สรุปข่าว
- Coinbase, Bybit, Circle และ Gemini ติดกลุ่มผู้นำในรายงาน Fintech 500 ประจำปี 2026 ของ CNBC ร่วมกับ Statista โดย Coinbase กลับมาผงาดในกลุ่มระบบ Decentralized ได้อีกครั้ง
- อุตสาหกรรมฟินเทค ทำรายได้รวม 6.5 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 โตขึ้น 21% แซงหน้าอุตสาหกรรมการเงินดั้งเดิม ที่โตแค่ 6% ขณะที่การ IPO ของฟินเทคก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
- บริษัทบล็อกเชนจากสิงคโปร์ สหรัฐฯ และนิวยอร์ก อย่าง Fireblocks, Paxos, Crypto.com, BitGo และอีกหลายสิบแห่ง ติดโผหมวดสินทรัพย์ดิจิทัล สะท้อนว่า คริปโตกำลังแทรกซึมเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักอย่างจริงจัง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
การติดอันดับในรายงานลักษณะนี้ ไม่ใช่ปัจจัยที่จะขยับราคาเหรียญในระยะสั้นโดยตรง เพราะเป็นการจัดอันดับเชิงธุรกิจไม่ใช่เชิงราคาสินทรัพย์ แต่ในเชิงภาพรวมถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม เพราะสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทคริปโตรายใหญ่กำลังถูกจัดวางอยู่ในสนามเดียวกับบริษัทฟินเทคกระแสหลัก และมีการเติบโตของรายได้และการระดมทุนที่จับต้องได้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่หนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในระยะกลางถึงยาว
บริษัทคริปโตรายใหญ่อย่าง Coinbase, Bybit, Circle และ Gemini ผงาดติดอันดับผู้นำในรายงาน 500 บริษัทฟินเทคระดับโลกประจำปี 2026 ซึ่งจัดอันดับโดยสำนักข่าว CNBC ร่วมกับ Statista
โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจคือ บริษัท Coinbase สามารถหวนคืนสู่อันดับในกลุ่มระบบ Decentralized ได้สำเร็จ ซึ่งบริษัท Bybit มีศูนย์กลางการดำเนินงานอยู่ในดูไบ ส่วน Circle และ Gemini มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก
ทั้งนี้ การจัดอันดับดังกล่าวได้รวบรวม และครอบคลุมบริษัททุกขนาด ตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ โดยแบ่งออกเป็น 8 หมวดหมู่หลักในอุตสาหกรรมฟินเทค
จากรายงานของ McKinsey ระบุว่า อุตสาหกรรมฟินเทคสามารถสร้างรายได้รวมสูงถึง 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เติบโตขึ้น 21% จากปี 2024 ซึ่งเติบโตแซงหน้าอุตสาหกรรมบริการทางการเงินโดยรวม มูลค่า 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐที่เติบโตเพียง 6%
ยิ่งไปกว่านั้น การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดยมีบริษัทฟินเทคขนาดใหญ่เข้า IPO ถึง 31 แห่งในปี 2025 คิดเป็นสัดส่วนราว 12% ของมูลค่ารวมในการทำ IPO ที่ใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรกของโลก
และส่งผลให้มูลค่ารวมของบริษัทฟินเทคที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น พุ่งสูงเป็นสถิติใหม่ที่ 8.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Adyen, Nu Holdings และ Robinhood ท่ามกลางยุคสมัยที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์กระจายตัวเข้าสู่ระบบธนาคาร โดยธนาคารยุคใหม่ เริ่มได้รับใบอนุญาตทางการเงิน และสถาบันการเงินขนาดใหญ่ก็เริ่มหันมาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมากยิ่งขึ้น
บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลยกระดับบล็อกเชน สู่การให้บริการแก่ธนาคารและภาคธุรกิจ
การจัดอันดับ Fintech 500 ในหมวดสินทรัพย์ดิจิทัลจะเน้นไปที่บริษัทที่นำบริการคริปโตมาพัฒนาให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยตัดตัวเหรียญหรือบล็อกเชนเดี่ยวๆ ออกไป ซึ่งแม้ว่า ตลาดคริปโตจะมีช่วงซบเซาลงบ้าง แต่บริษัทที่เป็นผู้สร้างระบบรากฐานคอยขับเคลื่อนตลาด ก็ยังคงดึงดูดลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับบริษัทที่รับหน้าที่สร้าง และจัดการโทเค็นให้กับภาคธุรกิจอื่นๆ ก็สามารถคว้าตำแหน่งติดอันดับมาได้หลายแห่งเช่นกัน
สำหรับบริษัทในกลุ่มสิงคโปร์ที่คว้าอันดับมา ได้แก่ Amber Group, ChainUp, Crypto.com, Triple-A และ StraitsX
ขณะที่ฝั่งสหรัฐอเมริกาประกอบด้วย Bakkt , BitGo , Blockdaemon , Digital Ascension Group , Everstake และ Securitize , Payward และ Zero Hash
ด้านซานฟรานซิสโก มีบริษัท CoinTracker, VGS และ Phantom ส่วนนิวยอร์กมี Fireblocks, Turnkey, Gauntlet, Lukka, NYDIG, Paxos, Zebec รวมถึง Galaxy Digital
นอกจากนี้ ยังมี Consensys , Blockstream และ Figment , BVNK, Copper และ TIMVERO , Finery Markets, HashKey Group และ OSL Group รวมถึง Kem , Ledger และ Wavebridge
ซึ่งบริการบล็อกเชนจากบริษัทเหล่านี้ ได้เข้ามาสนับสนุนระบบการชำระเงิน การบันทึกข้อมูล การจัดเก็บสินทรัพย์ การออกโทเค็น และการใช้งานเชิงพาณิชย์อื่น ๆ ในขณะที่คริปโตกำลังกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินอย่างเป็นทางการ
ที่มา : cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน : ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำว่า อุตสาหกรรมคริปโตกำลังเดินออกการถูกมองว่าเป็นแค่สินทรัพย์เก็งกำไร ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินจริงๆ

