bitkub-banner

ปูตินตัดหน้าทรัมป์ เซ็นลงนามอนุมัติกฎหมายคริปโทฯ ฉบับแรก เริ่มมีผลบังคับใช้  1 ก.ย. นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ลงนามในกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้ 1 กันยายนนี้
  • กฎหมายสั่งห้ามนำคริปโทฯ มาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการโดยตรง พร้อมจำกัดให้นักลงทุนทั่วไปซื้อขายได้เฉพาะเหรียญหลักที่มีสภาพคล่องสูง รวมถึงจำกัดเพดานการถือ
  • กฎหมายมอบอำนาจธนาคารพาณิชย์ให้สามารถระงับธุรกรรมคริปโทฯ ที่ต้องสงสัยได้ทันที พร้อมบังคับใช้มาตรการชะลอการธุรกรรม เป็นเวลา 48 ชั่วโมง สำหรับการโอน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ลงนามอนุมัติกฎหมายกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลฉบับแรกของรัสเซีย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยบทกฎหมายได้รับรองให้กิจกรรมการลงทุนและการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีความถูกต้องตามกฎหมายผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางรัสเซีย ตลอดจนมีการจัดตั้งศูนย์รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีเกณฑ์ทุนจดทะเบียนชัดเจน อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังคงสั่งห้ามการนำคริปโทเคอร์เรนซีมาใช้เป็นสื่อกลางชำระเงินโดยตรง พร้อมทั้งวางกรอบควบคุมนักลงทุนทั่วไปอย่างเข้มงวด 

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้แก่วงการคริปโทฯ ด้วยการจรดปากกาลงนามอนุมัติกฎหมายกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลฉบับแรกของประเทศอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการเดินหมากชิงความได้เปรียบและตัดหน้าสหรัฐอเมริกา ที่ปัจจุบันยังคงติดหล่มและหาข้อสรุปเรื่องร่างกฎหมาย Clarity Act ไม่ได้

อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวในประเทศรัสเซียระบุว่า ประธานาธิบดีแห่งรัสเซียได้ลงนามในกฎหมายว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลและสิทธิดิจิทัล ซึ่งเป็นการไฟเขียวให้แก่ความพยายามครั้งสำคัญของมอสโกในการกำกับดูแลการดำเนินงานเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีอย่างครอบคลุมทุกมิติ

ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาเป็นครั้งแรกในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่สมาชิกรัฐสภาได้ลงมติรับหลักการในวาระแรก ก่อนที่จะได้รับการรับรองขั้นสุดท้ายจากสภาดูมา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม และได้รับอนุมัติจากสภาสหพันธ์ ในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา 

ปัจจุบัน เอกสารข้อกฎหมายความยาวเกือบ 300 หน้า ได้ถูกประกาศลงบนเว็บไซต์ราชการของรัฐบาลรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้กระบวนการดังกล่าวจะล่าช้ากว่าแผนเดิมที่ตั้งเป้าให้อนุมัติทันช่วงฤดูร้อน แต่ตัวกฎหมายหลักก็เตรียมที่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป 

รายละเอียดกฎหมายใหม่

สำหรับเนื้อหาภายในบทกฎหมาย จะเป็นการอนุมัติให้คริปโทเคอร์เรนซีใช้งานได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งจัดระเบียบธุรกรรมหลักๆ ในรัสเซีย เช่น กิจกรรมที่เกี่ยวกับการลงทุนและการซื้อขาย ขณะเดียวกันก็สั่งห้ามธุรกรรมบางประเภท เช่น การนำคริปโทฯ มาใช้ชำระเงินโดยตรง

กฎหมายดังกล่าวมีการกำหนดเกณฑ์บังคับใช้สำหรับนักลงทุนและผู้มีส่วนร่วมในตลาดหลายกลุ่ม รวมถึงแพลตฟอร์มเฉพาะทางและสถาบันการเงินดั้งเดิมที่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจทั้งหมดจะถูกจำกัดให้ทำผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) เท่านั้น ซึ่งเปิดทางให้ทั้งแพลตฟอร์มคริปโตเฉพาะทางและสถาบันการเงินดั้งเดิม อย่างตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร สำนักหักบัญชี และร้านรับแลกเปลี่ยน สามารถเข้ามาให้บริการได้ โดยมีโบรกเกอร์และบริษัทบริหารจัดการทุนทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างนักลงทุนในประเทศกับแพลตฟอร์มทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ กฎหมายได้จัดตั้งกลุ่มผู้ให้บริการใหม่เรียกว่า “ศูนย์รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล” ขึ้นมาทำหน้าที่รับฝาก ถือครอง และจัดทำบัญชีคริปโทฯ โดยศูนย์รับฝากเหล่านี้ต้องขึ้นทะเบียนกับธนาคารกลาง และต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตั้งแต่ 50 ล้านถึง 250 ล้านรูเบิล (มากกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามประเภทธุรกิจ รวมถึงมีหน้าที่บันทึกประวัติธุรกรรมทั้งหมดและคอยตรวจสอบการโอนเงินเพื่อป้องกันกิจกรรมทางการเงินที่น่าสงสัย

กฎหมายใหม่ไม่ได้ทำให้คริปโทฯ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าการมีการออกกฎหมายกำกับดูแลที่ชัดเจนจะเป็นเรื่องดี และทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกกฎหมาย แต่ดูเหมือนว่าชาวคริปโทฯ ในรัสเซียจะยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดอันเข้มงวดไม่ต่างจากเดิม 

ภายใต้กฎระเบียบใหม่ ผู้ที่ต้องการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีจำเป็นต้องผ่าน การทดสอบประเมินคุณสมบัติ ทั้งด้านความรู้และความเข้าใจในมิติความเสี่ยง ส่งผลให้มีเพียงนักลงทุนระดับมืออาชีพเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงตลาดได้อย่างเต็มที่ 

ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยจะได้รับอนุญาตให้ซื้อขายได้เพียงไม่กี่เหรียญ ซึ่งต้องเป็นเหรียญที่มีมูลค่าตลาดสูง มีสภาพคล่องสูง และมีประวัติการซื้อขายที่ยาวนานพอ โดยรองผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซียระบุว่า ในปัจจุบันมีเพียง Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ Tether (USDT) เท่านั้นที่สอบผ่านเกณฑ์ดังกล่าว 

นอกจากข้อจำกัดเรื่องสกุลเงินแล้ว นักลงทุนทั่วไปยังถูกจำกัดเพดานการถือครองคริปโทฯ ให้เหลือเพียง 300,000 รูเบิลต่อปีเท่านั้น (น้อยกว่า 1.3 แสนบาท) ผ่านตัวกลางเพียงรายเดียว

ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ในรัสเซียยังได้รับอำนาจเบ็ดเสร็จในการระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีได้ทันทีเมื่อพบเหตุสงสัย พร้อมทั้งมีการประกาศใช้วิธี ชะลอการทำธุรกรรมเป็นเวลา 48 ชั่วโมง สำหรับการโอนเงินระหว่างกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนการถอนเงินจากกระเป๋าคริปโตเข้าสู่บัญชีเงินเฟียต

โดยสรุปแล้ว สถานะของคริปโทฯ ในรัสเซียตอนนี้คือ เครื่องมือในการลงทุนชนิดใหม่ไม่ใช่การนำมาใช้เป็นสื่อกลางแลกเปลี่ยนเนื่องจากยังคงมีข้อห้ามและผิดกฎหมาย ด้วยเหตุนี้กลุ่มตัวอย่างกว่า 70% ในประเทศจึงไม่เห็นความสำคัญของการใช้งานคริปโทฯ ในรัสเซีย 

ที่มา: Cryptopolitan
ภาพ: ABS-CBN


มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่รัสเซียทำอยู่ในขณะนี้คือการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกไปพร้อมกับการดึงระบบสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาอยู่ใต้การควบคุมเบ็ดเสร็จของธนาคารกลาง เพื่อใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและช่องทางระดมทุนของรัฐ ในขณะที่ปิดประตูไม่ให้คริปโทฯ เข้ามาสั่นคลอนเสถียรภาพของเงินรูเบิลภายในประเทศซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากในยุคดิจิทัลนี้