้านรายได้

ผู้ที่สามารถย้ายไปสู่งานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเงิน หรือบริษัทที่จ่ายค่าตอบแทนสูง อาจเพิ่มรายได้ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้ที่ยังอยู่เป็นพนักงานชั่วคราว หรืองานที่มีความมั่นคงต่ำกำลังถูกทิ้งห่างออกไป

อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และเงินเฟ้อจึงส่งผลกระทบต่อคนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ผู้ถือสินทรัพย์อาจได้ประโยชน์จากราคาหุ้น แต่ผู้ที่มีหนี้หรือใช้รายได้ส่วนใหญ่ไปกับค่าใช้จ่ายประจำกลับต้องรับภาระหนักขึ้น

มี Porsche แต่ยังซื้อบ้านในโตเกียวไม่ได้

แม้ Tateno จะมีทรัพย์สินมูลค่าหลายร้อยล้านเยนและสามารถซื้อรถสปอร์ตได้ แต่เขายอมรับว่า ตัวเองยังไม่รู้สึกว่าเป็นคนร่ำรวยอย่างแท้จริง

ปัจจัยสำคัญคือ ราคาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงโตเกียวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ราคาเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมใหม่ในใจกลางกรุงโตเกียวเพิ่มขึ้นประมาณ 14% ในเดือนพฤษภาคม สู่ระดับ 106.6 ล้านเยน ทำให้แม้แต่นักลงทุนที่ทำกำไรได้จำนวนมากจากตลาดหุ้นยังรู้สึกว่า การซื้อบ้านคุณภาพดีเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม

Tateno กล่าวว่า “ผมเคยคิดว่าพอมีเงินหลายร้อยล้านเยนแล้ว ผมจะรู้สึกรวย แต่ในความเป็นจริง ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย” 

เขาระบุว่า บ้านที่ต้องการซื้อมีราคาเกินงบประมาณไปไกล และยังมีอีกหลายสิ่งที่อยากทำหรืออยากซื้อ แต่ไม่สามารถจ่ายได้

ทัศนคติดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของความมั่งคั่งรูปแบบใหม่ แม้กำไรจากหุ้นจะช่วยให้คนรุ่นใหม่ซื้อรถ เครื่องประดับ หรือสินค้าแบรนด์เนมได้ แต่เป้าหมายระยะยาวอย่างการซื้อบ้าน การแต่งงาน หรือการสร้างครอบครัวยังคงอยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับหลายคน

ความมั่งคั่งยุค AI ต่างจากยุคฟองสบู่ญี่ปุ่น

Takahashi มองว่า กำไรจากการลงทุนที่คนรุ่นก่อนอาจนำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนต่อเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต วันนี้กลับถูกใช้ไปกับกระเป๋า Louis Vuitton และรถหรูมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภาพการใช้จ่ายในปัจจุบันแตกต่างจากยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่นในช่วงปลายทศวรรษ 1980 อย่างมีนัยสำคัญ

ในเวลานั้น ผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่า เศรษฐกิจและสังคมกำลังก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน แต่ในตลาดขาขึ้นรอบปัจจุบัน ความคึกคักกลับกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนในตลาดหุ้น

คนที่อยู่ในตลาดหุ้นอาจรู้สึกว่า มีฐานะดีขึ้น ขณะที่คนอีกจำนวนมากยังต้องเผชิญเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูง ราคาที่อยู่อาศัยแพง และความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลก

การซื้อสินค้าหรูจึงอาจเป็นสิ่งที่เข้ามาทดแทนความมั่งคั่งที่แท้จริง และเป็นการใช้จ่ายเพื่อสัมผัสผลตอบแทนจากตลาดขาขึ้นในระยะสั้น ขณะที่อนาคตระยะยาวยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน


มุมมองผู้เขียน: กระแส AI อาจช่วยประคองตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้พุ่งขึ้นต่อไปได้ หากผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียังเติบโตตามความคาดหวังของนักลงทุน แต่ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนที่พุ่งสูงขึ้น ยังเป็นภาพที่น่ากังวลต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ที่มาข่าวและภาพ:japantimes