สรุปข่าว
- BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลกได้ขยายการให้บริการ Tokenized สำหรับกองทุนตลาดเงินในฝั่งยุโรปที่มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกว่า 3.11 แสนล้านดอลลาร์เพื่อรองรับกระแสความนิยมของการถือครองสินทรัพย์ในโลกจริงบนเทคโนโลยีบล็อกเชน
- การเปิดตัวครั้งนี้ครอบคลุม 12 คลาสหุ้นใหม่จาก 6 กองทุนที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ UCITS ของสหภาพยุโรปทั้งในสกุลเงินดอลลาร์ ยูโร และปอนด์ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการเปิดตัวบริการเงินสดในรูปแบบ Tokenized สองรายการในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันก่อนหน้า
- ทางบริษัทได้ร่วมมือกับ JPMorgan ในการแปลงกองทุน Institutional Cash Series ให้อยู่ในรูปแบบ Tokenized ผ่านแพลตฟอร์ม Kinexys เพื่อตอบโจทย์เหรัญญิกขององค์กรและผู้จัดการสินทรัพย์ใน 15 ตลาดทั่วโลกรวมถึงสหราชอาณาจักร เยอรมนี และสิงคโปร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ BlackRock สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับเทคโนโลยีบล็อกเชนของสถาบันการเงินระดับโลกซึ่งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่อุตสาหกรรม Crypto ในระยะยาว
BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากการขยายบริการเงินสดในรูปแบบ Tokenized ในสหรัฐอเมริกา ด้วยการรุกเข้าสู่ตลาดกองทุนตลาดเงินในยุโรปที่มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันสูงถึง 3.11 แสนล้านดอลลาร์ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความน่าสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาถือครองบนเทคโนโลยีบล็อกเชน
การดำเนินการล่าสุดนี้ BlackRock ได้เปิดตัว 12 คลาสหุ้นใหม่ในรูปแบบ Tokenized ซึ่งอิงกับ 6 กองทุนใน 15 ตลาด โดยกองทุนเหล่านี้ล้วนปฏิบัติตามกฎระเบียบ UCITS ของสหภาพยุโรป และมีให้เลือกทั้งในคลาสหุ้นสกุลเงินปอนด์ ยูโร และดอลลาร์ การขยายบริการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทางบริษัทเพิ่งเพิ่มบริการเงินสดในรูปแบบ Tokenized จำนวนสองรายการในฝั่งสหรัฐอเมริกา
Larry Fink ซึ่งเป็น CEO ของ BlackRock ได้ออกมาย้ำจุดยืนในการสนับสนุนเทคโนโลยี Tokenized มาโดยตลอดว่านี่คือหนทางในการยกระดับตลาดการเงินให้ทันสมัย ข้อมูลจาก rwa.xyz ระบุว่าตลาดสินทรัพย์ในโลกจริงรูปแบบ Tokenized มีการเติบโตมากกว่า 200% ในช่วงปีที่ผ่านมาจนมีมูลค่าทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Citi ได้ประเมินว่าหลักทรัพย์รูปแบบ Tokenized อาจมีมูลค่าสูงถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
BlackRock ระบุว่ากองทุนรูปแบบ Tokenized เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเหรัญญิกขององค์กรที่ใช้กองทุนตลาดเงินในการบริหารเงินสดดำเนินงานและเงินสำรองอยู่แล้ว รวมถึงผู้จัดการสินทรัพย์และที่ปรึกษาการลงทุนทั้งในตลาดแบบดั้งเดิมและตลาดดิจิทัล โดยมีจุดเด่นคือการเพิ่มความสามารถในการถือครองและโอนย้ายรูปแบบดิจิทัลให้กับกองทุนที่มีกระบวนการลงทุนและบริหารสภาพคล่องที่มั่นคงอยู่แล้ว
โครงการนี้เป็นการนำกองทุนตลาดเงินกลุ่ม Institutional Cash Series มาแปลงให้อยู่ในรูปแบบ Tokenized โดยได้รับความร่วมมือจาก JPMorgan ผ่านการใช้งานแพลตฟอร์ม Kinexys ของทางธนาคาร ปัจจุบันคลาสหุ้นบนเครือข่ายบล็อกเชนเหล่านี้เปิดให้บริการในหลายประเทศครอบคลุมถึงเบอร์มิวดา เอสโตเนีย ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอร์แลนด์ ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการที่ยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock เร่งเครื่องนำสินทรัพย์ระดับแสนล้านดอลลาร์มาแปลงให้อยู่บนบล็อกเชนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ลบภาพจำเดิมว่าเทคโนโลยีนี้มีไว้เพื่อเก็งกำไรเท่านั้น การจับมือกับสถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง JPMorgan ยังเป็นการตอกย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินโลกกำลังถูกอัปเกรดเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยสร้างสภาพคล่องและดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันให้หลั่งไหลเข้าสู่อุตสาหกรรม Crypto ได้อย่างมหาศาลและยั่งยืนยิ่งขึ้น

