สรุปข่าว
- วอลุ่มซื้อขายคริปโตบนกระดานเทรดหลัก 5 แห่งของเกาหลีใต้พุ่งแตะ 964 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% จากค่าเฉลี่ยรายวันของเดือนก่อนหน้า
- คู่เทรด KRW-USDT บน Upbit มีวอลุ่มพุ่งถึง 600% ขณะที่ Bithumb มียอดซื้อขายเพิ่มขึ้น 438% ท่ามกลางแรงเทขายรุนแรงในตลาดหุ้นเกาหลีใต้
- อย่างไรก็ตาม วอลุ่มที่เพิ่มขึ้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเงินจากตลาดหุ้นไหลเข้าสู่คริปโตโดยตรง เพราะอาจเกิดจากทั้งแรงซื้อ แรงขาย และการเร่งหาเงินสดของนักลงทุน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
วอลุ่มซื้อขายคริปโตบนกระดานเทรดหลัก 5 แห่งของเกาหลีใต้พุ่งแตะ 964 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 82% จากค่าเฉลี่ยรายวันของเดือนก่อนหน้า ขณะที่คู่เทรด KRW-USDT บน Upbit โตถึง 600% และวอลุ่มบน Bithumb เพิ่มขึ้น 438% ท่ามกลางแรงเทขายหนักในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดย PredictiveMoney มองว่า นักลงทุนบางส่วนอาจโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ Seoul Economic Daily เห็นต่างว่า วอลุ่มที่พุ่งขึ้นอาจมาจากการขายคริปโตเพื่อหาเงินสด วางหลักประกัน หรือชำระหนี้ ดังนั้น ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจึงยังไม่อาจยืนยันได้ชัดว่า เงินจากตลาดหุ้นกำลังไหลเข้าคริปโตโดยตรง
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2026 กำลังทำให้นักลงทุนเร่งหาช่องทางโยกย้ายเงิน และบริหารสภาพคล่อง ส่งผลให้วอลุ่มซื้อขายบนกระดานเทรดคริปโตหลัก 5 แห่งพุ่งแตะ 964 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 82% จากค่าเฉลี่ยรายวันของเดือนก่อนหน้า
ข้อมูลจากกระดานเทรด Upbit พบว่า ปริมาณซื้อขายคู่ KRW-USDT พุ่งขึ้นถึง 600% จาก 20 ล้านดอลลาร์ เป็นเกือบ 140 ล้านดอลลาร์ ขณะที่วอลุ่มรวมของแพลตฟอร์มเพิ่มจาก 292.7 ล้านดอลลาร์ ไปแตะราว 743 ล้านดอลลาร์ ก่อนชะลอตัวลงในเวลาต่อมา

ด้าน Bithumb วอลุ่มซื้อขายเพิ่มขึ้น 438% จาก 81 ล้านดอลลาร์ เป็น 436 ล้านดอลลาร์ แม้ภายหลังจะลดลงเหลือ 144 ล้านดอลลาร์ แต่ยังคงอยู่สูงกว่าจุดต่ำสุดของสัปดาห์อย่างชัดเจน
กิจกรรมซื้อขายคริปโตที่พุ่งขึ้นเกิดพร้อมกับความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยดัชนี KOSPI ร่วงมากกว่า 20% ภายใน 5 วัน จากแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ จนตลาดต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker หรือการหยุดซื้อขายชั่วคราว
ระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคมที่ผ่านมา มูลค่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้หายไปราว 864 ล้านล้านวอน สะท้อนแรงกดดันที่เกิดขึ้นในวงกว้าง และบีบให้นักลงทุนเร่งปรับพอร์ตเพื่อรับมือกับความผันผวน
PredictiveMoney ประเมินว่า นักลงทุนบางส่วนอาจโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลแทนสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม โดยอ้างอิงจากวอลุ่มคริปโตที่เพิ่มขึ้น 82% และกิจกรรมซื้อขาย USDT ที่พุ่งสูงผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่เพียงพอจะยืนยันว่า เงินทุนจากตลาดหุ้นไหลเข้าสู่คริปโตโดยตรง เพราะวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นอาจเกิดได้ทั้งจากแรงซื้อ แรงขาย และการโอนย้ายสภาพคล่อง
Seoul Economic Daily เสนออีกมุมว่า นักลงทุนบางส่วนอาจขายคริปโตเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด นำไปวางเป็นหลักประกัน ชำระภาระหนี้ หรือย้ายเงินไปซื้อขายตราสารอนุพันธ์หุ้นเกาหลีในต่างประเทศ
ดังนั้น วอลุ่มคริปโตที่พุ่งขึ้นอาจไม่ได้สะท้อนการไหลเข้าของเงินทุนเพียงด้านเดียว แต่เป็นผลจากทั้งการปรับพอร์ตเพื่อตั้งรับความเสี่ยง และความต้องการสภาพคล่องในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก
หลังจากนั้น ดัชนี KOSPI ซึ่งเป็นดัชนีหลักของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย Crypto Rover ประเมินว่า มีเงินกว่า 720 ล้านล้านวอนไหลกลับเข้าสู่ตลาด ขณะที่ดัชนีดีดขึ้น 18.27% มาอยู่ที่ 6,615.60 จุด เพิ่มขึ้น 1,022.04 จุด

หากนักลงทุนกลับไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง วอลุ่มคริปโตอาจลดลงจากจุดสูงสุดล่าสุด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนชัดว่า เมื่อความผันผวนปะทุขึ้น เงินทุนในเกาหลีใต้สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างตลาดหุ้น ตลาดคริปโต และตลาดต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว
ที่มา:ambcrypto
มุมมองผู้เขียน: วอลุ่มคริปโตที่พุ่งขึ้น 82% ยังไม่ใช่หลักฐานที่ชัดเจนว่า เงินจากตลาดหุ้นกำลังไหลเข้าสู่ Bitcoin หรือ Altcoin โดยตรง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คริปโตได้กลายเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญสำหรับพักเงิน และปรับพอร์ตของนักลงทุนเกาหลีใต้แล้ว

